Headlines News :

ข่าวพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คลังข่าวพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

Latest Post

Showing posts with label หนังสือกีฬา. Show all posts
Showing posts with label หนังสือกีฬา. Show all posts

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า VS นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด - ซิสเซ่,กาบายคนละตุง..นิวรอดตัวบุกเชือด 2-1 12bet 30/01/2556

Written By SPORT WORLD on Wednesday, January 30, 2013 | 7:02 AM



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายบุกกำชัยชัยเอาตัวรอดเอาชนะมาได้ 2-1 เก็บชัยชนะนอกบ้านนัดแรกของซีซั่น เหนือแอสตัน วิลล่า พร้อมขยับมาอยู่อันดับ 15 ของตาราง ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา

วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 
แอสตัน วิลล่า 1-2 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 


A1-2N www.fasthighlights.com by 2013fasthighlights




เริ่มเกมมา 10 นาทีแล้วทางนิวคาสเซิ่ลคือฝ่ายทีได้ครองบอลเข้าใส่แบบต่อเนื่องเลย แต่โอกาสจบจังๆก็ยังไม่มาใกล้เคียงสุดก็คือบอลเปิดของซิสโซโก้เข้าไปคลาร์กสกัดมาเข้าทางโฮนาสจะจิ้มแต่ก็ยังติดบล็อกอยู่

โอกาสของ"สาลิกา"มาอีกแล้วคราวนี้เป็นจังหวะของซานตอนที่ได้บอลทางริมเส้นซ้ายก่อนเลือกจะแต่งเข้าขวาแล้วลองยิงไกลจากระยะ 25 หลาบอลมุดลงด้วยแต่กูซานยังทิ้งตัวปัดเอาไว้ได้อยู่

แล้วนาที 19 หลังจากบดมานานสุดท้าย"สาลิกา"ก็ได้ประตูออกนำไปจนได้จากจังหวะที่ซานตอนลุยมาแล้วโดนเบียดแต่ซิสโซโก้ตามมาเก็บก่อนจะจ่ายบอลทะลุช่องสวยงามให้กับซิสเซ่หลุดไปไม่ล้ำหน้าเจอเบียดแต่แข็งพอ ก่อนยิงผ่านหว่างขากูซานไปเลย นิวคาสเซิ่ลออกนำแล้ว 1-0

"สิงห์ผงาด"เกือบทำนิวคาสเซิ่ลนงานเข้าแล้วหลังโอกาสครั้งแรกของพวกเขาน่าจะได้ประตูออกนำจริงๆจากบอลเปิดยาวขึ้นหน้ามาให้กับเบนเทเก้โหม่งชงกลับมา บอลกระดอนพื้นทีก่อนเป็นเอ็นซ็อกเบียวิ่งเข้าไปวอลเลย์ด้วยซ้ายส่งบอลพุ่งผ่านครูลไปชนเสาเต็มๆกเด้งออกมาหน้าเสียดาย

หลังจากวิลล่าเริ่มจะตั้งเกมบุกได้บ้างแล้วแต่สุดท้ายก็ยังเจอความเด็ดขาดของทีมเยือนอยู่ดีเริ่มต้นที่บอลทางขวาโดยกูเตียร์เรซบอมบ์เข้าไปในเขตโทษแล้วโดนฟลาร์โหม่งเคลียร์ออกมาเข้าทางของกาบายจับบอลก่อนทีนึงแล้วตัดสินใจซัดฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยขวาส่งบอลพุ่งหายวาบเข้าเสาไกลไปเลย นิวคาสเซิ่ลนำห่าง 2-0

นาที 36 นิวคาสเซิ่ลมาได้จังหวะลุ้นต่อเนื่องจากฟรีคิกของกาบาย 25 หลายิงติดกำแพงเข้าทางกุฟฟร็องตามมาเก็บก่อนพลิกไปเปิดเข้าในโดนสกัดเข้าทางเดบูชี่ที่วิ่งมาเก็บแล้วกดจากระยะไกลทันทีแต่ก็ยังแฉลบออกหลัง

เข้าช่วงท้ายเกมทางวิลล่ามาได้ลุ้นห่างๆอีกทีนึงเป็นบอลทางริมเส้นขวาโดยเอ็นซ็อกเบียวิ่งไปเก็บก่อนจ่ายเข้าไปให้กับเวสต์วู้ดตั้งป้อมเปิดเข้าไปให้เบนเทเก้โฉบมาพักอกก่อนจะตามไปหวดด้วยขวาแต่ก็ไม่ใกล้เคียง ก่อนที่จะจบครึ่งแรกโดยนิวคาสเซิ่ลนำอยู่ 2-0

ครึ่งหลังกลับมาเล่นเกือบจะมีประตูไล่ขึ้นมาของวิลล่าแล้วถึงสองหนติดเริ่มจากอักบอนลาฮอร์ไหลเข้าไปข้างในให้ไวมันน์เก็บบอลได้ก่อนพลิกแล้วยิงจ่อๆติดเซฟครูล ตามมาด้วยบอลขึ้นทางซ้ายโดยเอ็นซ็อกเบียก่อนปาดมาตรงกลางที่เบนเทเก้แหวกมายิงได้อีกก็ยังติดเซฟ

แต่แล้วนาที 49 "สิงห์ผงาด"ก็มาได้จุดโทษเลยจากจังหวะที่เดบูชี่ไปชนกับอักบอนลาฮอร์ตรงริมเขตโทษขวาแล้วล้มลงแต่ไมค์ ดีนตัดสินใจให้จุดโทษไปซะเลย ก่อนเป็นเบนเทเก้รับหน้าที่ยิงเข้าไปไม่เหลือ วิลล่าไล่มาเป็น 1-2 แล้ว

บอลของวิลล่ากำลังของขึ้นบุกมาเป็นชุดเลยหนนี้เป็นการพาบอลขึ้นมาเองของเอ็นซ็อกเบียบ้างค่อยๆเลี้ยงจี้ขึ้นมาทางซ้ายก่อนคิดว่าได้ระยะแล้วก็ซัดทันทีแต่บอลก็เข้าเพียงแค่ข้างตาข่ายเท่านั้น

หวิดจะได้ประตูอีกแล้วสำหรับเจ้าบ้านจากบอลทิ้งมาให้เบนเทเก้วิ่งมารับบอลทางซ้ายก่อนจะหมุนกลับไปแล้วเปิดยาวออกไปทางขวาโล่งๆมีไวมันน์จับบอลทีนึงแล้วก่อนจะยิงไปติดเซฟครูลแถมยิงเสร็จเจ็บด้วยเจอเพิร์ชเสียบเข้าไป

เกมออกแนวเข้าหนักใส่กันซะแล้วมีจังหวะเข้าบอลแถมกันพอสมควรเลย แต่ก็ยังหนีไม่พ้นวิลล่าที่ได้กดดันหนักกว่าในครึ่งหลังนี้ พาบอลมาป้วนเปี้ยนได้ถึงเขตโทษนิวคาสเซิ่ลได้บ่อยๆแต่ก็ยังไม่ได้ประตู

นาที 74 วิลล่าเกือบได้ประตูแล้วเป็นจังหวะทำเอา"สาลิกา"หวาดเสียวเลยจากบอลเปิดยาวทางขวาเข้าไปในเขตโทษให้เบนเทเก้สอดมาแปด้วยขวาไปเสาไกลหลุดออกหลังนิดเดียวแต่ถ้าเข้าก็ไม่ได้เพราะล้ำหน้าไปก่อน

เข้า 10 นาทีสุดท้ายนิวคาสเซิ่ลรอดอีกแล้วจากลูกเตะมุมเปิดเข้าไปด้านในมีเบเกอร์โขกไปเสาไกลแล้วเจอกูเตียร์เรซแหย่ขาสกัดทันเฉียดฉิว วิลล่าจะตามไปซ้ำกันแต่ก็ไม่ทันแล้วโดนสกัดออกไปก่อน

ทดเจ็บ 5 นาทีทำ"สาลิกา"ยังหายใจได้ไม่ทั่วท้องเจอกดดันหนักต่อเนื่องหนนี้มีจังหวะที่บอลมันโดนสกัดมาเข้าทางฟลาร์หน้าเขตโทษพักบอลก่อนทีนึงก่อนได้สับไกด้วยซ้ายอีกแต่ก็ยังติดบล็อกอยู่

จบเกมนิวคาสเซิ่ลยังเอาตัวรอดมาได้เฉือนแอสตัน วิลล่าไป 2-1 ทำให้เป็นชัยชนะนอกบ้านนัดแรกของฤดกาลและเป็นชัยชนะนัดแรกใน 5 เกมหลังสุดด้วย หนีโซนตกชั้นขึ้นมาห่าง 4 คะแนน ส่วน"สิงห์ผงาด"ก็หล่นลงไปในโซนตกชั้น

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม 
แอสตัน วิลล่า : แบรด กูซาน, โจเซปห์ เบ็นเน็ตต์ (อักบอนลาฮอร์ น.45), นาธาน เบเกอร์, แมตธิว โลว์ตัน, รอน ฟลาร์, คีแรน คลาร์ก, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, แบร์รี่ แบนแน่น, ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย, ดาร์เรน เบนท์ (ไวมันน์ น.45), คริสเตียน เบนเทเก้
ไม่ได้ลงสนาม : เชย์ กิฟเว่น, เอริค ลิฮาย, สตีเฟ่น ไอร์แลนด์, เบรตต์ โฮลแมน, จอร์แดน โบเวรี่

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด : ทิม ครูล, ดาวิเด้ ซานตอน, มาติเยอ เดบูชี่, สตีเฟ่น เทย์เลอร์, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, มุสซ่า ซิสโซโก้ (เอ็มบิว่า น.79), เจมส์ เพิร์ช (ช.อเมโอบี้ น.69), โยฮัน กาบาย, โยอัน กุฟฟร็อง (อนิต้า น.74), โฮนาส กูเตียร์เรซ, ปาปิส ซิสเซ่

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - เรือได้แค่เจ๊าโนสกอร์ ตามผี 4 แต้ม 12bet 30/01/2556



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - แมนเชสเตอร์ ซิตี ชวดโอกาสทำคะแนนไล่จี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างน่าเสียดาย เมื่อบุกไปทำได้แค่เสมอกับ ควีนสปาร์ก เรนเจอร์ส 0-0 จากฟอร์มอันเหนียวหนึบของ จูลิโอ เซซาร์ นายทวารชาวบราซิล ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา
    
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 
   
ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส  0-0 แมนฯ ซิตี้


Q0-0M www.fasthighlights.com by 2013fasthighlights



       
เสียงนกหวีดดังขึ้น รูปเกม แมนเชสเตอร ซิตี เหนือกว่า แต่ก็ยังไม่ผลีผลามทำเกมรุก ขณะที่ ควีนสปาร์ก เรนเจอร์ส ตั้งรับอย่างเหนียวแน่น และรอจังหวะโต้กลับเร็ว แต่ยังขาดความแม่นยำ จึงยังไม่มีโอกาสจบสกอร์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
       
เข้าสู่นาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี ชวดโอกาสทอง เมื่อ ดาบิด ซิลบา เปิดเตะมุมกราบขวา จูลิโอ เซซาร์ ชกบอลไม่ขาด และมาเข้าทาง โจลิออน เลสคอตต์ วอลเลย์จ่อๆ ข้ามคาน จากนั้น แชมป์เก่า ยังเป็นฝ่ายเดินเกมรุกต่อเนื่องจนหวิดขึ้นนำนาที 20 เมื่อ ซิลบา พาบอลมาถึงสุดเส้นหลังทางกรอบโทษด้านซ้าย แล้วบรรจงหยอดมาให้ ปาโบล ซาบาเลตา พุ่งโหม่งชนคาน
       
ถัดมา 3 นาที ซิตี เกือบเฮ เมื่อ ฆาบี การ์เซีย ตัดบอลบริวณกลางสนาม ก่อนสับไกนอกกรอบโทษหลุดเสาไม่ไกล นาที 24 ควีนสปาร์กฯ มีลุ้นจากโอกาสครั้งแรก เมื่อ เอสเตบัน กราเนโร จ่ายทะลุช่องให้ โลอิค เรมี หลุดมาทางกรอบโทษด้านขวา แต่ยิงแฉลบแนวรับคู่แข่ง
       
"เรือใบสีฟ้า" บุกเพลินจนเกือบตกเป็นรอง นาที 38 เมื่อ อเดล ทารับต์ เก็บบอลจากจังหวะสวนกลับบริเวณกลางสนาม ก่อนลากเดี่ยวมาถึงกรอบโทษ แต่กลับยิงติดเซฟ โจ ฮาร์ท ต่อมา 4 นาที รองจ่าฝูงหวิดขึ้นนำ หลัง คาร์ลอส เปิดเรียดจากกราบซ้ายมาให้ แกเร็ธ แบร์รี บรรจงปั่นด้วยเท้าซ้าย ทว่า จูลิโอ เซซาร์ พุ่งปัดออกข้าง ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ทำอะไรกัไม่ได้ ครบ 45 นาที เสมอกันอยู่ 0-0
       
ลุยต่อครึ่งหลัง "ทหารเสือราชินี" ออกสตาร์ทดีกว่าและครองเกมบุกช่วง 3 นาทีแรก จากนั้นรูปเกมเทมาทางฝั่ง ทีมเยือน ที่พับสนามบุก แต่ก็ยังเจาะแนวรับคู่ต่อสู้ไม่เข้า จึงไม่มีช็อตหวาดเสียวเกิดขึ้นจนถึงนาที 63 เจ้าถิ่น มีลุ้นจากเกมสวนกลับ เมื่อ อเดล ทารับต์ จ่ายบอลให้ โลอิค เรมี ทางกรอบโทษด้านซ้าย ก่อนจะปั่นไซด์โป้งหลุดเสาไกล
       
ต่อมา 7 นาที อาคันตุกะจาก เอติฮัด สเตเดียม ได้โอกาสบ้าง เมื่อ ดาบิด ซิลบา ทำชิ่งกับ เซร์คิโอ อเกวโร ก่อน เพลย์เมกเกอร์ชาวสเปน ยิงจากกรอบโทษด้านซ้ายเข้ามือ จูลิโอ เซซาร์ ถัดมานาที 73 แชมป์เก่า พลาดโอกาสทอง เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ ครอสบอลจากกลางสนามฝั่งซ้ายมาเข้าหัว ปาโบล ซาบาเลตา โหม่งย้อมมาให้ เซร์คิโอ อเกวโร วอลเลย์ข้ามคาน
       
