Headlines News :

ข่าวพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คลังข่าวพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

Latest Post

Showing posts with label คลิปกีฬามันส์. Show all posts
Showing posts with label คลิปกีฬามันส์. Show all posts

คลิปกีฬา - ชามัคห์ช่วยกันแฟนปืนตามด่านาสรี่เข้าชมเกมเรือทุบปืน 12bet 15/01/2556

Written By SPORT WORLD on Tuesday, January 15, 2013 | 10:02 AM



คลิปกีฬา/12bet - ซามีร์ นาสรี่ มิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ เกือบจะต้องมีเรื่องกับแฟนบอลเสียแล้ว หลังเขาโดนกองเชียร์กลุ่มหนึ่งประเคนคำด่าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง ในตอนที่กำลังเดินไปยังสนาม เพื่อชมเกมที่ต้นสังกัดบุกไปทุบ อาร์เซน่อล ทีมเก่าของเขาเอง 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยคนร่วมทางของเขาอย่าง มารูยาน ชามัคห์ อดีตเพื่อนร่วมทีม "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ตอนนี้ไปอยู่กับ เวสต์แฮม ด้วยสัญญายืมตัว ก็โดนเฉ่งไปด้วย



นาสรี่  โดนรุมด่าอย่างหนัก และเกือบมีเรื่องชกต่อยกับแฟนบอลคนหนึ่ง หลังจากที่เขาตัดสินใจเดินไปยัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม สนามเหย้าของ อาร์เซน่อล อดีตต้นสังกัดของเขา ท่ามกลางกลุ่มแฟนบอล ในช่วงก่อนเกมลีก นัดที่ "เรือใบสีฟ้า" บุกไปคว้าชัยเหนือ "ไอ้ปืนใหญ่" 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา

คลิปที่อัดด้วยโทรศัพท์มือถือได้แสดงให้เห็นว่า มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ได้รับการปฏิบัติที่เลวร้ายสุดๆ อีกทั้งยังโดนจาบจ้วงชนิดแทบไม่ได้หยุดพัก ใกล้กับสนามเหย้าของ "ไอ้ปืนใหญ่" โดยในระหว่างที่กำลังเดินไปดูต้นสังกัดลงฟัดกับทีมเก่าของเขานั้น นาสรี่ เจอทั้งคำว่า "ไอ้จอมอวดดี", "ไอ้ทรยศ" และ "ไอ้เวร" เลยทีเดียว

ทั้งนี้ อีกคลิปหนึ่งที่ถูกโพสต์ลง "ยูทูป" เว็บไซต์ดูวิดีโอยอดนิยมนั้น นาสรี่ มีการตอบกลับใส่แฟนบอลที่พยายามจะจับมือเขาไปว่า "คุณเป็นอะไรมากเปล่าเนี่ย ?" ด้วย โดยแข้งวัย 25 ปี เดินทางมาดูเกมนี้พร้อมกับ มารูยาน ชามัคห์ อดีตเพื่อนร่วมทีม อาร์เซน่อล ที่ตอนนี้ไปอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งทาง ชามัคห์ ก็โดนด่าด้วยเหมือนกัน และเขาก็จำต้องรับบทเป็นคนห้ามศึกไปในตัว

นอกจากนี้ ชามัคห์ ยังไปเผชิญหน้ากับกลุ่มแฟนบอล 3 คน พร้อมบอกว่า "คุณควรจะมีความเคารพสักหน่อยไม่ใช่เหรอ ?" ด้วย โดยหลังจากนั้นก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่าง นาสรี่ กับ ชามัคห์ และดูเหมือนจะเตรียมเปิดฉากวางมวยกับกองกลางเลือดน้ำหอมอีกต่างหาก ในขณะที่การรุมด่ายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากนั้นจอมทัพคนเก่งของ "เรือใบสีฟ้า" ก็หลุดรอดมาจากการห้อมล้อมของแฟนบอลที่เกลียดเขาได้ ในขณะที่กำลังจะเข้าสู่สนาม ส่วนการก่นด่าก็ยุติลงทันทีเช่นกัน 

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สโต๊ค VS เชลซี - สิงห์บุกมันส์เท้า..บุกหวดหม้อเละ 4-0 12bet 13/01/2556

Written By SPORT WORLD on Sunday, January 13, 2013 | 1:17 AM



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - สิงห์ไฮโซ เชลซี บุกถล่ม "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค เละคาบริทานเนีย 4-0 โดยเป็นการ ทำเข้าประตูตัวเองของ โจนาธาน วอลเตอร์ส ถึงสองลูก ทำให้ เชลซี เก็บสามคะแนน พร้อมรั้งที่สามไว้เหนียวแน่น ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สโต๊ค 0-4 เชลซี