ทีมของ โรแบร์โต มันชินี ประเคนเกมรุกอย่างต่อเนื่องและเกือบปลดล็อกสำเร็จนาที 82 เมื่อ เอดิน เซโก เปิดเรียดจากกรอบโทษด้านซ้ายมาทางเสาแรก ดาบิด ซิลบา เข้าฮอสติดเซฤ จูลิโอ เซซาร์ อย่างเหลือเชื่อ ช่วงเวลาที่เหลือ "เดอะ ซิตีเซ็นส์" กดดันต่อเนื่อง ขณะที่ "คิวพีอาร์" ก็มีโอกาสจากเกมสวนกลับ แต่ก็ทำอะไรกันไม่ได้ ครบ 90 นาทีจึงเสมอกัน 0-0
       
รายชื่อ 11 ตัวจริง 
ควีนสปาร์ก : จูลิโอ เซซาร์ ,อาร์มองด์ ตราโอเร , เนดุม โอนูโอฮา , ไรอัน เนลเซน , สเตฟาน เอ็มเบีย , ชอน เดอร์รี , คลินท์ ฮิลล์ , อเดล ทารับต์ , เอสเตบัน กราเนโร , โลอิค เรมี , ฟาบิโอ

แมนฯ ซิตี : โจ ฮาร์ท , ปาโบล ซาบาเลตา , เจมส์ มิลเนอร์ , ฆาบี การ์เซีย , กาแอล กลิชี , โจลิออน เลสคอตต์ , ซาเมียร์ นาสรี , เซร์คิโอ อเกวโร , แกเร็ธ แบร์รี , ดาบิด ซิลบา , คาร์ลอด เตเบซ

ไฮไลท์ฟุตบอลเอฟเอ คัพ สโต๊ค ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - เรือบดหม้อหวิว 1-0 ตามผีปืนลิ่วรอบ 5 12bet 27/01/2556

Written By SPORT WORLD on Sunday, January 27, 2013 | 9:30 AM



ไฮไลท์ฟุตบอล/12bet - "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกเชือด "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ คารัง 1-0  จากประตูเดียวในเกมของ ปาโบล ซาบาเลต้า  พาทีมทะยานเข้าสู่รอบ5 ศึกเอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2555

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ4
สโต๊ค ซิตี้ 0  - 1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้


S0-1M www.fasthighlights.com by 2013fasthighlights


เปิดฉากมา 7 นาที โอกาสจบครั้งแรกเป็นของ แมนฯ ซิตี้ บอลขึ้นทางขวาถึง คาร์ลอส เตเวซ จี้ต่อเข้าไปซัดเต็มเท้าในเขตโทษ บอลพุ่งจะเข้าเสาแรกจน โธมัส โซเรนเซ่น ต้องทุบทิ้งออกไป

นาทีเดียวให้หลัง ทีมเรือใบมาได้ฟรีคิกระยะอันตรายหน้าเขตโทษเยื้องขวา ทว่า อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ซัดข้ามคานไปไม่ได้ลุ้น

แมนฯ ซิตี้ ครองเกมเหนือกว่าตั้งแต่ต้น แต่สโต๊คก็หาจังหวะจบได้เหมือนกันในนาทีที่ 14 จากลูกเตะมุมเปิดมาเสาแรก โรเบิร์ต ฮูธ โถมเข้าโขกข้ามคานไปมีเสียว

ห้านาทีให้หลัง แมนฯ ซิตี้ น่าได้ประตูนำอย่างยิ่ง จังหวะฉวยเล่นเร็วที่มุมเขตโทษ ดาบิด ซิลบา หลุดเข้าไปส่องเน้นๆ บอลลอยกระแทกเสาไกลเต็มใบทั้งที่ โธมัส โซเรนเซ่น ได้แค่มองเท่านั้นแล้ว

ต่อมานาที 22 บอลต่อกันมาสวย 3-4 ทอด ก่อนที่จบที่ คาร์ลอส เตเวซ ยิงวืด ลูกปลิ้นลอยออกไปอย่างน่าเสียดาย

ถึงนาทีที่ 27 สโต๊ค ส่งลูกเข้าประตู แมนฯ ซิตี้ ได้จากฟรีคิกบอมบ์เข้าไป ไปตกที่ ไรอัน ชอว์ครอสส์ ซ้ำผ่าน คอสเทล พันติลิมอน เข้าไป ทว่าเป็นลูกล้ำหน้าชัดเจน

เข้าครึ่งชั่วโมง มีข่าวร้ายสำหรับแมนฯ ซิตี้ ที่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ได้รับบาดเจ็บเองจนตัดสินใจเดินออกจากสนาม และ มันชินี่ ใช้เวลาตัดสินใจนานกว่า 5 นาทีกว่าจะส่ง กาแอล กลิชี่ ลงไปแทน

ท้ายครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ กลับมาบุกได้อีกครั้ง และสร้างโอกาสลุ้นได้หนสองหน ทว่ายังคงไม่เฉียบคมพอ สิ้นครึ่งแรกไปก่อนที่ 0-0

ลงไปต่อครึ่งหลัง นาที 47 เกล็นน์ วีแลน เข้าเสียบหนักใส่ ฆาบี การ์เซีย จนล้มเจ็บอีกคน ทว่าผู้ตัดสิน ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ไมท่ว่าอะไร และ การ์เซีย ลงมาเล่นต่อได้แบบเคืองๆ หลังจากนั้น

แมนฯ ซิตี้ ยังวูบวาบกว่าชัดเจนในการเดินเกมรุก ทว่าก็สร้างโอกาสจะแจ้งไม่ได้ จน มันโช่ ต้องเติมเกมส่ง เซร์คิโอ อเกวโร่ ลงแทน โคลารอฟ ในนาทีที่ 63

คาร์ลอส เตเวซ พยายามชงเองกินเองหลายครั้งในเกมนี้ นาที 69 เป็นโอกาสซัดอีกหนจากริมเขตโทษ ทว่าลูกยังลอยหลุดออกไป

เข้ายี่สิบนาทีท้าย โทนี่ พูลิส ขอเปิดหน้าแลกบ้าง ส่งสำรอง 2 คนลงไปพร้อมกันทั้ง ปีเตอร์ เคร้าช์ กับ ดีน ไวท์เฮด หลังจากให้ คาเมรอน เจอโรม ลงไปแล้วก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี กลับเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่อาศัยความแน่นอนกว่าพังประตู 1-0 ได้สำเร็จในนาทีที่ 86 ซิลบา พาลูกขึ้นตรงกลางแล้วจ่ายออกซ้าย กุน อเกวโร่ ปาดเข้ากลางเลยมาถึง ปาโบล ซาบาเลต้า วิ่งเข้าซัดยัดเสาแรกอย่างเด็ดขาด

หลังจากนั้น แมนฯ ซิตี้ ครองลบอลไว้กับตัวรอเวลาหมด และก็ทำสำเร็จ จบเกมไปที่ ซิตี้ เบียดชนะ 1-0 ผ่านเข้ารอบได้อย่างใจหายใจคว่ำ

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สโต๊ค : โธมัส โซเรนเซ่น, ไรอัน ช็อตตัน, โรเบิร์ต ฮูธ, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แอนดี้ วิลกินสัน (ดีน ไวท์เฮด น.73), ไมเคิ่ล ไคท์ลี่ (คาเมรอน เจอโรม น.67), เกล็นน์ วีแลน, สตีเว่น เอ็นซอนซี่, แม็ทธิว เอเธอริงตัน, โจนาธาน วอลเตอร์ส, เคนวิน โจนส์ (ปีเตอร์ เคร้าช์ น.73)

แมนฯ ซิตี้ : คอสเทล พันติลิมอน, ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี (กาแอล กลิชี่ น.40), โจลีออน เลสค็อตต์, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ (เซร์คิโอ อเกวโร่ น.62), เจมส์ มิลเนอร์, ฆาบี การ์เซีย, แกเร็ธ แบร์รี่, ดาบิด ซิลบา, คาร์ลอส เตเวซ (แจ็ค ร็อดเวลล์ น.87), เอดิน เชโก้

ไฮไลท์ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ไบรท์ตัน VS อาร์เซน่อล - ธีโอซัดชัย..ปืนบุกเถือ 3-2 ลิ่วเอฟเอ คัพ 12bet 27/01/2556




ไฮไลท์ฟุตบอล/12bet -  อาร์เซน่อล ได้แข้งคนสำคัญอย่างธีโอ วัลคอตต์ ยิงประตูชัยพาทีมบุกเชือด ไบรท์ตัน สุดตื่นเต้น 3-2 นำปืนใหญ่เข้าสู่รอบ5 ศึกเอฟคัพได้สำเร็จ ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 4 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2556

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ4
ไบรท์ตัน  2 - 3 อาร์เซน่อล 


B2-3A www.fasthighlights.com by 2013fasthighlights


กัส โปเยต์ กุนซือ นกนางนวล แห่ง แชมเปี้ยนชิพ หวังล้มยักษ์ให้ได้ โดยส่ง เลโอนาร์โด้ อุลลัว กองหน้าตัวใหม่ชาวอาร์เจนไตน์ เจ้าของค่าตัว 2 ล้านปอนด์ ประเดิมสนามทันที หลังเพิ่งย้ายมาจาก อัลเมเรีย

ด้าน อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ ปืนใหญ่ ปรับทัพหลายตำแหน่ง โดยดร็อป แจ็ค วิลเชียร์, ธีโอ วัลค็อตต์ และ ซานติ กาซอร์ล่า เป็นสำรอง เปิดโอกาสให้ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, ลูคัส โพดอลสกี้ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้วาดลวดลาย

เกมดำเนินไปอย่างสูสีในช่วงต้น โดยเจ้าบ้าน เดินหน้าลุยแบบไม่เกรงศักดิ์ศรี อาร์เซน่อล และหวิดนำในนาทีที่ 15 จากจังหวะที่ทำชิ่งกันเข้าไปได้สวย ก่อนจบที่ วิล บั๊คลี่ย์ วอลเล่ย์ด้วยขวาเต็มๆ แต่ติดมือ วอยเซียจ เชสนี่

อย่างไรก็ตาม จังหวะโต้กลับในนาทีถัดมา ปืนใหญ่ ที่เฉียบขาดกว่าได้เฮเมื่อ ลูคัส โพดอลสกี้ พาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วแปะคืนให้ โอลิวิเย่น ชิรูด์ แต่งแล้วปั่นโค้งด้วยซ้ายบริเวณหัวกะโหลกเสียบมุมสุดสวยส่ง อาร์เซน่อล ทะยาน 1-0

หลังเสียประตู เจ้าถิ่นเร่งเครื่องจะทวงคืนให้ได้ ตอนครึ่งชั่วโมง จากลูกเปิดด้านขวาสุดอันตราย เชสนี่ ปัดไปเข้าทางปืน โฮเซ่ อุลลัว ทิ่มเผาขนตุงตาข่าย ทว่าต้องเฮเก้อ เพราะไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปแล้ว

กระนั้นอีกแค่สามนาทีต่อมา ไบรท์ตัน ตีเสมอสำเร็จเป็น 1-1 เมื่อ ดาบิด โลเปซ เปิดลูกเตะมุมด้านขวา แอชลี่ย์ บาร์นส์ โฉบเข้าโขกตัดหน้า เชสนี่ ไม่เหลือซาก ชนิดสะใจแฟนๆ นกนางนวล ทั้งสนาม

แต่ ไบรท์ตัน ต้องเสีย กอร์ดอน เกรียร์ กองหลังตัวเก่งที่มีอาการเจ็บในนาทีที่ 36 ทำให้ กัส โปเยต์ ต้องส่ง แกรี่ ดิ๊คเกอร์ ลงสนามแทน จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1 

ครึ่งหลัง โปเยต์ เปลี่ยนอีกรายโดยถอด บั๊คลี่ย์ ออกแล้วส่ง คาเซงก้า ลัวลัว ลากเลื้อยแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านมาถึงนาทีที่ 56 สาวก ปืนใหญ่ ได้เฮอีกรอบเมื่อ อาบู ดิยาบี้ ตักให้ ชิรูด์ ดึงลงในกรอบเขตโทษอย่างนิ่มนวลก่อนซัดเข้าไปแบบเด็ดขาดส่ง เดอะ กันเนอร์ส ทะยานอีกครั้ง 2-1

แต่ ไบรท์ตัน ไม่ยอมง่ายๆ นาทีที่ 62 ก็บดเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จ จากจังหวะขึ้นเกมทางขวา บาร์นส์ บรรจงเปิดโค้งเข้ากรอบเขตโทษให้ อุลลัว ทิ้งตัวโหม่งเข้าไปสุดงาม ถือเป็นการประเดิมสนามที่ยอดเยี่ยมของดาวยิงเลือดฟ้า-ขาว

เวนเกอร์ นั่งไม่ติด ต้องส่ง ธีโอ วัลค็อตต์ กับ แจ็ค วิลเชียร์ ลงสนสามแทน อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และ โทมัส โรซิชกี้ ในนาทีที่ 69

จากนั้น ปืนใหญ่ โหมหนัก นาทีที่ 81 ชิรูด์ เกือบระเบิดแฮตทริก เมื่อล้มตัวยิงลูกเปิดจากซ้ายของ โพดอลสกี้ ข้ามคานไป

นาที 85 อาร์เซน่อล ขึ้นนำเป็นครั้งที่3 ธีโอ วัลค็อตต์ ยิงไกลจากนอกเขตโทษบอลไปแฉลบ อดัม เอล อับด์ เปลี่ยนทางเข้าประตู ช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมต่างพยายามทำเกมบุกเพื่อยิงประตู สุดท้ายไม่มีใครยิงประตูเพิ่มได้จบเกม อาร์เซน่อล บุกมาเฉือน ไบรท์ตัน 3-2 อย่างตื่นเต้นทะยานเข้าสู่รอบ 5 ต่อไปได้สำเร็จ


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ไบรท์ตัน : แคสเปอร์ อันเคอร์เกร็น, อินยิโก้ กัลเดร่อน, อดัม เอล อับด์, เวย์น บริดจ์, กอร์ดอน เกรียร์ , ดาบิด โลเปซ, เลียม บริดคัตต์, ดีน แฮมมอนด์, แอชลี่ย์ บาร์นส์, โฮเซ่ อุลลัว, วิลล์ บั๊คลี่ย์
   
อาร์เซน่อล : วอยเซียจ เชสนี่, คาร์ล เจนกินสัน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, อังเดร ซานโต๊ส, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, อาบู ดิยาบี้, โทมัส โรซิชกี้, อารอน แรมซี่ย์, อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, ลูคัส โพดอลสกี้

ไฮไลท์ฟุตบอลเอฟเอ คัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ฟูแล่ม - ผีถลุง 4-1 ลิ่วรอบ 5 สบายอารมณ์ 12bet 27/01/2556



ไฮไลท์ฟุตบอล/12bet - พลพรรค "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มร้อนแรงสมราคาเต็งแชมป์ หลังยิงถล่ม ฟูแลม แบบไร้ปราณี 4-1 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบสี่ เมื่อคืนวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ก่อนลอยลำเข้าสู่รอบที่ 5 ได้ตามความคาดหมาย
     
วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2556 
  
เอฟเอ คัพ รอบสี่
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-1 ฟูแล่ม




M4-1F www.fasthighlights.com by 2013fasthighlights

       
เกมเอฟเอ คัพ คู่ดึกที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอกับ ฟูแลม เพื่อนร่วมเวทีพรีเมียร์ลีก ครึ่งแรกเปิดฉากมาแค่นาทีเดียว แมนยู ได้จุดโทษอย่างรวดเร็วหลัง เวนย์ รูนีย์ เปิดบอลจากมุมธงฝั่งซ้ายโดนแขนของ อารอน ฮิวจส์ เป็น ไรอัน กิกส์ สังหารไปติดเซฟของ มาร์ค ชวาร์เซอร์ แต่บอลยังเข้าประตูไปเป็น 1-0
       
ฟูแลม ค่อยๆเติมเกมบุกขึ้นมา แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอ นาที 19 เจ้าถิ่นเกือบได้จุดโทษอีกลูก หลัง เดเมียน ดัฟฟ์ ทำแฮนด์บอล แต่ มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่ ถัดมานาทีเดียว แมนยู เกือบได้ประตูที่สอง หลุยส์ นานี จ่ายเข้ากลางให้ รูนีย์ ตวัดยิงระยะเผาขนแต่ ชวาร์เซอร์ ปัดไปชนคานและบอลกระเด้งออกมา
       
เกมไม่ค่อยมีจังหวะลุ้นมากนักหลังผ่านไป 30 นาที จนกระทั่งนาที 40 นานี ได้จังหวะเลื้อยไปถึงหน้าเขตโทษ ล็อกหลบผู้เล่นของฟูแลม ก่อนเลือกยิงเองแต่ไปติดบล็อคแนวรับทีมเยือน ช่วง 5 นาทีสุดท้าย แมนยู บุกแหลกแต่ยิงประตูไม่ได้ จบครึ่งแรก ผีแดง นำ 1-0
       
ครึ่งหลัง นาที 46 ผีแดง หวิดได้ประตูเพิ่ม หลัง รูนีย์ ได้จังหวะยิงระยะเผาขนแต่ไปติดบล็อคกองหลังทีมเยือน แต่แล้วนาที 49 ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ที่พยายามอยู่นานก็มาเบิกสกอร์ให้ตัวเองได้เสียที แอนเดอร์สัน แทงจากกลางสนาม ก่อนที่ รูนีย์ ยิงเข้าไปแบบไม่พลาดเป็น 2-0
       
เท่านั้นไม่พอ นาที 52 แมนยู ทะยานหนีเป็น 3-0 รูนีย์ ไหลบอลสั้นในเขตโทษ กองหลัง ฟูแลม สกัดพลาดแล้วเป็น ฮาเวียร์ เฮร์นานเดซ วอลเลย์ด้วยขวาเข้าไป และหลังผ่านไป 60 นาที เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เปลี่ยนตัวเอา พอล สโคลส์ ลงสนามมาปั้นเกมแทน ไมเคิล คาร์ริค เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากแฟนๆได้ทั่วสนาม
       
"เจัาสัวน้อย" ต่อเกมกันแทบไม่ติด และนาที 65 กิกส์ ให้บอลต่อไปข้างหน้า ชิชาริโต ล็อกหลบหนึ่งจังหวะก่อนซัดบอลแฉลบ ฮิวจ์ส เข้าไปเป็น 4-0 และเป็นประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ อย่างไรก็ตาม นาที 77 ฟูแลม มาได้ประตูตีไข่แตก เป็น อารอน ฮิวจ์ส ที่สลัดหนี รูนีย์ ก่อนโหม่งเบียดเสาแรกเป็น 1-4 
       
ช่วงท้ายเกม แมนยู เริ่มผ่อนเกมปล่อยให้ ฟูแลม ได้จังหวะบุกขึ้นมาลุ้นประตูบ้าง แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถล่ม ฟูแลม ขาดลอย 4-1 ลอยลำสู่รอบที่ 5 และยังอยู่ในเส้นทางลุ้น ทริปเปิลแชมป์ ซ้ำรอยปี 1999 ต่อไป
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล ดา ซิลวา, ปาทริซ เอฟรา, ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิง, แอนเดอร์สัน, ไรอัน กิกส์, ไมเคิล คาร์ริค, หลุยส์ นานี, เวนย์ รูนีย์, ฮาเวียร์ เฮร์นานเดซ 

ฟูแลม - มาร์ค ชวาร์เซอร์, ยอห์น อาร์เน รีเซ, เบรเด ฮังเกลันด์, คริส แบรด, อารอน ฮิวจ์ส, ซาชา รีเธอร์, สตีฟ ซิดเวลล์, เดเมียน ดัฟฟ์, อเล็กซานเดอร์ คาคานิคลิช, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, ไบรอัน รุยซ์

ไฮไลท์ฟุตบอลแคปิตอลวัน คัพ เชลซี VS สวอนซี ซิตี้ - สิงห์พลาดก่อน...หงส์ขาวบุกลูบคมถึงถิ่น 2-0 12bet 10/01/2556

Written By SPORT WORLD on Thursday, January 10, 2013 | 9:18 AM



ไฮไลท์ฟุตบอล/12bet - มิชู หัวหอกชาวสเปน และ แดนนี แกรม ดาวยิงตัวสำรอง ช่วยทำคนละประตูให้ สวอนซี ซิตี บุกมาพลิกล็อกเอาชนะ เชลซี 2-0 ชิงความได้เปรียบไปก่อนในเกมแคปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา
       
วันพุธที่ 9 มกราคม 2556

ฟุตบอลแคปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก 
เชลซี 0-2 สวอนซี ซิตี้


       


"สิงห์บลูส์" ที่เพิ่งโชว์ฟอร์มหรูไล่ถล่ม เซาแธมป์ตัน มาในเกมเอฟเอ คัพ เกมนี้ ราฟาเอล เบนิเตซ กลับมาใช้บริการของ เฟร์นันโด ตอร์เรส เป็นกองหน้าอีกครั้ง โดยมี ฆวน มาตา เป็นตัวทำเกม และให้ เดมบา บา นั่งรอโอกาสที่ข้างสนาม ขณะที่ สวอนซี ของ ไมเคิล เลาดรูป วาง มิชู ดาวยิงเก่ง และมี พาโบล เฮอร์นันเดซ ปีกตัวจี๊ดป่วนริมเส้น
       
เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 10 เชลซี ตั้งเกมขึ้นมาจากการทำชิ่งเร็วของ ออสการ์ ให้ ฮาซาร์ด มาที่ รามิเรส หลุดเข้าเขตโทษ และพยายามล็อกหนีแนวรับเอาชัวร์ก่อนจิ้มด้วยซ้ายบอลไม่ห่างมือ เกรฮาร์ด เทรมเมลพุ่งเซฟไว้ได้
       
จากนั้นเป็น เจ้าถิ่นที่ครองบอลบุกเป็นส่วนใหญ่แต่ สวอนซี ลงไปรับกันแน่น กระทั่งนาที 22 หลัง เบน เดวิส สกัดทิ้งออกมาเข้าทาง เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา ง้างเท้ายิงด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาสองออกไปไม่ไกล นาที 25 ฮาซาร์ด ลากบอลเข้ามาก่อนไหลต่อให้ มาตา ที่เติมขึ้นมาแปด้วยซ้ายแต่บอลเบาเกินไปเข้าซอง เกรฮาร์ด เทรมเมล รับไว้สบาย
       
ลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ สร้างโอกาสลุ้นได้ต่อเนื่อง นาที 30 ออสการ์ ไขว้ต่อให้ มาตา สอดขึ้นมาก่อนลากมายิงด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาสองออกไปอีกครั้ง แต่แล้วนาที 39 "หงส์ขาว" มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะพลาดของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช เป็น เด กุซมัน ฉกไปได้ก่อนไหลต่อให้ มิชู แต่งบอลซัดด้วยซ้ายเสียบเสาอย่างสวยงาม ท้ายเกม อิวาโนวิช ขึ้นมายิงเองหวังแก้ตัว เทรมเมล ยังปัดทิ้งออกหลังได้อีก จบครึ่งแรกทีมเยือนบุกมานำ
       
กลับมาเล่นครึ่งหลัง เชลซี บุกใส่ต่อเนื่องแต่เจาะเข้าไปลุ้นประตูไม่ได้ ส่วน สวอนซี ใช้เกมสวนกลับและได้ลุ้นนาที 53 เวนย์ เลาจ์เลดท์จ เปิดข้ามมาเสาสองให้ มิชู กระโดดเอี้ยวตัววอลเลย์บอลโด่งข้ามคานออกไป 2 นาที ถัดมา เจ้าถิ่นได้ฟรีคิก ลุยซ์ ซัดบอลข้ามกำแพงแต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว
       
เชลซี มาเป็นชุด นาที 57 มาตา ขึ้นเกมทางซ้าย บอลหลุดมาเข้าทาง ลุยซ์ ซัดเต็มๆ ด้วยซ้ายแต่ เกรฮาร์ด เทรมเมล ยังคว้าเอาไว้ได้ยอดเยี่ยม จากนั้นพยายามนวดหวังพังประตูตีเสมให้ได้แต่เกมยังไม่ดีขึ้น ต้องเอา แฟรงค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน รามิเรส ในนาที 70 ทว่าก็ยังไม่มีวี่แววจะตีเสมอได้ เบนิเตซ ต้องส่ง เดมบา บา ลงมาแทน เฟร์นันโด ตอร์เรส ที่เงียบมาตลอด 80 นาที
       
นาทีถัดมา แลมพาร์ด ได้โอกาสซัดไกลจากนอกกรอบบอลพุ่งน่ากลัวแต่ยังไม่ไกลตัว เทรมเมล ขยับไปรับไว้ติดมือ นาที 85 อิวาโนวิช หยอกเข้ามาให้ บา สัมผัสบอลครั้งแรกด้วยการโหม่งแต่บอลไปเข้ามือ ทรอมเมล รับไว้ได้ตามเคย ช่วงทดเจ็บ อิวาโนวิช มาพลาดอีกครั้งจ่ายบอลคืนหลังเข้าทาง แดนนี แกรม หอกตัวสำรองหลุดไปล็อกหนี เทิร์นบลูล์ ก่อนยิงง่ายๆ หนีห่าง 2-0 จากนั้น บา น่าจะทำประตูให้ไล่มาได้แต่ไลน์แมนยกเป็นลูกล้ำหน้าก่อน จบเกม เชลซี พ่ายคารังตัวเองเจองานหนักในเกมนัดที่สองช่วงปลายเดือนมกราคมนี้
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 
เชลซี : รอส เทิร์นบูลล์, แอชลี โคล, แกรี เคฮิลล์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา, ดาวิด ลุยซ์, รามิเรซ, เอเดน ฮาซาร์ด, ออสการ์, ฆวน มาตา, เฟร์นันโด ตอร์เรส

สวอนซี ซิตี้ : เกรฮาร์ด เทรมเมล, แอชลีย์ วิลเลียมส์, อังเกล รานเกล, ชิโก ฟลอเรส, เบน เดวิส, โจนาธาน เด กุซมัน, เวนย์ เลาจ์เลดท์จ, คี ซุง ยอง, ลีออน บริทตัน, พาโบล เฮอร์นันเดซ, มิชู

ไฮไลท์ฟุตบอลแคปิตอล วัน คัพ แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ VS แอสตัน วิลล่า - สิงห์ผงะ..แบร็ดฟอร์ดเปิดรังต้อนวิลล่า 3-1 12bet 08/01/2556

Written By SPORT WORLD on Wednesday, January 9, 2013 | 8:29 AM



ไฮไลท์ฟุตบอล/12bet - แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ ทีมในลีก ทู ยังคงโชว์ฟอร์มได้ดีหลังเป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ทีมจากพรีเมียร์ลีก ไปแบบพลิกความคาดหมาย 3-1 ในศึกฟุตบอลแคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 8 มกราคม 2556


วันอังคารที่ 8 มกราคม 2556

ฟุตบอลแคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก
แบร็ดฟอร์ด ซิตี้  3-1 แอสตัน วิลล่า




Bradford vs Aston Villa 2:1 GOALS HIGHLIGHTS by UCL2410


เกมครึ่งแรก นาทีที่ 19 แบร็ดฟอร์ด ซิตี้นำ 1-0 คริสเตียน เบนเตเก้ โหม่งสกัดไม่ดี ไปเข้าทาง ซาวอน ไฮน์ส ซัลโวจากนอกกรอบเขตโทษไปแฉลบโดน ฟาเบียน เดลฟ์ มิดฟิลด์วิลล่า ก่อนมาถึง นาห์กี้ เวลล์ส ยิงในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายระยะ 6 หลา บอลพุ่งเสียบเสาสองตุงตาข่าย

นาทีที่ 28 เป็นโอกาสของวิลล่า เมื่อ ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย หลุดเข้าไปยิงเผาขนติด แม็ตต์ ดุ๊ค ผู้รักษาประตู สามนาทีต่อมา ทีมเยือนได้ลูกเตะมุม คริสเตียน เบนเตเก้ ขึ้นโหม่งเผาขนข้ามคาน

นาทีที่ 34 เจ้าถิ่นได้บอล ซาวอน ไฮน์ส เลี้ยงบอลมาทางฝั่งขวา และหนีการสกัดของ โจ เบนเน็ตต์ ก่อนซัดเผาขนไปตรงตัว เชย์ กิฟเว่น เซฟไว้ได้

จนกระทั่งนาที 45 วิลล่า ชวดโอกาสที่จะตีเสมอ เมื่อ ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย เลี้ยงบอลมาถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายแล้วเปิดให้ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ วอลเล่ย์เท้าซ้าย ทว่า แม็ตต์ ดุ๊ค สกัดบอลได้เยี่ยม จบครึ่งแรก แบร็ดฟอร์ดนำ 1-0

ครึ่งหลัง วิลล่าน่าได้ประตูนาทีที่ 46 แบร์รี่ แบนแนน โยนบอลจากฝั่งซ้ายให้ เบนเตเก้ โขกเผาขนติดเซฟของ แม็ตต์ ดุ๊ค