S0-4C www.fasthighlights.com by fasthighlights-2012


เริ่มเกมมา7นาที แม้จะเป็นฝ่าย เชลซี ที่ครองบอลมากกว่าก็ตาม แต่กลายเป็น เจ้าถิ่น สโต๊ค ได้ยิงทักทายก่อน เมื่อ บลานิสลาฟ อิวาโนวิช โหม่งเคลียร์บอลมาทึ่ โจนาธาน วอลเตอร์ส ได้สับไกยิง บอลแฉลบมาเข้าทางปืนของ เคนวิน โจนส์ ชิพบอลข้ามตัว ปีเตอร์ เช็ก ไปแล้ว แต่บอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

10นาทีต่อมา เจ้าถิ่นกดดันทีมเยือนต่อเนื่อง โดยใช้ลูกกลางอากาศเข้าบอม และมีโอกาสได้โหม่งตามน้ำโดย เกล็น วีแลน แต่บอลยังเข้ามามือ ปีเตอร์ เช็ก

นาทีที่25 เชลซี พลาดโอกาสได้ประตูบ้าง เมื่อ เอแดน อาซาร์ พยายามพาบอลหนีแนวรับสโต๊ค บอลกระเด้งมาเข้าทาง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่วิ่งสอดขึ้นมา ได้ยิงระยะเผาขน แต่ อัสเมียร์ เบโกวิช โชว์ซูเปอร์เซฟ ป้องกันประตูให้เจ้าบ้านได้อย่างหวุดหวิด

เกมเข้าสู่นาทีที่34 ทีมสิงห์บลูส์ ได้เสียวอีกครั้ง เมื่อ แฟร้งค์ แลมพาร์ด วางบอลให้ เดมบา บา วิ่งเอาชนะ โรเบิร์ต ฮูธ เข้ากดยิงมุมแคบด้วยซ้าย บอลติด อัสเมียร์ เบโกวิช เกือบมาเข้าทาง รามิเรส ตามซ้ำดาบสอง แต่ แอนดี้ วิลกินสัน ยังตามมาสไลด์ทิ้งได้ทัน

ก่อนหมดครึ่งแรก 5นาที ทีมช่างปั้นหม้อ ได้จังหวะจบสกอร์บ้าง เมื่อ เกล็น วีแลน ได้วอลเล่ย์เต็มข้อด้วยเท้าขวานอกกรอบ แต่บอลตรงตัว ปีเตอร์ เช็ก รับเข้าซองไม่ยาก

เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่จากการบุกขึ้นมาท้ายเกมของ เชลซี ก็ได้เฮ เมื่อ เอแดน อาซาร์ ไหลบอลให้ เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า ที่วิ่งอ้อมหลัง ขึ้นมาทางฝั่งขวาของสนาม เปิดบอลกดดันมาที่หน้าประตู โจนาธาน วอลเตอร์ส ที่ลงไปช่วยพยายามโหม่งสกัด แต่บอลโดนเหลี่ยมไม่ดี พุ่งเข้าประตูตัวเองไปเต็มๆ กลายเป็นสกอร์ ให้ เชลซี บุกนำ 1-0 พร้อมจบครึ่งแรกด้วยผลนี้ 

ครึ่งหลังมา5นาที เจ้าถิ่น สโต๊ค ได้ลุ้นก่อน เมื่อ ชาร์ลี อดัม เปิดบอลทะลุช่องให้ โจนาธาน วอลเตอร์ส หลุดเข้าไปกดยิงด้วยซ้าย ให้ เช็ก ออกแรงเซฟ แต่ถึงเข้าก็ไม่ได้ เมื่อผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าไปแล้ว

นาทีที่55 ปีเตอร์ เช็ก ต้องออกแรงเซฟ ช่วยทีมเยือนอีกครั้ง เมื่อ สตีเว่น เอ็นซอนซี่ ได้โอกาสสับไกยิงด้วยขวานอกกรอบ บอลกำลังพุ่งเสียบใต้คาน แต่ เช็ก ยังปัดทิ้งได้ทัน

3นาทีต่อมา เชลซี ใจหาบวาบ เมื่อ เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า ไปเสียบสไลด์ใส่ แมตธิว เอเธอริงตัน ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน อันเดร มาร์ริเนอร์ ชี้เป็นลูกจุดโทษให้เจ้าถิ่น แต่โชคเข้าข้าง เชลซี เมื่อลูกที่ แมตธิว เอเธอริงตัน เติมขึ้นมานั้น ได้ล้ำหน้าไปก่อน เชลซี เลยรอดเสียจุดโทษแบบหวุดหวิด

นาทีที่62 สาวกสิงห์บลูส์ ได้เฮอีกครั้ง เมื่อได้ลูกเตะมุม เปิดโดย ฆวน มาต้า มาที่หน้าประตู โจนาธาน วอลเตอร์ส เจ้าเก่าที่ลงไปช่วย โหม่งเข้าประตูตัวเองไปอีกรอบ กลายเป็นทำเข้าประตูถึงสองลูก พร้อมสกอร์ เชลซี ทิ้งห่าง 2-0