และสี่นาทีต่อมา แบนแนน ได้บอลอีกครั้งก่อนตัดสินใจโยนจากฝั่งซ้ายคราวนี้เป็น อักบอนลาฮอร์ ที่วิ่งเข้ายิงด้วยซ้ายหน้าประตูแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ แม็ตต์ ดุ๊ค ที่พุ่งปัดไว้ได้

นาทีที่ 57 วิลล่าแก้เกมส่ง ดาร์เรน เบนท์ ลงเล่นแทน กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ และห้านาทีต่อจากนั้น ทีมเยือนบุกอย่างต่อเนื่อง เบนเตเก้ โยนมาเข้าทาง เบนท์ วอลเล่ย์เผาขนข้ามคาน

นาทีที่ 67 สิงห์ผยองพลาดได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย ยิงจากนอกกรอบเขต แม็ตต์ ดุ๊ค ปัดไม่ดีบอลลอยโด่งมาเข้าทาง ดาร์เรน เบนท์ ที่เทกตัวขึ้นโขกข้ามคานออกไปหน้าตาเฉย

นาทีที่ 77 กลับเป็นเจ้าบ้านที่มาได้ประตูนำห่าง 2-0 แกรี่ โจนส์ โยนบอลจากฝั่งซ้ายไปเข้าหัว รอรี่ แม็คอาร์เดิ้ล ที่โหม่งเผาขนผ่านตัว เชย์ กิฟเว่น เข้าไปตุงตาข่าย

ถัดจากนั้นนาทีเดียว แบร็ดฟอร์ด เกือบได้ประตูหนีห่างเป็น 3-0 เจส์ แฮนสัน ทิ้งตัวโขกบอลพุ่งชนคานอย่างจังชนิด เชย์ กิฟเว่น หมดสิทธิ์ไปแล้ว

นาทีที่ 83 แอสตัน วิลล่า มาทำประตูไล่มาจนได้จากบอลโยนยาว ดาร์เรน เบนท์ โหม่งติดกองหลังแบร็ดฟอร์ดก่อนมาเข้าทาง อันเดรียส ไวมันน์ ที่วิ่งเข้าไปยิงผ่านตัว แม็ตต์ ดุ๊ค เข้าประตูไป ทีมเยือนตามมาเป็น 2-1

แต่นาทีที่ 88 จากลูกเตะมุมของเจ้าถิ่น แกรี่ โจนส์ เปิดลูกเตะมุมเข้าไปหน้าประตู คาร์ล แม็คฮิวจ์ ขึ้นโขกเต็มหัวส่งบอลเสียบตาข่าย แบร็ดฟอร์ดนำห่าง 3-1

จบเกม แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ ต้อน แอสตัน วิลล่า 3-1 โดยทั้งคู่จะพบกันอีกครั้งที่บ้านของ วิลล่า ในแคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 คืนวันอังคาร 22 มกราคม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ : แม็ตต์ ดุ๊ค - สตีเฟ่น ดาร์บี้, คาร์ล แม็คฮิวจ์, เคอร์ติส กู๊ด, รอรี่ แม็คอาร์เดิ้ล - แกรี่ โจนส์, เนธาน ดอยล์, วิล แอตกินสัน - เจส์ แฮนสัน, ซาวอน ไฮน์ส, นาห์กี้ เวลล์ส 

แอสตัน วิลล่า : เชย์ กิฟเว่น - แม็ตต์ โลว์ตัน, เคียแรน คล้าร์ก, เนธาน เบเกอร์, โจ เบนเน็ตต์ - ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย, ฟาเบียน เดลฟ์, แบร์รี่ แบนแนน - กาเบรียล อักบอนลาฮอร์, คริสเตียน เบนเตเก้, อันเดรียส ไวมันน์ 

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เซาธ์แฮมป์ตัน VS อาร์เซนอล - ตื่นแล้ว..แฟนปืนเซ็งแค่ไล่เจ๊านักบุญ 1-1 12bet 02/01/2556

Written By SPORT WORLD on Wednesday, January 2, 2013 | 3:47 AM



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล พลาดการเก็บ 3 แต้มไปจนได้ หลังทำได้แค่บุกไปไล่เสมอกัน "นักบุญแดนใต้" เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 รั้งอันดับ 5 ของตารางตามหลัง เชลซี อยู่ 4 แต้ม หลังจบเกมพรีเมียร์ลีก ประจำวันขึ้นปีใหม่เมื่อวันอังคารที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา
     
วันอังคารที่ 1 มกราคม 2556
  
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 อาร์เซนอล

1-0 รามิเรซ นาที 35

SOU 1 ARS  0 RAMIREZ | ourmatches.net by Ourmatches


ไฮไลท์เกม

EPL : Southamton vs Arsenal 1-1 by MRLooka


1-1 ปราโด (เข้าประตูตัวเอง) นาที 41
       
เกมพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้ายของคืนวันปีใหม่ที่สนาม เซนต์ แมร์รี "นักบุญ"เซาธ์แฮมป์ตัน ขนสตาร์อย่าง มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, แกสตอง รามิเรซ และ ริคกี แลมเบิร์ต ลงสนามพร้อมหน้าขาดเพียง อดัม ลัลลานา ที่มีอาการเจ็บ ส่วนทีมเยือน อาร์แซน เวนเกอร์ จับทั้ง ธีโอ วัลคอตต์ และ อเล็ก ออกเล็ดจ์-แชมเบอร์เลน ลงสนามพบกับทีมเก่า
       
ออกสตาร์ทมาในช่วงแรกปืนใหญ่ครองบอลดีกว่า แต่ยังไม่มีลูกหวาดเสียวกระทั่งนาที 13 ลูคัส โพดอลสกี รับบอลจาก ซานติ การ์ซอลา หลุดมาทางซ้ายก่อนพยายามยิงเร็วที่เสาแรกบอลไปติดบล็อกแนวรับที่เข้ามาขว้างได้ทัน จากนั้นนาที 18 โอกาสครั้งแรกของเจ้าบ้านมาจาก แลมเบิร์ต ที่ซัดไกลจากนอกกรอบ บอลยังไปติดกองหลัง "ปืนใหญ่" ที่ยืนเกะกะอยู่ก่อนจะถูกเลคียออกมา
       
จากนั้นเกมของ เจ้าบ้านเริ่มดีขึ้นและมาได้ประตูออกนำในนาที 35 จากจังหวะโต้กลับมาให้ แลมเบิร์ต ยิงไม่โดน ก่อนจะเป็น กอสเซียลนี เคลียทิ้งมาเข้าทางปืน แกสตอง รามิเรซ ยิงสวนตูมเดียวให้ เซาแธมป์ตัน ออกนำ 1-0 หลังเสียประตู "กันเนอร์ส" โหมบุกหนักและมาได้ประตูตีเสมอนาที 41 จากลูกตั้งเตะ วัลคอตต์ เปิดเข้ามาเสาแรก กุย โด ปราโด เคลียร์ไม่ดีบอลเปลี่ยนเทาตุงตายข่ายชนิดที่ อาร์เธอ โบรุค ได้แต่เซง ก่อนจนครึ่งแรกที่ 1-1 
       
ลงมาเล่นครึ่งหลัง 10 นาที "นักบุญแดนใต้" เริ่มได้คึกคักกว่า กุย โด ปราโด หมุนวนหนี โรลองต์ กอสเซียลนี ก่อนซัดเต็มๆ บอลพุ่งเข้าเข้าเสาแรกยังดีที่ วอยเซียค เชสนีย์ ไม่พลาดบินปัดทิ้งไปได้ จากลูกเตะมุม ฌอณ เดวิส เปิดเข้ากลางกองหลัง ทีมเยือนเคลียกันไม่ดี แลมเบิร์ต พยายามจะยิงซ้ำแต่ เชสนีย์ ยังไว้ตามไปตะครุบไว้ได้
       
นาที 57 "ปืนใหญ่" ต้องเปลี่ยนเอา โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงมาค้ำเป็นหอกเป้าแทน และให้ วัลคอตต์ ถ่างออกไปเล่นริมเส้น แต่นาที 64 กลายเป็น เจ้าบ้านมาได้ลุ้นอีกครั้ง ฌอณ เดวิส ไหลออกขวาให้ เจสัน พันเชียน ตั้งป้อมกดเน้นๆ บอลพุ่งเข้าหน้าต่างเสาแรกแบบได้เสียว เกม "นักบุญ" ดีกว่าชัดเจน นาที 70 บอลจากกลางสนาม มาให้ รามิเรซ สลัดหนี กอสเซียลนี พักอกเอาบอลลงก่อนวอลเลย์บอลตุงตาข่ายแต่กรรมการมองว่าเป็นการผลักจากด้านหลังก่อน
       
ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม อาร์เซนอล กลับมาบุกได้อีกครั้ง แชร์วินโญ อีกหนึ่งสำรองลากตัดจากซ้ายเข้ามายิงด้วยขวาบอลพุ่งน่ากลัวแต่ไปเข้าแค่ข้างตาข่ายเท่านั้น นาที 89 อาร์เตตา หลุดขึ้นทางซ้ายพยายามจะจ่ายเข้ากลางให้เพื่อนเข้าชาร์ตแต่ โยชิดะ พุ่งมาสกัดบอลทิ้งไปได้ทันเวลา สุดท้ายทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้เสมอกันไป 1-1 แบ่งไปทีมล่ะแต้ม
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เซาธ์แฮมป์ตัน : อาร์เธอ โบรุค, มาซาโตะ โยชิดะ, โชเซ ฟอนเต, ลุค ชอว์, ฌอณ เดวิส, แจ็ค คอร์ก, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, เจสัน พันเชียน, แกสตอง รามิเรซ, ริคกี แลมเบิร์ต, กุย โด ปราโด

อาร์เซนอล : วอยเซียค เชสนีย์, บาการี ซานญา, โธมัส แฟร์มาเลน, คีแรน กิบบ์, โรลองต์ กอสเซียลนี, มิเกล อาร์เตตา, ซานติ การ์ซอลา, แจ็ค วิลเชียร์, ธีโอ วัลคอตต์, ลูคัส โพดอลสกี, อเล็ก ออกเล็ดจ์-แชมเบอร์เลน

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ VS เร้ดดิ้ง - ไก่พลิกอัดเร้ดดิ้ง 3-1 ขึ้นรั้งที่ 3 12bet 02/01/2556



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พลิกสถานการณ์เอาคืนรวดเดียวจบถล่ม "เดอะ รอยัลส์" เรดดิ้ง 3-1 พร้อมแซงหน้า เชลซี ขึ้นมารั้งอันดับ 3 ชั่วคราว ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันอังคารที่ 1 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ 
วันอังคารที่ 1 มกราคม 2556 

ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3-1 เร้ดดิ้ง 

ไฮไลท์รวม 


0-1 โปรเกร็บเนี๊ยค นาที 5 

TOT 0 REA 1 Pogrebnyak | Ourmatches.net by Ourmatches


1-1 ดอว์สัน นาที 10

TOT 1 REA 1 | ourmatches.net by Ourmatches


2-1 อเดบายอร์ นาที 51

TOT 2 REA 1  Adebayor | ourmatches.net by Ourmatches


3-1 เดมพ์ซีย์ นาที 79 

TOT 3 REA 1  Golazo Dempsey by Ourmatches


เปิดฉากแค่ 4 นาทีแรกเท่านั้นกองเชียร์เจ้าถิ่นต้องตกตะลึงเสียประตูเร็วแบบไม่คาดฝันจากจังหวะฟรีคิกระยะ 25 หลา ฮาร์ท เจ้าพ่อลูกนิ่งปั่นไซด์ข้ามกำแพงชนคานกระดอนออกมา โปเกรบเนี้ยค โหม่งซ้ำดาบสองจ่อๆไม่เหลือ เรดดิ้ง ขึ้นนำ 1-0

พอเสียประตูขุนพลสเปอร์สพยายามรวบรวมสติกลับคืนเกือบเอาคืนในอีก 4 นาทีถัดมา เลนน่อน กระชากลากเลื้อยมาทางขวาก่อนโยนไปยังเสาไกล อเดบายอร์ โขกเผาขนหลุดกรอบ]

แต่แล้วนาที 10 คนดูในสนามตะโกนด้วยความสะใจตามตีเสมอ 1-1 ซิเกิร์ดสสัน โยนลูกเตะมุมทางซ้ายไปยังจุดนัดพบเสาแรก ดอว์สัน ชิงจังหวะโหม่งเช็ดเสียบตาข่าย

พอตีเสมอ สเปอร์ส คึกใหญ่ลุยต่อนาที 20 เดมเบเล่ มิดฟิลด์ห้องเครื่องสบโอกาสสับไกสังหารระยะ 25 หลาบอลหลุดออกนอกกรอบไม่ห่างมาก

เกมตกเป็นของ "ไก่เดือยทอง" ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หมดแล้วนาที 37 ซิเกิร์ดสสัน จ่ายให้ เดโฟ ลงมาล้วงลูกหน้ากรอบเขตโทษเลี้ยงหาช่องก่อนสับไกระยะ 25 หลาบอลกำลังพุ่งเสียบเสาก่อนบานปลายถากเสาออกไปนิดเดียวชนิดที่ เฟเดริชี่ นายด่านยืนขาตายหมดสิทธิ์ไปแล้ว

เหลือไม่ถึง 3 นาทีก่อนพักเบรก "ไก่เดือยทอง" น่าจะพลิกขึ้นนำ เดมเบเล่ พลิกลากเข้าไปยิงบริเวณหัวกระโหลกบอลแฉลบกองหลังแต่ เฟเดริชี่ นายทวารปัดพ้นอันตราย อเดบายอร์ พยายามตามซ้ำดาบสองก็ช้าเกินไป

นาทีสุดท้ายครึ่งแรก สเปอร์ส ใกล้เคียงพังประตูแซงนำอีกครั้งจากจังหวะ ซานโดร ปั่นไซด์นอกกรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เฟเดริชี่ นายทวารยังพุ่งปัดพ้นอันตรายออกไปได้ จบครึ่งแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 1-1

กลับมาเริ่มต้นกันใหม่แค่ 2 นาทียังเป็น "ไก่เดือยทอง" พยายามฉวยโอกาสขึ้นนำให้ได้ เดโฟ ปั่นไซด์ระยะ 20 หลาบอลทะลุแนวรับยังไปติดเซฟ เฟเดริชี่ ยืนถูกที่ถูกตำแหน่ง

สเปอร์ส ยังเดินหน้าบดอย่างหนักในที่สุดพลิกแซงนำเป็น 2-1 ในนาที 51 เลนน่อน อาศัยความเร็วกระชากถึงเส้นหลังในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนโยนไปยังเสาสองเข้าหัว อเดบายอร์ เทคตัวโหม่งเน้นๆเสียบตาข่าย

กลายเป็นบอลได้ใจไปแล้ว "ไก่เดือยทอง" คึกใหญ่เดินหน้าบุกต่ออีก 4 นาทีถัดมา ซานโดร อาศัยความสามารถเฉพาะตัวลากหนีสองกองหลังเรดดิ้งก่อนกดเรียดเน้นๆบอลผ่านมือ เฟเดริชี่ นายด่านไปแล้วหลุดเสานิดเดียว

จังหวะที่กำลังบุกเพลินๆ เรดดิ้ง มีโอกาสีเสมอเหมือนกันในนาที 72 โปเกรบเนี้ยค หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนกดเรียดเน้นๆ ญอริส นายทวารปัดทิ้งกระดอนออกมาให้ โปเกรบเนี้ยค โหม่งดาบสองไม่ตรงกรอบ

เกมของ เรดดิ้ง ดีขึ้นเรื่อยๆนาที 75 พลาดโอกาสทองตีเสมออย่างน่าเสียดายสุดๆ กูธรี ไหลทะลุช่องให้ เคเบ กระชากแหวกฝ่าสองแนวรับสเปอร์สหลุดเข้าไปเผชิญหน้า ญอริส บอลยิงไปแฉลบหลุดข้างเสาน่าหวาดเสียว

หลังรอดพ้นเสียประตูหวุดหวิด "ไก่เดือยทอง" พังประตูตอกย้ำชัยก่อนหมดเวลา 8 นาที ซานโดร จ่ายให้ เดมพ์ซี่ย์ ตัวสำรองลงมาไม่ทันไรจับบอลพลิกก่อนยิงไปแฉลบ ไลเกิร์ทวู้ด ทำให้บอลลอยโด่งย้อยข้ามตัว เฟเดริชี่ นายทวารออกมานอกเส้นถอยไปเซฟไม่ทันเสียบตาข่าย

เวลาที่เหลือ เรดดิ้ง ไม่มีอะไรจะเสียต้องเดินหน้าแลกทำให้แผงหลังลอยขึ้นสูงเป็นโอกาส เดโฟ มีพื้นที่ว่างหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษทางซ้ายสับไกยิงไม่ผ่าน เฟเดริชี่ นายทวารเซฟเอาไว้ได้ แต่ถึงอย่างไร สเปอร์ส คุมเกมไว้ได้หมดก่อนถล่มขาด 3-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์: ฮูโก้ ญอริส 5,ไคล์ วอล์คเกอร์ 5,ไมเคิล ดอว์สัน 5,แยน แฟร์ต็องเก้น 5,ไคล์ นอห์ตัน 5,แอร่อน เลนน่อน*8,ซานโดร 5,มูซ่า เดมเบเล่ 6(สกอตต์ ปาร์คเกอร์ 5 น.70) ,กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน 4(คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ 5 น.76),เอมานูเอล อเดบายอร์ 5(เจ๊ค ลิเวอร์มอร์ - น.88),เจอร์เมน เดโฟ 4


เรดดิ้ง: อดัม เฟเดริชี่ 7,คริส เกนเตอร์ 5,อเล็กซ์ เพียร์ซ 4,อาเดรียน มาเรียปปา 5,เอียน ฮาร์ท 3,จิมมี่ เคเบ้ 4,เจม คาราแคน 4(ฮัล ร็อบสัน คานู 5 น.56),มิเคเล่ ไลเกิร์ทวู้ด 7,แดนนี่ กูธรี 4,โจบี้ แม็คคานัฟฟ์ 4(อดัม เล ฟอนเดร 4 น.73) ,พาเวล โปเกรบเนี้ยค 5(โนเอล ฮันท์ - น.83)

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ VS สโต๊ค ซิตี้ - ไม่น้อยหน้าผี..เรือเปิดรังทุบหม้อแตก 3-0 12bet 02/01/2556


ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้าน ยำ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ 3-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ ไล่ตามคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง แมนฯยูฯ 7 แต้มเท่าเดิม ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อ วันอังคารที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา

วันอังคารที่ 1 มกราคม 2556

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมนฯ ซิตี้ 3-0 สโต๊ค ซิตี้




"เรือใบสีฟ้า" แชมป์เก่า เปิดรังเอติฮัด สเตเดี้ยม รับมือ "ช่างปั้นหม้อ" ทีมฟอร์มแกร่งที่ไม่แพ้ใครมานาน โดยเกมนี้เจ้าถิ่นขาด ซามีร์ นาสรี่ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสที่โดนไล่ออกในเกมที่แล้ว แนวรุกวาง เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" ประสานงานกับ เอดิน เชโก้ โดยมี ดาบิด ซิลบา ปั้นเกมรุกอยู่ข้างหลัง

ฝั่งทีมเยือน เน้นปลอดภัยไว้ก่อน แพ็กแดนกลางแน่น 5 คน หน้าเป้าเป็น เคนวิน โจนส์ ดาวเตะผิวสีล่าตาข่าย นอกจากนั้นยังได้ สตีเว่น เอ็นซอนซี่ ผ่านอุทธรณ์โทษแบนลงเป็นตัวจริงทันที แดนกลางมี ชาร์ลี อดัม คุมเกมกับ เกล็น วีแลน

เปิดฉากแค่นาทีแรก ซิตี้ทักทายทันที มิลเนอร์จ่ายจากขวาเข้าในให้อเกวโร่แตะหนีเข้าเขตโทษ ก่อนซัดมุมแคบ เบโกวิชปิดมุมดี ป้องกันออกหลังไปได้ จากนั้นนาที 8 แบร์รี่จ่ายสั้นให้ตูเร่ ลากมาหน้าประตู ไม่มีกองหลังขวาง ตูเร่สับไกหน้าเขตโทษเต็มเกือก แต่บอลโด่งออกหลังอย่างน่าผิดหวัง

จากนั้นนาทีเดียว แบร์รี่หยอดจากขวามาหน้าประตูให้อเกวโร่หลุดกับดักล้ำหน้า พักอกก่อนวอลเล่ย์ทันที บอลเหินข้ามคาน นาที 14 กลิชี่ผ่านเข้ากลางตูเร่ ลองยิงไกลอีกครั้ง คราวนี้บอลโด่งข้ามคานไม่มีหางเสือ

ซิตี้รุกคืบ นาที 19 มิลเนอร์เปิดฟรีคิกทางกราบขวามาหน้าประตู ซิลบาโฉบมาขวิดที่เสาแรก บอลหลุดข้างเสาออกไป จากนั้นอีก 3 นาที แบร์รี่ไหลให้อเกวโร่กระชากหนีกองหลัง แล้วอัดด้วยขวาหักไปเสาสอง เบโกวิชยังไว ปัดทิ้งออกหลังได้

มาเป็นชุด นาที 25 ซิลบารับบอลจากอเกวโร่ก่อนสับไกหน้าเขต บอลติดกองหลัง อีก 3 นาที มิลเนอร์จ่ายให้เชโก้ หลุดเข้าไปทางฝั่งขวาเขตโทษ แต่ซัดโด่งออกหลังไปอีก เจ้าบ้านน่าสุดๆ นาที 33 เชโก้ไหลขึ้นหน้าทางซ้ายให้แบร์รี่ เปิดเข้ากลางให้อเกวโร่เทกตัวโขกจ่อๆ ระยะ 6 หลา บอลพุ่งชนเสาแรกกระดอนออกมา ไม่มีตัวเข้าซ้ำ

บดอยู่นาน นาที 43 เรือใบออกนำ 1-0 จนได้ จังหวะต่อเนื่องจากเตะมุม อเกวโร่ผ่านออกขวาให้มิลเนอร์ ปาดเข้ากลางกึ่งยิงกึ่งผ่าน เบโกวิชบล็อกด้วยขากระดอนออกมา เข้าทางซาบาเลต้าแปสวนด้วยซ้าย ผ่านผู้เล่นสโต๊คที่ยืนออแน่นหน้าเส้นประตูเข้าไปซบก้นตาข่าย ครบ 45 นาทีแรก ซิตี้นำสโต๊คด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นครึ่งหลัง ซิตี้ไม่พูดพร่ำ นาที 49 ได้ลุ้นทันที ตูเร่ชิพบอลขึ้นหน้าให้เชโก้ปล่อยบอลตก ก่อนกลับตัววอลเล่ย์ด้วยขวาตามน้ำ บอลเหินข้ามคานแค่คืบ 

ไม่ต้องรอนาน นาที 56 เรือใบแล่นฉิว ตูเร่จ่ายบอลขึ้นหน้าให้อเกวโร่ พลิกตัวหันหน้าเข้าหาประตู ก่อนตัดสินใจซัดลอดขาแนวรับสโต๊ค เบโกวิชไม่หลับ ล้มตัวปัดออกมา แต่บอลตกตรงหน้าเชโก้ ซ้ำด้วยขวานิ่มๆ เผาขนไม่มีเหลือ ซิตี้นำ 2-0

หลังเสียประตู ช่างปั้นหม้อลุยกลับ นาที 59 ชาร์ลี อดัม ปั่นฟรีคิกด้วยซ้าย กึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าประตู ฮาร์ทต้องปัดทิ้งออกมา อีก 2 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นอีก จากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย วีแลนเปิดมาเสาแรกให้เจอโรมขวิดเช็ดต่อมายังวอลเตอร์สเอี้ยวตัวยิงด้วยซ้ายไม่กี่หลา บอลเหินข้ามคานออกหลัง

เรือใบมาได้จุดโทษนาที 74 จากจังหวะที่เอ็นซอนซี่ไปฟาวล์ซิลบาในเขตโทษฝั่งซ้าย อเกวโร่วิ่งมาสับไกไปทางขวามือตัวเอง เบโกวิชพุ่งสุดตัวแต่ไปไม่ถึง บอลเสียบก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ซิตี้หนีเป็น 3-0

สนุกอยู่ข้างเดียว นาที 77 เจ้าถิ่นต่อบอลกันสวย ก่อนจังหวะสุดท้ายซาบาเลต้าไหลจากขวาเข้าในให้ซิลบา ปั่นด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ บอลโค้งไม่พอ หลุดคานออกหลัง จบเกม แมนฯ ซิตี้ถล่มสโต๊ค ซิตี้ ยับเยิน 3-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท - ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โจลีออน เลสค็อตต์, กาแอล กลิชี่ - เจมส์ มิลเนอร์, แกเร็ธ แบร์รี่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา - เอดิน เชโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" 

สโต๊ค : อัสเมียร์ เบโกวิช - เจฟฟ์ คาเมรอน, โรเบิร์ต ฮูธ, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แอนดี้ วิลกินสัน - โจนาธาน วอลเตอร์ส, เกล็นน์ วีแลน, ชาร์ลี อดัม, สตีเว่น เอ็นซอนซี่, คาเมร่อน เจโรม - เคนวิน โจนส์

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก วีแกน VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - ผีถอนแค้นฉลองปีใหม่..บุกยำลาติกส์ 4-0 12bet 02/01/2556



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเก็บชัยชนะประเดิมศักราชใหม่ด้วยการยำใหญ่ใส่ วีแกน แอธเลติก 4-0 รักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป ในศึกพรีเมียร์ลีก ประจำวันอังคารที่ 1 ม.ค. ที่

วันอังคารที่ 1 มกราคม 2556
      
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วีแกน 0-4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

0-1 ชิชาริโต้ นาที 35

WIG 0-1 MAN UNITED by Ourmatches


0-2 ฟาน เพอร์ซี่ นาที 43

WIG 0 MAN 2 VAN PERSIE | ourmatches.net by Ourmatches


0-3 ชิชาริโต้ นาที 64

WIG 0 MAN 3 CHICHARITO | ourmatches.net by Ourmatches


0-4 ฟาน เพอร์ซี่ นาที 90

WIG 0 MAN 4 VAN PERSIE | ourmatches.net by Ourmatches


ไฮไลท์รวม

       
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง ที่เพิ่งฉลองครบรอบวันเกิดอายุ 71 ปี ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา บุกมาเยือน วีแกน โดยเกมนี้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กลับมาเป็นตัวจริงคู่กับ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ อีกครั้ง และใช้ ไรอัน กิกส์ กับ แอชลีย์ ยัง ทำเกมสองฝั่ง ฝั่งเจ้าบ้านมาในระบบ 4-3-3 ส่งทั้ง เจมส์ แม็คคาร์ธี, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ และ ฌอน มาโลนีย์ ลงทำเกมตรงกลาง
       
เริ่มเกมมาไม่ถึง 5 นาที ฟาน เพอร์ซี ไหลบอลต่อให้ "ชิชาริโต" หลุดมาทางขวาก่อนกดยิงกะเล่นงานเสาแรกบอลพุ่งเข้าซอง อาลี อัล ฮับซี เซฟไว้ได้แบบไร้ปัญหา นาที 11 เอร์นานเดซ รับบอล จาก กิกส์ หลุดเข้าไปจิ้มสวนตัว นายประตูชาวโอมานตุงตาข่าย ทว่าไลน์แมนยกธงล้ำหน้าก่อน
       
ช่วง 25 นาทีแรก "ผีแดง" ครองบอลได้มากกว่าชัดเจน และพยายามหาโอกาสเข้าทำทั้งสองฝั่งตามสไตล์ถนัด กระทั่ง นาที 30 จากลูกฟรีคิก ฟาน เพอร์ซี เปิดเข้ามาหน้าประตู อัล ฮับซี ชกบอลไม่ดีตกที่หน้าไรอัน กิกส์ ง้างเท้ากำลังยิงแต่โชคยังดีที่ แกรี คัลด์เวลล์ พุ่งมาเคลียทิ้งออกไปได้รอดพ้นการเสียประตูครั้งที่ 2 "ผีแดง" มาเป็นชุด ราฟาเอล ดา ซิลวา ลากขึ้นมายิงเองจากนอกกรอบแต่ อัล ฮับซี มองเห็นพุ่งปัดออกไปอีก
       
 "ปิศาจแดง" มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ เอวรา ทะลุขึ้นมายิงก่อนด้วยซ้าย ไปติดเซฟของ อัล ฮับซี บอลเด้งเข้าทางปืนของ เอร์นานเดซ ซ้ำจ่อๆ ไม่มีเหลือให้ทีมนำ 1-0 นาที 42 สกอร์ไหลไปเป็น 2-0 "อาร์วีพี" แต่งบอลหนี อิบัน รามิส ที่หัวทิ่มไปแล้วก่อนปั่นด้วยขวาบอลโค้งเข้าทางเสาสอง อย่างสวยงาม พร้อมจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
       