3นาทีต่อมา สถานการณ์เจ้าบ้านยิ่งแย่ไปกันใหญ่ เมื่อ โรเบิร์ต ฮูธ ไปดึง ฆวน มาต้า ล้ามในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษ แฟร้งค์ แลมพาร์ด รับหน้าที่สังหารไม่เหลือ เชลซี บุกนำโด่ง 3-0 นาทีที่70 เชลซี ทำการเปลี่ยนตัวครั้งแรก โดยส่ง เฟร์นันโด ตอร์เรส ลงมาแทน เดมบา บา

3นาทีต่อมา เชลซี ก็บวกประตูเพิ่มได้อีก เมื่อ มาต้า ส่งบอลให้ เอแดน อาซาร์ พาบอลหลบแนวรับสโต๊ค ก่อนกดเต็มข้อด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดระยะ30หลา บอลติดไซด์ก้อยเลี้ยวเสียบเสาอย่างงดงาม สิงห์บลู นำโด่ง 4-0


นาทีที่79 สโต๊ค ทำการเปลี่ยนทีเดียวสองตำแหน่ง โดยส่ง คาเมรอน เฌโรม ลงมาแทน เคนวิน โจนส์ แล้วส่ง ดีน ไวท์เฮด ลงแทน ชาร์ลี อดัม ขณะที่ เชลซี เปลี่ยนตัวส่ง จอห์น เทอร์รี่ ลงมาแทน ฆวน มาต้า พร้อมกับสวมปลอกแขนกัปตันทีมทันที

3นาทีต่อมา เชลซี เปลี่ยนตัวอีกครั้ง โดยส่ง เปาโล แฟร์ไรร่า ลงมาแทน เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า ส่วน สโต๊ค เปลี่ยนคนสุดท้าย ส่ง ไมเคิ่ล ไนท์ลี่ย์ ลงมาแทน แมตธิว เอเธอริงตัน

ช่วงท้ายเกม สโต๊ค ได้ลูกจุดโทษ เมื่อ จอห์น เทอร์รี่ ไปทำฟาวส์ โจนาธาน วอลเตอร์ส ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษให้เจ้าถิ่น โจนาธาน วอลเตอร์ส อาสากู้ชื่อยิงจุดโทษ แต่กลายเป็นเจ้าตัวยิงหลังเท้าบอลเช็ดคานออกหลังไปอีก เป็นฝันร้ายซ้ำเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งเหตุการณ์ของ โจนาธาน วอลเตอร์ส

หมดเวลาการแข่งขัน เชลซี จึงยกพลบุกถล่ม  เละคารัง 4-0 เก็บสามคะแนน พร้อมรั้งที่สามไว้เหนียวแน่น

รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม
สโต๊ค(4-2-3-1):อัสเมียร์ เบโกวิช,เจฟฟ์ คาเมรอน, โรเบิร์ต ฮูธ, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แอนดี้ วิลกินสัน,เกล็น วีแลน,สตีเว่น เอ็นซอนซี่,ชาร์ลี อดัม,โจนาธาน วอลเตอร์ส,แมตธิว เอเธอริงตัน,เคนวิน โจนส์

เชลซี(4-2-3-1):ปีเตอร์ เช็ก,เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า,บลานิสลาฟ อิวาโนวิช, ดาวิด ลุยซ์, แอชลี่ย์ โคล,รามิเรส, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, ฆวน มาต้า,ไรอัน เบอร์ทรานด์,เอแดน อาซาร์, เดมบา บา

ไฮไลท์ฟุตบอลแคปิตอลวัน คัพ เชลซี VS สวอนซี ซิตี้ - สิงห์พลาดก่อน...หงส์ขาวบุกลูบคมถึงถิ่น 2-0 12bet 10/01/2556

Written By SPORT WORLD on Thursday, January 10, 2013 | 9:18 AM



ไฮไลท์ฟุตบอล/12bet - มิชู หัวหอกชาวสเปน และ แดนนี แกรม ดาวยิงตัวสำรอง ช่วยทำคนละประตูให้ สวอนซี ซิตี บุกมาพลิกล็อกเอาชนะ เชลซี 2-0 ชิงความได้เปรียบไปก่อนในเกมแคปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา
       
วันพุธที่ 9 มกราคม 2556

ฟุตบอลแคปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก 
เชลซี 0-2 สวอนซี ซิตี้


       


"สิงห์บลูส์" ที่เพิ่งโชว์ฟอร์มหรูไล่ถล่ม เซาแธมป์ตัน มาในเกมเอฟเอ คัพ เกมนี้ ราฟาเอล เบนิเตซ กลับมาใช้บริการของ เฟร์นันโด ตอร์เรส เป็นกองหน้าอีกครั้ง โดยมี ฆวน มาตา เป็นตัวทำเกม และให้ เดมบา บา นั่งรอโอกาสที่ข้างสนาม ขณะที่ สวอนซี ของ ไมเคิล เลาดรูป วาง มิชู ดาวยิงเก่ง และมี พาโบล เฮอร์นันเดซ ปีกตัวจี๊ดป่วนริมเส้น
       
เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 10 เชลซี ตั้งเกมขึ้นมาจากการทำชิ่งเร็วของ ออสการ์ ให้ ฮาซาร์ด มาที่ รามิเรส หลุดเข้าเขตโทษ และพยายามล็อกหนีแนวรับเอาชัวร์ก่อนจิ้มด้วยซ้ายบอลไม่ห่างมือ เกรฮาร์ด เทรมเมลพุ่งเซฟไว้ได้
       
จากนั้นเป็น เจ้าถิ่นที่ครองบอลบุกเป็นส่วนใหญ่แต่ สวอนซี ลงไปรับกันแน่น กระทั่งนาที 22 หลัง เบน เดวิส สกัดทิ้งออกมาเข้าทาง เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา ง้างเท้ายิงด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาสองออกไปไม่ไกล นาที 25 ฮาซาร์ด ลากบอลเข้ามาก่อนไหลต่อให้ มาตา ที่เติมขึ้นมาแปด้วยซ้ายแต่บอลเบาเกินไปเข้าซอง เกรฮาร์ด เทรมเมล รับไว้สบาย
       
ลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ สร้างโอกาสลุ้นได้ต่อเนื่อง นาที 30 ออสการ์ ไขว้ต่อให้ มาตา สอดขึ้นมาก่อนลากมายิงด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาสองออกไปอีกครั้ง แต่แล้วนาที 39 "หงส์ขาว" มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะพลาดของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช เป็น เด กุซมัน ฉกไปได้ก่อนไหลต่อให้ มิชู แต่งบอลซัดด้วยซ้ายเสียบเสาอย่างสวยงาม ท้ายเกม อิวาโนวิช ขึ้นมายิงเองหวังแก้ตัว เทรมเมล ยังปัดทิ้งออกหลังได้อีก จบครึ่งแรกทีมเยือนบุกมานำ
       
กลับมาเล่นครึ่งหลัง เชลซี บุกใส่ต่อเนื่องแต่เจาะเข้าไปลุ้นประตูไม่ได้ ส่วน สวอนซี ใช้เกมสวนกลับและได้ลุ้นนาที 53 เวนย์ เลาจ์เลดท์จ เปิดข้ามมาเสาสองให้ มิชู กระโดดเอี้ยวตัววอลเลย์บอลโด่งข้ามคานออกไป 2 นาที ถัดมา เจ้าถิ่นได้ฟรีคิก ลุยซ์ ซัดบอลข้ามกำแพงแต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว
       
เชลซี มาเป็นชุด นาที 57 มาตา ขึ้นเกมทางซ้าย บอลหลุดมาเข้าทาง ลุยซ์ ซัดเต็มๆ ด้วยซ้ายแต่ เกรฮาร์ด เทรมเมล ยังคว้าเอาไว้ได้ยอดเยี่ยม จากนั้นพยายามนวดหวังพังประตูตีเสมให้ได้แต่เกมยังไม่ดีขึ้น ต้องเอา แฟรงค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน รามิเรส ในนาที 70 ทว่าก็ยังไม่มีวี่แววจะตีเสมอได้ เบนิเตซ ต้องส่ง เดมบา บา ลงมาแทน เฟร์นันโด ตอร์เรส ที่เงียบมาตลอด 80 นาที
       
นาทีถัดมา แลมพาร์ด ได้โอกาสซัดไกลจากนอกกรอบบอลพุ่งน่ากลัวแต่ยังไม่ไกลตัว เทรมเมล ขยับไปรับไว้ติดมือ นาที 85 อิวาโนวิช หยอกเข้ามาให้ บา สัมผัสบอลครั้งแรกด้วยการโหม่งแต่บอลไปเข้ามือ ทรอมเมล รับไว้ได้ตามเคย ช่วงทดเจ็บ อิวาโนวิช มาพลาดอีกครั้งจ่ายบอลคืนหลังเข้าทาง แดนนี แกรม หอกตัวสำรองหลุดไปล็อกหนี เทิร์นบลูล์ ก่อนยิงง่ายๆ หนีห่าง 2-0 จากนั้น บา น่าจะทำประตูให้ไล่มาได้แต่ไลน์แมนยกเป็นลูกล้ำหน้าก่อน จบเกม เชลซี พ่ายคารังตัวเองเจองานหนักในเกมนัดที่สองช่วงปลายเดือนมกราคมนี้
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 
เชลซี : รอส เทิร์นบูลล์, แอชลี โคล, แกรี เคฮิลล์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา, ดาวิด ลุยซ์, รามิเรซ, เอเดน ฮาซาร์ด, ออสการ์, ฆวน มาตา, เฟร์นันโด ตอร์เรส