กลับลงมาเล่นครึ่งหลัง ทีมเยือนหาโอกาสบุกได้ชัดเจนกว่า แต่ผ่านนาที 58 กลายเป็น วีแกน หาช่องเจาะเข้าไปส่งบอลตุงตาข่ายได้บ้าง ฟรังโก้ ดิ ซานโต เปิดเรียดเข้าไปที่ อารูนา โกเน แปง่ายๆ แต่ไลน์แมนคนเดิมยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนอีกครั้ง 2นาที ถัดมา หลังเจ้าถิ่นประกบตัวไม่ดีปล่อยให้ เอร์นานเดซ วิ่งเข้าชาร์ตลูกเปิดของ ยัง แต่คุมทิศทางไม่ได้ลอยออกหลังอย่างน่าเสียดาย
       
นาที 63 ลูกทีมของ "เฟอร์กี" มาพังประตูหนีห่าง 3-0 "อาร์วีพี" ซัดฟรีคิดไปติดกำแพงบอลเป็นใจให้ "ชิชาริโต" เอี่ยวตัววอลเลย์บอลตุงตาข่ายง่ายๆ นาที 70 "ปิศาจแดง" ส่งเอา ชินจิ คากาวะ ลงมาเรียนกฟอร์มในสนามบ้าง พร้อมใช้ คริส สมอลลิง ลงมายืนเกมรับแทน ริโอ เฟอร์ดินานด์ ขณะที่ วีแกน ส่ง ฆอร์ดี โกเมซ ลงทำเกมแทน ดิ ซานโต
       
ท้ายเกม วีแกน ยังไม่มีท่าจะฟื้น ถูก แมนฯ ยู ครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่และมาเสียประตูอีกจนได้ แดนนี เวลเบ็ค ลงมาเป็นตัวสำรองเปิดยัดให้ ฟาน เพอร์ซี แปเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูปิดกล่องให้ ยูไนเต็ด บุกมาย้ำใหญ่ 4-0 นำเป็นจ่าฝูงต่อเนื่อง มี 52 แต้ม ส่วน "เดอะลาติกส์" จมอยู่ที่ 17
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
วีแกน : อาลี อัล ฮับซี, เอ็มเมอร์สัน บอยซ์, อิบัน รามิส, แกรี คัลด์เวลล์, มายนอร์ ฟิเกรัว, เจมส์ แม็คคาร์ธี, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, อารูนา โกเน, ฌอน มาโลนีย์, ฌอง โบเซอฌูร์, ฟรังโก้ ดิ ซานโต

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล ดา ซิลวา, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี อีแวนส์, ปาทริซ เอวรา, แอชลีย์ ยัง, ไมเคิล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, ไรอัน กิกส์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี, ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS ฟูแลม - หงส์ซดเจ้าสัวนิ่ม 4-0 รั้งที่ 8 12bet 23/12/2555

Written By SPORT WORLD on Sunday, December 23, 2012 | 10:10 AM



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มสุดยอดเปิดรังแอนฟิลด์ เอาชนะ ฟูแลม ไป 4-0 ในเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษคู่ดึกของวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค. ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 8 ในครึ่งบนของตารางได้สำเร็จ

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2555
      
ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
ลิเวอร์พูล 4-0 ฟูแลม




L4-0F www.fasthighlights.com by fasthighlights-2012

       
ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 12 เปิดสนามแอนฟิลด์ จัดผู้เล่นลงสนามเต็มสูบนำมาโดย สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีม หลุยส์ ซัวเรซ และ ได้ ลูคัส เลวา ห้องเครื่องบราซิเลียนกลับมาประจำการในแดนกลางอีกครั้ง ขณะที่ทีมเยือน ฟูแลม อันดับ 13 มี ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เป็นหัวหอกตัวความหวัง
       
เริ่มต้นเกมมาเพียง 8 นาที แฟนบอล "เดอะค็อปส์" ได้ร้องรำทำเพลงกันตั้งแต่หัววันจากลูกเตะมุม อารอน ฮิวจ์ส และ เบรเด ฮันเกลันด์ กระโดดโหม่งไปชนกันเอง บอลมาตกที่ มาร์ติน สเคอร์เทล เอี่ยวตัววอลเลย์ส่งบอลตุงตาข่ายออกนำ 1-0 ชนิดที่ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ได้แต่เซฟด้วยสายตา
       
นาที 26 "หงส์แดง" น่าจะได้ประตูหนีห่างออกไป ซัวเรซ ได้บอลทางขวาก่อนเปิดหัวกลับมาหน้าประตู ดาเนียล แอ็กเกอร์ พยายามพุ่งชาร์ตโล่งๆ แต่โดนเหลี่ยมไม่ดีบอลเหินขึ้นอัฒจรรย์ชั้นสองไป นาทีถัดมา อเล็กซ์ คาคานิคลิช ทำเกมขึ้นตรงกลางให้ "เจ้าสัวน้อย" ก่อนสบโอกาสยิงไกลเต็มเท้าบอลส่ายแต่ โฆเซ เรนา ใช้เท้าเซฟไว้ได้
       
แฟน "หงส์แดง" ได้เฮกันต่อเนื่องนาที 35 เจอร์ราร์ด วิ่งทะลุขึ้นมารับบอลคิลเลอร์พาสจาก สจ๊วร์ต ดาวนิง ก่อนตวัดยิงด้วยขวาบอลเข้าทางเสาสองส่งให้ ลิเวอร์พูล ขยับหนีไปเป็น 2-0 และ 4 นาที ถัดมา ซูโซ ได้บอลหลุดทางซ้ายพยายามยิงหักข้อแต่บอลเลี้ยวหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดายก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
       
ลงมาเล่นครึ่งหลัง 6 นาที เจอร์ราด ถ่ายบอลออกขวาให้ ดาวนิง ลากตัดเข้ามายิงด้วยซ้ายบอลเข้าข้อพุ่งแหวกแนวรับก่อนจะหายไปซุกตาข่ายเป็นประตูนำ 3-0 ของเจ้าถิ่น จากนั้นนาที 67 เกมฝั่งขวาของ "หงส์แดง" ยังเจาะแนวรับเข้าไปลุ้นประตูได้อย่างต่อเนื่อง นาที 67 เกล็น จอห์นสัน ลากตัดเข้ามากดด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้าแค่หน้าต่าง
       
ท้ายเกม ลิเวอร์พูล ดาหน้าบุกต่อเนื่องและมีโอกาสหลายครึ่ง จนมาถึงช่วงทดเวลาเจ็บ โฆเซ เอ็นริเก ลากบอลสุดเส้นหลังก่อนตบให้ หลุยส์ ซัวเรซ แปเข้าไปไม่มีเหลือ เป็นประตูฝั่งเอาชนะ ฟูแลม ไป 4-0 ขยับขึ้นไปปรั้งอันดับ 8 ส่วน ฟูแลม อันดับไม่ขยับ
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล : โฆเซ เรนา, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนียล แอ็กเกอร์, โฆเซ เอ็นริเก, ลูคัส เลวา, สตีเวน เจอร์ราร์ด, จอนโจ เชลวีย์, สจ๊วร์ต ดาวนิง, ซูโซ, หลุยส์ ซัวเรซ

ฟูแลม : มาร์ค ชวาร์เซอร์, ซาชา รีเธอร์, อารอน ฮิวจ์ส, เบรเด ฮันเกลันด์, ยอห์น อาร์เน รีเซ, คีแรน ริชาร์ดสัน, จอร์จอส คารากูนิส, คริส แบร์ด, อเล็กซ์ คาคานิคลิช, แอชคาน เดยากาห์, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-0 เรดดิ้ง - แบร์รี่เขกเรือเข้าวินหวิว 1-0 12bet 23/12/2555



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - แกเร็ธ แบร์รี กองกลางจอมขยันที่เพิ่งพ้นโทษแบนกลับมาโขกประตูชัยในช่วงทดเจ็บ ให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี เฉือนเอาชนะ เรดดิง แบบหืดจับ 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขยับเป็น 39 แต้ม มีตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะลงเตะวันอาทิตย์ เพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2555
      
ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 
แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-0 เรดดิง




M1-0R www.fasthighlights.com by fasthighlights-2012

       
แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมรองจ่าฝูงเกมนี้เจอปัญหาในการจัดทัพพอสมควร เนื่องจากปราการหลังอย่าง แวงซองต์ กอมปานี, โจลิออน เลสค็อตต์, อเล็กซานเดร โคลาลอฟ ต้องใช้ มาติยา นาสตาซิซ และ คาริม เรคิช ลงเป็นตัวจริง ส่วนแผงเกมรุกยังอยู่กันพร้อมหน้า ฝั่ง "เดอะ รอยัล" ในญานะทีมท้ายตารางไม่มีอะไรต้องเสียส่ง พาเวล โพเกร็บเนียค ยืนค้ำแดนหน้า
       
เปิดฉากครึ่งแรกมา 10 นาที "เรือใบสีฟ้า" ตั้งเกมได้อย่างรวดเร็ว อากูเอโร ลากบอลเดี่ยวจากกลางสนามหลุดไปถึงเส้นหลังพยายามตักเข้ามาเสาสอง แต่ไม่มีตัวชาร์ตบอลลอยผ่านหน้าปากประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย 2 นาทีถัดมา ดาบิด ซิลบา ทำชิ่งกับ เตเวซ ได้ยิงด้วยขวาเน้นๆ บอลหลุดเสาแรกออกไปนิดเดียว
       
นาที 15 ซิตี มาเป็นชุด เตเวซ ได้บอลจากเสาสองวอลเลย์ก่อนไปติด เซฟของ อดัม เฟเดริชี ที่ผวาออกมาป้องกันได้ทันบอลยังเป็นใจกระดอนใกล้ๆ ได้ซ้ำอีกครั้งยังไปติดบล็อกกองหลัง เรดดิง ที่ยืนเกะกะอยู่พอดีออกหลังจากลูกเตะมุม หลังทีมเยือนเคลียกันไม่ขาดบอลตั้งมาให้ ฆาร์บี การ์เซีย ตั้งบอลแปเน้นๆ ทว่ายังไปแฉบลแนวรับ "เดอะ รอยัล" ออกไปอีกแบบมีโชค
       
ผ่านครึ่งชั่วโมงของเกม "เรือใบ" ครองบอลบดเกมรับเจ้าถิ่นต่อเนื่อง เตเวซ หลุดขึ้นทางขวาตวัดเร็วมาเข้าหัว แกเร็ธ แบร์รี โขกเต็มๆ ที่กลางประตู แต่ก็เข้าไปตรงตัว เฟเดริชี อีกตามเคย ช่วงที่เหลือเกมไม่ต่างจากช่วงต้น เจ้าถิ่นบุกได้มากกว่าแต่ก็ไม่มีประตู จบ 45 นาทีแรก เสมอกันอยู่ 0-0
       
ออกสตาร์ทครึ่งหลังมานาที 53 เจย์ แทบบ์ กระชากขึ้นทางขวาก่อนเปิดเข้ากลางบอลย้อยมาที่เสาสอง อเล็กซ์ เพียซ โถมมาโขกเต็มๆ แต่บอลพุ่งผ่านหน้าประตูไปอย่างน่าเสียดาย ผ่าน 60 นาที ซิตี ยังไม่ได้ประตูต้องเปลี่ยนเอา เอดิน เซโก ลงมาขู่ในแรวรุกเพิ่มอีกรายแทน ฆาร์บี การ์เซีย
       
นาที 64 จากลูกเตะมุม เชโก มีลุ้นทันที ซิลบา เปิดมาที่เสาแรก หัวหอกบอสเนียสะบัดตามน้ำ แต่กดไม่ลงบอลเหินออกไปไม่ถึง 3 หลา เกมครึ่งหลังไม่ต่างจากครึ่งแรก "เรือใบ" ครองบอลอยู่ฝ่ายเดียว ทว่าก็ไม่สามารถเปลี่ยนจังหวะสุดท้ายให้เป็นสกอร์ขึ้นนำได้ นาที 81 เรดดิง เกือบทำแฟนเจ้าถิ่นเงียบทั้งสนามจากเกมสวนกลับ จิมมี เคเบ หลุดมาเปิดให้ โพเกร็บเนียค พุ่งชาร์ตแต่ไม่โดน
       
ช่วง 10 นาทีท้าย โรแบร์โต มันชินี สั่งลูกทีมลุยหนัก หวังพังประตูชัยช่วงท้าย และมีโอกาสได้ลุ้นหลายครั้ง กระทั่งมาประสบความสำเร็จช่วงทดเจ็บจากลูกโยนทางกราบซ้าย แกเร็ธ แบร์รี โถมเข้ามาโขกทั้งตัวบอลผ่านมือ อดัม เฟเดริชี ตุงตาข่ายทำเอาแฟน "เรือใบ" เฮกันลั่นเป็นประตูชัยให้ แมนฯ ซิตี เฉือนเอาชนะไป 1-0 เก็บแต้มเพิ่มเป็น 39 คะแนน ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงที่จะลงเตะวันอาทิตย์ เพียง 3 แต้มเท่านั้น
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี : โจ ฮาร์ท, พาโบล ซาบาเลตา, โคโล ตูเร, มาติยา นาสตาซิซ, คาริม เรคิช, ฆาร์บี การ์เซีย, เซร์คิโอ อากูเอโร, แกเร็ธ แบร์รี, ดาบิล ซิลบา, คาร์ลอส เตเวซ, ยายา ตูเร

เรดดิง : อดัม เฟเดริชี, คริส กันเธอร์, อเล็กซ์ เพียซ, อาเดรียน มาริอัพปา, เอัยน ฮาร์ท, เจม คาราแคน, มิเคเล ลิเกิร์ตวูด, โจบี แม็คอนัฟฟ์, จิมมี เคเบ, เจย์ แทบบ์, พาเวล โพเกร็บเนียค

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก วีแกน แอธเลติก VS อาร์เซนอล - อาร์เตต้าซัดโทษ..ปืนเข่นลาติกส์ 1-0 12bet 23/12/2555



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - มิเกล อาร์เตต้า เพลเมกเกอร์ชาวสเปนซัดจุดโทษพา "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล คว้าชัยบุกมาเฉือนเอาชนะ วีแกน แอธเลติก 1-0 ถึงถิ่นดีดับเบิลยู สเตเดียม แซงขึ้นมาอยู่อันดับที่ 3 ชั่วคราวในเกมพรีเมียร์ลีก คู่หัวค่ำของวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2555
      
ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 
วีแกน แอธเลติก  0-1 อาร์เซนอล


W0-1A www.fasthighlights.com by fasthighlights-2013

       
"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 8 ของตารางที่ลุ้นเก็บชัยชนะเพื่อแซงขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ชั่วคราว ลงเตะเป็นคู่แรกของคืนวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค. โดย อาร์แซน เวนเกอร์ จัดชุดใหญ่นำมาโดย ลูคัส โพดอลสกี, แจ็ค วิลเชียร์ และ ธีโอ วัลคอตต์ บุกไปเยือน วีแกน ของ โรแบร์โต มาร์ติเนซ ที่วาง ฟรังโก ดิ ซานโต และ ฌอน มาโลนีย์ เป็นความหวังในแนวรุก
       
เริ่มเกมมาเพียง 9 นาที "เดอะ กันเนอร์ส" เกือบได้ประตูนำเร็ว มิเกล อาร์เตตา จายทะลุให้ อเล็กซ์ ออคเลดจ์-แชมเบอร์เลน หลุดเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาพยายามซัดเองทั้งที่เพื่อนว่างอยู่ ไปติดเซฟของ อาลี อัล ฮับซี ออกหลังไป จากนั้น 2 นาที โอกาสเป็นของ ลูคัส โพดอลสกี บ้างซัดจากกรอบ 18 หลาคราวนี้บอลไปติดเซฟของนายประตูโอมานตามเคย
       
ผ่านช่วง 20 นาที เจ้าบ้านเริ่มตั้งเกมของตัวเองได้บ้าง ทำให้ อาร์เซนอล ไม่เจาะตามช่องเข้ามาลุ้นประตูได้เหมือนช่วงต้นทำได้แค่ครองบอลอยู่นอกกรอบโทษ กระทั่งนาที 34 ซานติ การ์ซอลา ทำชิ่งให้ วัคคอตต์ ที่ลงเป็นหอกเป้าได้ง้าวยิงแต่แนวรับ วีแกน ปรี่กันเข้ามาบล็อกเร็ว ช่วงที่ "ปืนใหญ่" ผ่อนเกมลง จบครึ่งแรกเสมอกันแบบไม่มีประตู
       
ออกสตาร์ทครึ่งหลังมาเพียง 3 นาที ออคเลดจ์-แชมเบอร์เลน หลุดขึ้นมาทางขวาอีกครั้งก่อนเปิดหักกลับมาให้ วัลคอตต์ บรรจงแปเน้นๆ อัล ฮับซี ยังล้มตัวเซฟไว้ได้หวุดหวิด หลังเดินเกมรุกอยู่พักใหญ่นาที 58 วัลคอตต์ หลังเข้าเขตโทษก่อนถูก ฌอณ บองเซฌู กระแทกด้านหลัง และเป็น มิเกล อาร์เตตา รับหน้าที่สังหารเข้ามุมขวามือไม่มีเหลือ เป็นประตูให้ "ปืนใหญ่" ออกนำ 1-0
       
เกมผ่าน 65 นาที กลายเป็น เจ้าถิ่นได้ครองเกมกดดันใส่ อาร์เซน่อล บ้างทำเอาทีมเยือนปั่นป่วนเช่นกัน นาที 69 อารูนา โคเน ลากตัดจากซ้ายเข้ามาหนีทั้ง บาคารี ซานญา และ แพร์ เมอร์แตซัคเกอร์ ก่อนซัดด้วยขวา ยังดีที่ วอยเซียจ เชสนีย์ ล้มตัวรับได้ทัน นาที 72 "เดอะ ลาติคส์" มีลุ้นต่อเนื่อง เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ได้บอลเก็บตกที่ปากประตูสวนตูมเดียวบอลถากเสาสองไปไม่ไกล
       
ท้ายเกม กุนซือชาวเมืองน้ำหอมสั่งลูกทีมพยายามครองบอลไว้เพื่อปิดเกม ขณะที่เจ้าบ้างส่ง ฆอร์ดี โกเมซ ลงมาช่วยปั้นเกมรุกอีกรายและขึงเกมบุกได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทว่าก็ฝ่าแนวรับเข้าไปลุ้นประตูตีเสมอไม่สำเร็จ จบเกมเป็น "ปืนใหญ่" เฉือนชนะ 1-0 มี 30 แต้มจากการลงเตะ 18 เกม ขึ้นไปอยู่ที่ 3 ชั่วคราว ส่วน วีแกน ยังรั้งอยู่ที่ 17
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
วีแกน : อาลี อัล ฮับซี, เจมส์ แม็คคาร์ธีย์, เอเมอร์สัน บอยซ์, ไมเนอร์ ฟิกเกรัว, เดวิก โจนส์, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ฌอณ บองเซฌู, รอนนี สแตม, อารูนา โคเน, ฟรังโก ดิ ซานโต, ฌอน มาโลนีย์

อาร์เซนอล : วอยเซียจ เชสนีย์, บาคารี ซานญา, แพร์ เมอร์แตซัคเกอร์, โธมัส แปร์มาเลน, คีแรน กิบบ์, มิเกล อาร์เตตา, ลูคัส โพดอลสกี, แจ็ค วิลเชียร์, อเล็กซ์ ออคเลดจ์-แชมเบอร์เลน, ธีโอ วัลคอตต์, ซานติ การ์ซอลา

คลิปกีฬา แข้งปืนโชว์ลูกคอร้องเพลงฉลองคริสต์มาส 12bet 22/12/2555

Written By SPORT WORLD on Saturday, December 22, 2012 | 1:11 AM



ไฮไลท์ฟุตบอล/คลิปกีฬา/12bet - บรรดาแข้ง อาร์เซนอล ที่ได้รับอนุญาตให้ฉลองเทศกาลคริสมาสต์กันก่อนกำหนดยังคงเฮฮาเต็มที่ ล่าสุดออกร่วมร้องเพลงคริสมาสต์ฝากแฟนบอล "กันเนอร์ส" ซึ่งนำมาโดย ธีโอ วัลคอตต์, วอจเชียจ เซสนีย์, โธมัส โรซิคกี และมี โยฮัน ฌูรู และ คีแรน กิบบ์ เป็นกองหนุน


       
โดยเพลงที่บรรดานักเตะ "ปืนใหญ่" ร้องในครั้งนี้ถูกแต่งขึ้นโดยแฟนบอลของทีม มี 3 เพลง ประกอบด้วย "Santi Cazorla’s coming to town." ที่ร้องแซว ซานติ การ์ซอลา ‘Call Me Szczesny.’ ของ เชสนีย์ และ ‘A Little Bit of Arsenal’ เป็นเพลงสุดท้าย อนึ่งเหตุผลที่เหล่า "กันเนอร์ส" เร่งร่าได้เต็มที่น่าจะเป็นเพราะเพิ่งโชว์ฟอร์มหรูถล่ม เรดดิง มา 5-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดมันเดย์ไนท์

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - เรือไม่พลาดบดสาลิกา 3-1 12bet 16/12/2555

Written By SPORT WORLD on Sunday, December 16, 2012 | 8:27 AM

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - เซร์คิโอ อเกวโร , ฆาบี การ์เซีย และ ยายา ตูเร สามนักเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วยกันทำคนละ 1 ประตู พาทีมบุกพิชิต นิวคาสเซิล ซึ่งทวงคืน 1 ลูกจาก เดมบา บา ช่วงต้นครึ่งหลัง 3-1 ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา
     
วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม2555

ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
นิวคาสเซิล 1-3 แมนฯ ซิตี้




N1-3M www.fasthighlights.com by fasthighlights-2013
      
โรแบร์โต มันชินี กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี ต้องการ 3 แต้มออกจากถิ่น เซนต์ เจมส์ ปาร์ก เพื่อตัดช่องว่างที่ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ 6 แต้ม จึงเน้นจัดทัพชุดใหญ่ลงสนาม ขาดเพียง แว็งซ็องต์ คอมปานี กัปตันทีม ที่มีอาการบาดเจ็บ ส่วนแนวรุกยังคงใช้ ยายา ตูเร , ซาเมียร์ นาสรี , และดาบิด ซิลบา ปั้นเกม พร้อม คาร์ลอส เตเบซ ล่าตาข่ายร่วมกับ เซร์คิโอ อเกวโร ขณะที่ นิวคาสเซิล มีทีเด็ดอยู่ที่ ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ และ เดมบา บา ดูโอชาวเซเนกัล แต่ไม่มี ฮาเต็ม เบน อาร์ฟา ปีกชาวฝรั่งเศส ลากเลื้อยริมเส้น
      
เสียงนกหวีดดังขึ้นเพียง 2 นาที นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งออกสตาร์ทได้ดีกว่า หวิดขึ้นนำ เมื่อ ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ ซัดจากระยะจุดโทษ ติดเซฟ โจ ฮาร์ท จากนั้น เจ้าถิ่น ยังทำเกมรุกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ แมนฯ ซิตี ยังต่อเกมไม่ติด แต่เมื่อผ่าน 10 นาที "เรือใบสีฟ้า" กลับพังประตูไปก่อน เมื่อ ยายา ตูเร จ่ายทะลุช่องให้ ซาเมียร์ นาสรี หลุดกับดักล้ำหน้ามาทางกรอบโทษด้านขวา ก่อนตบเข้ากลางให้ เซร์คิโอ อเกวโร ยิงโล่งๆ ไม่มีเหลือ
      
จากนั้น ต่างฝ่ายต่างเปิดเกมรุกแลกกันอย่างสนุก แต่ก็มีแค่จังหวะหวาดเสียวเท่านั้น จนถึงนาที 39 ซิตี โขยกหนี 2-0 เมื่อ ดาบิด ซิลบา เปิดมุมจากกราบซ้ายมาให้ ฆาบี การ์เซีย ขึ้นโหม่งบริเวณเสาแรกเข้าเท้า ดาวิเด ซานตัน ซึ่งยืนคุมเสาสองสกัดพลาดเข้าประตูตัวเอง ช่วงเวลาที่เหลือ ลูกทีมของ อลัน พาร์ดิว เดินหน้าบุกแหลก แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว
      
ลุยต่อครึ่งหลัง "สาลิกาดง" ครองเกมเหนือกว่า และพยายามเร่งเครื่องหมายยิงตีตื้น แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ จนถึงนาที 51 สาวก "ทูน อาร์มี" ได้เฮบ้าง เมื่อ ฟาบริซิโอ โคลอชชินี เก็บตกจังหวะสกัดลูกเปิดมุม ทางหน้ากรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนตวัดกลับมาให้ เดมบา บา โหม่งแบบเหน่งๆ ตุงตาข่าย จากนั้น ลูกทีมของ อลัน พาร์ดิว เริ่มคึกคัก และบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ แชมป์เก่า รอจังหวะโต้กลับเร็ว แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ
      
นาที 78 ลูกทีมของ โรแบร์โต มันชินี หนีห่าง 3-1 เมื่อ ดาบิด ซิลบา จ่ายต่อให้ ปาโบล ซาบาเลตา หลุดมาทางกรอบโทษด้านซ้าย แล้วผ่านเรียดมาทางเสาแรกให้ ยายา ตูเร ล้มตัวแปบอลผ่าน ไมเคิล วิลเลียมสัน และ ทิม ครูล เข้าสู่ก้นตาข่าย ช่วงเวลาที่เหลือ "เดอะ แม็คพาย" ยังมีทำเกมรุกต่อ ขณะที่ อาคันตุกะจากเมืองแมนเชสเตอร์ อาศัยเกมโต้กลับ แต่ก็ทำสกอร์เพิ่มไม่ได้ ครบ 90 นาที พลพรรค "เดอะ ซิตีเซ็นส์" เอาชนะ 3-1
      
รายชื่อ 11 ตัวจริง
นิวคาสเซิล : ทิม ครูล , แดนนี ซิมพ์สัน , ฟาบริซิโอ โคลอชชินี , ไมเคิล วิลเลียมสัน , ดาวิเด ซานตัน , เจมส์ เพิร์ช , ชีค ติโอเต , เวอร์นอน อนิตา , โฆนาส กูร์เตียร์เรซ , ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ , เดมบา บา
      
แมนฯ ซิตี : โจ ฮาร์ท , ปาโบล ซาบาเลตา , โคโล ตูเร , มาติยา นาสตาซิช , กาแอล กลิชี , ฆาบี การ์เซีย , ยายา ตูเร , ซาเมียร์ นาสรี , ดาบิด ซิลบา , คาร์ลอส เตเบซ , เซร์คิโอ อเกวโร

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด VS ซันเดอร์แลนด์ - ผีหลอกแมวดำ 3-1 ยังนำเรือ 6 แต้ม 12bet 16/12/2555

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet -  โรบิน ฟาน เพอร์ซี , ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ และ เวย์น รูนีย์ สามนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วยกันทำคนละ 1 ประตู ก่อน เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ หัวหอกคู่แข่งจะตีไข่แตก นำทีมเปิดบ้านต้อน ซันเดอร์แลนด์ 3-1 ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา
 
วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555
    
ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ซันเดอร์แลนด์




M3-1S www.fasthighlights.com by fasthighlights-2013
      
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับข่าวดี เมื่อ เนมันยา วิดิช หายจากการบาดเจ็บ กลับมามีรายชื่อบนม้านั่งสำรอง โดยส่ง ฟิล โจนส์ จับคู่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ในแนวรับ ส่วนแนวรุกยังคงใช้ เวย์น รูนีย์ ยืนเป็นหัวหอกคู่กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ขณะที่ มาร์ติน โอนีล กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ หวังเก็บชัยในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งที่ 3 หลังเคยทำได้สมัยคุม เลสเตอร์ และ แอสตัน วิลลา เพื่อหนีจากโซนตกชั้น
      
เสียงนกหวีดดังขึ้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองเกมเหนือกว่า แต่ยังไม่มีโอกาสลุ้นประตูมากนัก จนถึงนาที 11 สาวก "เรด เดวิลส์" หวิดได้เฮ เมื่อแนวรับ ซันเดอร์แลนด์ สกัดลูกเปิดมุมไม่ขาด บอลมาเข้าเท้า ปาทริซ เอฟรา ซัดเหน่งๆ บริเวณจุดโทษบอลเหินข้ามคาน จากนั้น เจ้าถิ่น ที่เริ่มทำเกมบุกกดดันต่อเนื่อง ขึ้นนำในนาที 16 เมื่อ แอชลีย์ ยัง เปิดบอลจากเส้นหลังกราบซ้ายให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี จับหนึ่งจังหวะก่อนแปยัดสามเหลี่ยมเสาแรกไม่มีเหลือ
      
ต่อมา 3 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ทิ้งห่าง 2-0 เมื่อ ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ ได้บอลทางกราบซ้าย ก่อนทำชิ่งกับ ไมเคคิล คาร์ริก หลุดมาในกรอบโทษ แล้วแปเสียบมุมเสาไกลอย่างเหนือชั้น จากนั้น "ปิศาจแดง" เริ่มผ่อนเกม ทำให้ "แมวดำ" เป็นฝ่ายตอบโต้บ้าง แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ก่อนจบครึ่งแลกด้วยสกอร์ดังกล่าว
      