สวอนซี ซิตี้ : เกรฮาร์ด เทรมเมล, แอชลีย์ วิลเลียมส์, อังเกล รานเกล, ชิโก ฟลอเรส, เบน เดวิส, โจนาธาน เด กุซมัน, เวนย์ เลาจ์เลดท์จ, คี ซุง ยอง, ลีออน บริทตัน, พาโบล เฮอร์นันเดซ, มิชู

ไฮไลท์ฟุตบอลแคปิตอล วัน คัพ แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ VS แอสตัน วิลล่า - สิงห์ผงะ..แบร็ดฟอร์ดเปิดรังต้อนวิลล่า 3-1 12bet 08/01/2556

Written By SPORT WORLD on Wednesday, January 9, 2013 | 8:29 AM



ไฮไลท์ฟุตบอล/12bet - แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ ทีมในลีก ทู ยังคงโชว์ฟอร์มได้ดีหลังเป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ทีมจากพรีเมียร์ลีก ไปแบบพลิกความคาดหมาย 3-1 ในศึกฟุตบอลแคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 8 มกราคม 2556


วันอังคารที่ 8 มกราคม 2556

ฟุตบอลแคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก
แบร็ดฟอร์ด ซิตี้  3-1 แอสตัน วิลล่า




Bradford vs Aston Villa 2:1 GOALS HIGHLIGHTS by UCL2410


เกมครึ่งแรก นาทีที่ 19 แบร็ดฟอร์ด ซิตี้นำ 1-0 คริสเตียน เบนเตเก้ โหม่งสกัดไม่ดี ไปเข้าทาง ซาวอน ไฮน์ส ซัลโวจากนอกกรอบเขตโทษไปแฉลบโดน ฟาเบียน เดลฟ์ มิดฟิลด์วิลล่า ก่อนมาถึง นาห์กี้ เวลล์ส ยิงในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายระยะ 6 หลา บอลพุ่งเสียบเสาสองตุงตาข่าย

นาทีที่ 28 เป็นโอกาสของวิลล่า เมื่อ ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย หลุดเข้าไปยิงเผาขนติด แม็ตต์ ดุ๊ค ผู้รักษาประตู สามนาทีต่อมา ทีมเยือนได้ลูกเตะมุม คริสเตียน เบนเตเก้ ขึ้นโหม่งเผาขนข้ามคาน

นาทีที่ 34 เจ้าถิ่นได้บอล ซาวอน ไฮน์ส เลี้ยงบอลมาทางฝั่งขวา และหนีการสกัดของ โจ เบนเน็ตต์ ก่อนซัดเผาขนไปตรงตัว เชย์ กิฟเว่น เซฟไว้ได้

จนกระทั่งนาที 45 วิลล่า ชวดโอกาสที่จะตีเสมอ เมื่อ ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย เลี้ยงบอลมาถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายแล้วเปิดให้ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ วอลเล่ย์เท้าซ้าย ทว่า แม็ตต์ ดุ๊ค สกัดบอลได้เยี่ยม จบครึ่งแรก แบร็ดฟอร์ดนำ 1-0

ครึ่งหลัง วิลล่าน่าได้ประตูนาทีที่ 46 แบร์รี่ แบนแนน โยนบอลจากฝั่งซ้ายให้ เบนเตเก้ โขกเผาขนติดเซฟของ แม็ตต์ ดุ๊ค

และสี่นาทีต่อมา แบนแนน ได้บอลอีกครั้งก่อนตัดสินใจโยนจากฝั่งซ้ายคราวนี้เป็น อักบอนลาฮอร์ ที่วิ่งเข้ายิงด้วยซ้ายหน้าประตูแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ แม็ตต์ ดุ๊ค ที่พุ่งปัดไว้ได้

นาทีที่ 57 วิลล่าแก้เกมส่ง ดาร์เรน เบนท์ ลงเล่นแทน กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ และห้านาทีต่อจากนั้น ทีมเยือนบุกอย่างต่อเนื่อง เบนเตเก้ โยนมาเข้าทาง เบนท์ วอลเล่ย์เผาขนข้ามคาน

นาทีที่ 67 สิงห์ผยองพลาดได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย ยิงจากนอกกรอบเขต แม็ตต์ ดุ๊ค ปัดไม่ดีบอลลอยโด่งมาเข้าทาง ดาร์เรน เบนท์ ที่เทกตัวขึ้นโขกข้ามคานออกไปหน้าตาเฉย

นาทีที่ 77 กลับเป็นเจ้าบ้านที่มาได้ประตูนำห่าง 2-0 แกรี่ โจนส์ โยนบอลจากฝั่งซ้ายไปเข้าหัว รอรี่ แม็คอาร์เดิ้ล ที่โหม่งเผาขนผ่านตัว เชย์ กิฟเว่น เข้าไปตุงตาข่าย

ถัดจากนั้นนาทีเดียว แบร็ดฟอร์ด เกือบได้ประตูหนีห่างเป็น 3-0 เจส์ แฮนสัน ทิ้งตัวโขกบอลพุ่งชนคานอย่างจังชนิด เชย์ กิฟเว่น หมดสิทธิ์ไปแล้ว

นาทีที่ 83 แอสตัน วิลล่า มาทำประตูไล่มาจนได้จากบอลโยนยาว ดาร์เรน เบนท์ โหม่งติดกองหลังแบร็ดฟอร์ดก่อนมาเข้าทาง อันเดรียส ไวมันน์ ที่วิ่งเข้าไปยิงผ่านตัว แม็ตต์ ดุ๊ค เข้าประตูไป ทีมเยือนตามมาเป็น 2-1

แต่นาทีที่ 88 จากลูกเตะมุมของเจ้าถิ่น แกรี่ โจนส์ เปิดลูกเตะมุมเข้าไปหน้าประตู คาร์ล แม็คฮิวจ์ ขึ้นโขกเต็มหัวส่งบอลเสียบตาข่าย แบร็ดฟอร์ดนำห่าง 3-1

จบเกม แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ ต้อน แอสตัน วิลล่า 3-1 โดยทั้งคู่จะพบกันอีกครั้งที่บ้านของ วิลล่า ในแคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 คืนวันอังคาร 22 มกราคม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ : แม็ตต์ ดุ๊ค - สตีเฟ่น ดาร์บี้, คาร์ล แม็คฮิวจ์, เคอร์ติส กู๊ด, รอรี่ แม็คอาร์เดิ้ล - แกรี่ โจนส์, เนธาน ดอยล์, วิล แอตกินสัน - เจส์ แฮนสัน, ซาวอน ไฮน์ส, นาห์กี้ เวลล์ส 

แอสตัน วิลล่า : เชย์ กิฟเว่น - แม็ตต์ โลว์ตัน, เคียแรน คล้าร์ก, เนธาน เบเกอร์, โจ เบนเน็ตต์ - ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย, ฟาเบียน เดลฟ์, แบร์รี่ แบนแนน - กาเบรียล อักบอนลาฮอร์, คริสเตียน เบนเตเก้, อันเดรียส ไวมันน์ 

ไฮไลท์ฟุตบอลเอฟเอ คัพ แมนสฟิลด์ VS ลิเวอร์พูล - หงส์ไม่พลาดบุกเชือด 2-1 ลิ่วรอบ 4 ตามรอยผี,เรือ 12bet 07/01/2556

Written By SPORT WORLD on Monday, January 7, 2013 | 1:38 AM



ไฮไลท์ฟุตบอล/12bet - ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกไปเบียดคว้าชัยเหนือ แมนสฟิลด์ ทีมจากบลูสแควร์ แบบไม่ค่อยประทับจิตเดอะค็อป 2-1 โดยเกมนี้ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายมาประเดิมแรกให้ทีมได้สำเร็จ ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 3 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2556

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 3
แมนสฟิลด์ 1  - 2 ลิเวอร์พูล 


แอืิิิิิิิิิิิิิิิิิิดาก้ำรน by footyroom


เกมคู่สุดท้ายของ เอฟเอ คัพ วันอาทิตย์ที่ ฟิลด์ มิลล์ กราวน์ด สนามของทีมนอกลีก แมนสฟิลด์ เปิดบ้านรับมือกับ "หงส์แดง" ที่ส่ง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงตัวใหม่ที่เพิ่งได้ตัวมาเปิดซิงออกสตาร์ตล่าตาข่ายทันที

เริ่มเกมมา 7 นาที ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ไม่ทำให้กองเชียร์ลิเวอร์พูล ผิดหวงเมื่อระเบิดตาข่ายเม็ดแรกได้อย่างรวดเร็วหลังวิ่งรับบอลทะลุช่องจาก จอนโจ้ เชลวี่ย์ ก่อนยิงลอดตัวนายด่านเจ้าบ้านเป็น 1-0

ให้หลัง 2 นาที สเตอร์ริดจ์ น่าบวกประตูที่สองของตนเองในเกมนี้จากจังหวะที่กองหลังเจ้าถิ่นคืนหลังพลาดปล่อยอดีตดาวยิงเชลซีหลุดเดี่ยวก่อนโยกหลอก อลัน มาร์ริออต ทว่ายิงติดเซฟอย่างน่าเสียดาย

เกมยังเป็นของทีมเยือน แต่นาที 33 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อกองหลังทีมเยือนเล่นพลาดปล่อยให้ แม็ท กรีน ตั้งป้อมตะบัน 20 หลาหน้าเขตโทษเดือดร้อน แบรด โจนส์ ต้องทุบออกมาหวุดหวิด

ท้ายครึ่งแรกเจ้าบ้านเริ่มตั้งเกมได้ และมีโอกาสมากขึ้นทว่าไม่ได้ส่องจังๆ และเป็นทีมเยือนมาได้เสียวอีกรอบ สจวร์ต ดาวนิ่ง เปิดเตะมุมให้ เซบาสเตียน โกอาเตส กระโดดยิงหลุดเสา จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลังทีมเยือนเปลี่ยนเอา หลุยส์ ซัวเรซ ลงสนาม และนาที 59 ทีมเยือนมาได้ประตูที่สองจากความยอดเยี่ยมของ "คิง หลุยส์" ที่ลากบอลโซโล่เดี่ยวเข้ามาก่อนทะลุเข้าประตูเป็น 2-0 ทว่าจากภาพช้าเห็นได้ชัดว่ากองหน้าอุรุกวัยใช้มือตบบอลก่อนยิงเข้าประตู

เกมของทีมเยือนเริ่มเนือยลงไป และนาทีที่ 79 เจ้าถิ่นมามีฮึดไล่มาเป็น 1-2 จากจังหวะที่เปิดบอลจากริมเส้นด้านซ้ายเข้ามาที่เสาสอง แอนโธนี่ ฮาวเวลล์ แตะคืนมาที่ แม็ท กรีน วิ่งเข้ามาแปโล่งๆ ตุงตาข่ายไม่เหลือซาก

ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าถิ่นเดินหน้าลุยแหลกเพื่อหวังเอาประตูตีเสมอให้ได้ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ถอยลงมาตั้งรับเพื่อสวนกลับอย่างเดียวแล้ว สุดท้ายไม่มีสกอร์เกิดขึ้นจบเกม ลิเวอร์พูล บุกเชือด 2-1 ผ่านเข้ารอบสี่ไปเจอกับ โอลด์แฮ่ม ต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนส์ฟิลด์ : อลัน มาร์ริออต, จอห์น ธอมป์สัน, จอห์น เดมสเตอร์, เอกโซดัส จอร์ฮาน, ลี บีเวอร์ส, ลินดอน ไมเคิล, คริส คลีเมนส์, อดัม เมอร์เรย์, แอนโธนี่ ฮาวเวลล์, หลุยส์ บริสโก้, แม็ท กรีน

ลิเวอร์พูล : แบรด โจนส์, อันเดร วิสดอม, เซบาสเตียน โกอาเตส, เจมี่ คาร์ราเกอร์, แจค โรบินสัน, ลูคัส เลว่า, โจ อัลเลน, จอนโจ้ เชลวี่ย์, ซูโซ่, สจวร์ต ดาวนิ่ง, ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ไฮไลท์ฟุตบอลเอฟเอ คัพ สวอนซี VS อาร์เซนอล - ปืนเซ็ง..หงส์ขาวตีเจ๊าท้ายเกม 2-2 12bet 07/01/2556



ไฮไลท์ฟุตบอล/12bet - อาร์เซนอล พลาดเก็บชัยชนะเหนือ สวอนซี แบบเหลือเชื่อ หลังถูก "หงส์ขาว" ไล่ตีเสมอในช่วงท้ายเกม 2-2 ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบสาม เมื่อคืนวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ต้องไปลุ้นเข้ารอบต่อในเกมหน้า

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2556
      
เอฟเอ คัพ รอบสาม
สวอนซี 2-2 อาร์เซนอล




แอิืืืืืืิสกดเดกหว by footyroom

       
เกมฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบสาม คู่หัวค่ำที่ลิเบอร์ตี สเตเดียม "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี เปิดบ้านเจอกับ "ปืนโต" อาร์เซนอล วันนี้เจ้าถิ่นให้ มิชู กองกลางตัวเก่งเป็นสำรอง แล้วใช้ กี ซุง ยอง ทำเกมทะลุทะลวง ส่วนทีมเยือนจัดชุดใหญ่ มาเต็มทั้ง ธีโอ วัลคอตต์, แจ๊ค วิลเชียร์, ซานติ กาซอร์ลา และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์
       
เกมผ่านไป 10 นาทีแรก ยังไม่มีจังหวะทำประตูแบบจะแจ้งมากนัก กระทั่งนาที 12 สวอนซี เป็นฝ่ายได้ลุ้นก่อน แดนนี เกรแฮม ดูดบอลลงกับพื้น ก่อนลากขึ้นไปยิงเองเต็มข้อ แต่ วอจเซียค เซสนีย์ นายด่านทีมเยือนเซฟได้หวุดหวิด ต่อมานาที 22 อาร์เซนอล ได้ลุ้นจากฟรีคิกระยะ 30 หลา แต่ วัลคอตต์ ยิงติดกำแพง
       
ทั้งสองทีมเน้นครองบอลอยู่กลางสนาม ทำให้จังหวะลุ้นประตูมีไม่มากนัก นาที 35 เจ้าบ้านชวดประตูนำแบบเหลือเชื่อ โจนาธาน เดอ กัซแมน เปิดฟรีคิกระยะไกลเข้ามาให้ ไคล์ บาร์ธลีย์ โขกเต็มหัว แต่บอลชนคานออกหลังไป จากนั้นไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น จบครึ่งแรก เสมอกันไปแบบจืดชืด 0-0
       
ครึ่งหลัง นาที 50 อาร์เซนอล เริ่มได้โอกาสพังประตูบ้าง วัลคอตต์ ครองบอลอยู่หน้าเขตโทษ ก่อนป้ายออกขวาให้ ชิรูด์ วิ่งมากดด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่ มิเชล วอร์ม ยังเซฟไว้ได้ เท่านั้นไม่พอ นาที 53 ปืนโต บุกอีกระลอกและเกือบได้ประตูจากลูกวอลเลย์ของ ชิรูด์ แต่ วอร์ม ยังปัดได้เหมือนเดิม
       
แต่แล้วนาที 58 แฟนบอลสวอนซี ได้เฮทั้งสนาม หลัง มิชู ที่ลงมาแทน เดอ กัซแมน แตะบอลหนีแนวรับทีมเยือนก่อนหลุดเดี่ยวขึ้นไปซัดผ่านมือ เซสนีย์ เข้าไปแบบไม่เหลือเป็น 1-0 จากนั้นนาที 64 ปืนโต ชวดตีเสมอ อารอน แรมซีย์ เปิดบอลโด่งให้ ชิรูด์ เทกตัวโหม่งแต่สะบัดคอไม่ดีบอลหลุดเสาแรกไปนิดเดียว
       
ผ่านไป 70 นาที อาร์เซนอล บุกแหลกเพื่อตีเสมอ และมาได้โอกาสใกล้เคียงที่สุด นาที 74 แนวรับสวอนซี จับบอลพลาด วัลคอตต์ สบโอกาสวิ่งขี้นไปยิงด้วยขวา แต่บอลหลุดออกเสาสองไปแบบเหลือเชื่อ แต่นาที 80 ลูคัส โพดอลสกี ตัวสำรองสวมบทฮีโร่ยิงตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ 1-1
       
เท่านั้นไม่พอ นาที 83 อาร์เซนอล พลิกขึ้นนำได้สำเร็จเป็น 2-1 โพดอลสกี ชิปบอลต่อให้ คีแรน กิบส์ วิ่งเติมมาจากซ้ายก่อนยิงเสยเพดานเข้าไปเล่นเอาแฟนปืนเฮกันลั่นสนาม แต่ดีใจได้ไม่นาน นาที 86 ทีมเยือนปล่อยแนวรับหละหลวม แล้วเป็น แดนนี เกรแฮม ที่ยืนรอบอลอยู่โล่งๆ ยิงให้ สวอนซี ตีเสมอเป็น 2-2
       
ช่วงท้าย ทดเวลา 5 นาที ทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเพื่อเอาประตูชัย สุดท้ายทำไม่ได้ จบเกม เสมอกัน 2-2 ต้องไปลุ้นกันต่อในเกมนัดรีเพลย์ ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สวอนซี ซิตี : มิเชล วอร์ม, ไคล์ บาร์ทลีย์, โชเซ ชิโค, ดไวท์ เทียนดัลลี, เบน เดวีส์, ลีออน บริทตัน, นาธาน ดายเออร์, เวนย์ เราธ์เลดจ์, โจนาธาน เดอ กัซแมน, กี ซุง ยอง, แดนนี เกรแฮม

อาร์เซนอล : วอจเซียค เซสนีย์, บาการี ซานญา, แพร์ มาเตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี, คีแรน กิบส์, มิเกล อาร์เตตา, แจ๊ค วิลเชียร์, ธีโอ วัลคอตต์, อารอน แรมซีย์, ซานติ กาซอร์ลา, โอลิวิเยร์ ชิรูด์

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เซาธ์แฮมป์ตัน VS อาร์เซนอล - ตื่นแล้ว..แฟนปืนเซ็งแค่ไล่เจ๊านักบุญ 1-1 12bet 02/01/2556

Written By SPORT WORLD on Wednesday, January 2, 2013 | 3:47 AM



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล พลาดการเก็บ 3 แต้มไปจนได้ หลังทำได้แค่บุกไปไล่เสมอกัน "นักบุญแดนใต้" เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 รั้งอันดับ 5 ของตารางตามหลัง เชลซี อยู่ 4 แต้ม หลังจบเกมพรีเมียร์ลีก ประจำวันขึ้นปีใหม่เมื่อวันอังคารที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา
     
วันอังคารที่ 1 มกราคม 2556
  
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 อาร์เซนอล

1-0 รามิเรซ นาที 35

SOU 1 ARS  0 RAMIREZ | ourmatches.net by Ourmatches


ไฮไลท์เกม

EPL : Southamton vs Arsenal 1-1 by MRLooka


1-1 ปราโด (เข้าประตูตัวเอง) นาที 41
       
เกมพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้ายของคืนวันปีใหม่ที่สนาม เซนต์ แมร์รี "นักบุญ"เซาธ์แฮมป