ครึ่งหลังเปิดฉากเพียง 2 นาที ยูไนเต็ด ชวดทิ้งห่าง เมื่อ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เปิดเรียดจากกราบขวามาให้ เวย์น รูนีย์ ยิงทางเสาแรกชนคาน ก่อน แอชลีย์ ยังจะตามซ้ำแต่ก็ซัดโด่งเกินไป ต่อมานาที 48 ทีมเยือน มีลุ้นตีไข่แตก เมื่อ คอนเนอร์ วิคแฮม เก็บบอลในกรอบโทษ ก่อนไหลย้อนมาให้ เคร็ก การ์ดเนอร์ ซัดบริเวณหัวกะโหลก ติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ก่อน สเตฟาน แซสซิยง ตามซ้ำมุมแคบ ติดนายทวารชาวสเปน
      
นาที 49 ลูกทีมของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เสียวอีกครั้ง เมื่อ แอชลีย์ ยัง วางบอลให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี หลุดเดี่ยวมาทางกรอบโทษด้านซ้าย แต่ยิงไม่ตรงกรอบ ต่อมา 10 นาที กองเชียร์ "เรด อาร์มี" ได้เฮอีกครั้ง เมื่อ แอชลีย์ ยัง จ่ายให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่วิ่งอ้อมหลังขึ้นมาทางกราบซ้าย ก่อนแตะบอลฝ่ากลาง ไตตัส แบรมเบิล และ คาร์ลอส คูเอลยาร์ แล้วผ่านเรียนมาให้ เวย์น รูนีย์ ยิงจ่อๆ ไม่พลาด
      
หลังนำห่าง แชมป์ลีกสูงสุด 19 สมัย ถอยลงไปตั้งรับเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ "แบล็ค แค็ทส์" มีลุ้นตีไข่แตก และความพยายามก็มาสัมฤทธิ์ผลในนาที 72 เมื่อ สเตฟาน แซสซิยง เก็บบอลทางกรอบโทษด้านซ้าย ก่อนเปิดมาเสาสองให้ เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ โขกระยะเผาขน ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองฝ่ายต่างเปิดเกมรุกแลกกัน จนถึงนาที 83 อาคันตุกะจากสเตเดียม ออฟ ไลท์ หวิดตีตื้น เมื่อ คอนเนอร์ วิคแฮม สับไกบริเวณกรอบโทษด้านขวา แต่ก็ยังติด ดาบิด เด เคอา จากนั้นทั้งคู่บวกสกอร์เพิ่มไม่ได้ ครบ 90 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ 3-1
      
รายชื่อ 11 ตัวจริง     
แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา , ปาทริซ เอฟรา , ฟิล โจนส์ , ริโอ เฟอร์ดินานด์ , คริส สมอลลิง , อันโตนิโอ วาเลนเซีย , ไมเคิล คาร์ริก , แอชลีย์ ยัง , ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ , เวย์น รูนีย์ , โรบิน ฟาน เพอร์ซี
      
ซันเดอร์แลนด์ : ซิมง มิโยเลต์ , แจ็ค โคลแบ็ก , จอน โอเชีย , ไตตัส แบรมเบิล , คาร์ลอส คูเอลยาร์ , เซบบาสเตียน ลาร์สสัน , เคร็ก การ์ดเนอร์ , อดัม จอห์นสัน , เจมส์ แม็คคลีน , สตีเวน เฟล็ตเชอร์ , สเตฟาน แซสซิยง

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS แอสตัน วิลล่า - สิงห์ผยองบุกขย้ำหงส์คารัง 3-1 12bet 16/12/2555

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - ลิเวอร์พูล โดน "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า บุกขย่มพ่ายคาแอนฟิลด์ 1-3 คริสเตียน เบนเทเก้ สุดแสบเหมาสอง พาวิลล่า บุกเก็บสามแต้ม ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อ วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555


ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ลิเวอร์พูล 1 - 3 แอสตัน วิลล่า




L1-3A www.fasthighlights.com by fasthighlights-2013

แค่ 6 นาที หงส์ทักทายก่อน จากจังหวะที่ซัวเรซลุยขึ้นมา ก่อนไหลเข้ากลาง แต่บอลย้อนหลังเจอร์ราร์ด ยังดีที่มีสเตอร์ลิงวิ่งขนานมาอีกคน ก่อนสเตอร์ลิงตบเข้ากลางให้เจอร์ราร์ดตวัดยิงด้วยขวา บอลตรงตัวกูซาน จากนั้น 3 นาที อัลเลนไหลให้ดาวนิ่ง ล็อกเข้าขวาแล้วซัดจากระยะ 20 หลา บอลพุ่งถากเสาออกหลัง

วิลล่าโต้ตอบบ้าง นาที 17 จากลูกเตะมุม เบนเทเก้โหม่งตั้งให้เฮิร์ดตะบันด้วยขวากลางประตู บอลโด่งข้ามคานไปไกล จากนั้น 2 นาที ซัวเรซผ่านให้เชลวี่ย์ยิงด้วยขวาเน้นๆ กลางประตู ติดกองหลังที่ตามบล็อกได้ทัน นาที 27 จากบอลเปิดข้ามฟากจากซ้ายมาขวา เชลวี่ย์กระดกเข้ากลางให้ซัวเรซตวัดยิงไม่จับ บอลตรงตัวกูซานอีก

ล่วงถึงนาที 29 แอนฟิลด์เงียบกริบ จากจังหวะที่ซัวเรซโชว์เหนือจะไขว้หลอกแต่โดนผู้เล่นวิลล่าตัดได้ ก่อนลำเลียงบอลมาทางปีกซ้ย โฮลแมนผ่านเข้ากลางให้เบนเทเก้ตะบันจากหน้าเขตโทษ ส่งบอลเช็ดเสาแรกตุงตาข่ายสุดแม่นยำ วิลล่าออกนำ 1-0

หลังเสียประตู ลิเวอร์พูลปั้นเกมสู้ นาที 32 เจอร์ราร์ดผ่านบอลเร็วให้ซัวเรซหลุดมาซัดทางฝั่งขวาเขตโทษ บอลเข้าข้างตาข่าย อีก 2 นาที หงส์เกือบเสร็จอีก วิลล่าสาดบอลมาทางขวา จีเจจับบอลพลาด ไวมานน์โฉบมาตัดได้ ก่อนชิพข้ามคานนิดเดียว

หงส์ออกทะเลอีกแล้ว นาที 40 ไวมานน์ได้บอลตรงกลาง ก่อนผ่านขึ้นหน้าทางขวาให้เบนเทเก้ โฉบไปถึงบอลแล้วตอกส้นเข้ากลางให้ไวมานน์ที่วิ่งเติมขึ้นมา ซัดด้วยขวาเปรี้ยงเดียว ส่งบอลผ่านมือเรน่าที่ล้มไม่ทันตุงตาข่าย วิลล่าหนีเป็น 2-0

เจ้าถิ่นตื้อตันไปเลย นาที 43 สเตอร์ลิงโยนให้เชลวี่ย์วอลเล่ย์ แต่บอลไม่ห่างตัวกูซานเซฟไว้ได้ จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูลตามหลังวิลล่า 0-2

กลับมาเล่นครึ่งหลัง ร็อดเจอร์สปรับหมากส่ง โจ โคล ลงแทนเชลวี่ย์ หวังทำประตูแค่ 2 นาที ซัวเรซได้ซัดในเขตโทษ แต่ไม่ห่างตัวกูซาน

ถัดมานาทีเดียว ดาวนิ่งไหลบอลขึ้นหน้าให้ซัวเรซ โฉบไปเอาบอลแล้วตวัดคืนกลับมาให้ดาวนิ่ง แปด้วยซ้ายเน้นๆ ตรงตัวกูซานอีก เละได้อีก

นาที 51 อัลเลนผ่านบอลสั้นให้โคล แต่โดนเบนเทเก้ตัดได้ที่กลางสนาม ศูนย์หน้าร่างยักษ์ควบบอลตะลุยมาคนเดียว กองหลังหงส์ไม่เข้าเบรค เบนเทเก้หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนยิงเสียบเสาขวามือตัวเองนิ่มๆ สกอร์ห่างเป็น 3-0 อย่างเหลือเชื่อ

หงส์ช็อตไปเลย นาที 58 มีโอกาสอีกครั้ง ดาวนิ่งหยอดบอลเข้าเขตโทษ กองหลังวิลล่าโหม่งทิ้งออกมา โคลวิ่งมาวอลเล่ย์สวนตูมเดียว บอลเฉี่ยวเสาสองออกหลังจากนั้นอีก 3 นาที เจอร์ราร์ดเปิดลูกเตะมุมให้สเคอร์เทลโหม่งหลุดกรอบเหมือนเดิม รุกไม่คม

นาที 64 จากฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ซัวเรซเปิดยัดมาเสาแรก โคลโหม่งต่อแต่โดนไม่เต็ม บอลกระดอนมาเข้าทางเฮนเดอร์สันทางขวาเขตโทษซัดแฉลบกองหลังออกมาอีกจากนั้นอีกนาที แอ็กเกอร์ยิงไกล 25 หลา กูซานล้มตัวรับได้ไม่มีกระฉอก

นาทีที่87 เจ้าถิ่นมาได้ประตูตีตื้น เมื่อ เกล็น จอห์นสัน เลี้ยงตัดเข้ากลางมาสับไกยิง เจอร์ราร์ด โหม่งสะกิด เปลี่ยนทางบอลตุงตาข่ายให้ ลิเวอร์พูล ไล่ตามมา 1-3 ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าถิ่นลุ้นไม่ขึ้น จบเกม ลิเวอร์พูลพ่าย แอสตัน วิลล่า กระจุย 1-3


รายชื่อผู้เล่นพร้อมคะแนนจากสกาย สปอร์ตส์  
ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า 5, เกล็น จอห์นสัน 7, มาร์ติน สเคอร์เทล 5, ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ 6, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง 5, ลูคัส เลว่า 6 (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6 น.60), สตีเว่น เจอร์ราร์ด 7, โจ อัลเลน 5, จอนโจ เชลวี่ย์ 5 (โจ โคล 6 น.46), ราฮีม สเตอร์ลิง 5, หลุยส์ ซัวเรซ 6

แอสตัน วิลล่า : แบร๊ด กูซาน 7, แม็ทธิว โลว์ตัน 7, เนธาน เบเกอร์ 8, เคียแรน คล้าร์ก 8, เอริก ลิชาจ 7, อันเดรียส ไวมันน์ 8 (ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย 5 น.90), คริส เฮิร์ด 7, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด 6, เบร็ตต์ โฮลมัน 7 (ฟาเบียน เดลฟ์ 5 น.69), แบร์รี่ แบนแนน 7 (คาริม เอล อาห์มาดี้ 5 น.85), คริสเตียน เบนเตเก้ 9

ข่าวพรีเมียร์ลีก เอเจเตือนทุกแข้งอาจได้นั่งตบยุงหากใจเร็วคิดลงเรือ 12bet 07/10/2555

Written By SPORT WORLD on Sunday, October 7, 2012 | 10:34 AM



อดัม จอห์นสันปีกหน้าใหม่ของ"แมวดำ"ซันเดอร์แลนด์ออกมาเตือนเหล่านักเตะที่คิดจะย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ว่าให้ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่เช่นนั้นอาจจะต้องนั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรองจนก้นด้านแบบเขา

"แม้คุณจะเล่นดีเพียงใด แต่การที่มีซุปเปอร์สตาร์ค่าตัวแพงมากมายอยู่ในทีม พวกเขาจะได้ลงสนามก่อนคุณ เสมอไม่ว่าพวกเราจะเล่นเทพสักเพียงใด" AJ อัดอั้นกล่าวความในใจ

" ผมเคยต้องเผชิญเรื่องแบบนี้มาตลอดใน 2 ปีหลังเมื่อเหล่านักเตะราคาแพงเริ่มย้ายเข้ามา" 

"คุณอาจะได้ลงเล่น UCL นะหากคุณไปร่วมทีมกับพวกเขา แต่ไม่เลยที่แท้จริงคุณมักจะใช้เวลาส่วนมากกับการนั่งตบยุงข้างสนามเสียมากกว่าได้โลดแล่นบนผืนหญ้า " ปีกตัวจิ๊ดกล่าวทิ้งท้าย 

ข่าวพรีเมียร์ลีก ป๋าเผยเด เกอา-น้องลินใครนิ่งกว่าเตรียมเป็นมือหนึ่งผีได้เลย 12bet 07/10/2555



งานนี้ไม่ต้องแย่งลงกันสำหรับดาบิด เด เกอาและอันเดอร์ส ลินเดการ์ด 2 นายทวารมือดีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหลังเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันกุนซือจอมเคี้ยวหมากฝรั่งออกมาบอกว่าใครก็ตามที่โชว์ผลงานได้ดีก็จะได้รับตำแหน่งมือหนึ่งของทีมเป็นรางวัล

ในตอนนี้แมนยูฯให้เด เกอาและลินเดการ์ดสลับกันลงเพื่อดูฟอร์มในแต่ละนัด แต่เฟอร์กี้เองก็ยอมรับว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมีมือ 1 ถาวร

"ดาบิดเป็นคนที่ไม่ยอมอยุ่เฉยๆนะ เขาจะปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา ในอาทิตย์นี้ผมตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าจะให้เขาลงเล่นต่อดีหรือไม่" 

"แต่ทางอันเดรสก็ไม่ต่างกันเขาต้องการลงสนามอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผมต้องการในตอนนี้คือการให้ประสบการณ์ในระยะยาวแก่พวกเขา" 

"แต่ต่อจากนี้จะมีหนึ่งคนที่เล่นได้ดีกว่าที่จะได้รับตำแหน่งมือหนึ่ง แต่ต้องดูถึงความคงเส้นคงวาและประสบการณ์ของพวกเขาแต่ละคนด้วย"เฟอร์กี้ทิ้งท้าย

Total Pageviews

ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่บล็อกอัพเดท ข่าวพรีเมียร์ลีกอังกฤษ พบกับไฮไลท์แมตช์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ โปรโมชั่น12BET ข่าวซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ข่าวสมาคมฟุตบอลอังกฤษ(เอฟเอ) สโมสรต่างๆ ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผลและโปรแกรมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ร่วมเดิมพันกับเรา คลิ๊กสมัครสมาชิกที่แบนเนอร์ด้านบนนี้ได้เลย!
 
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger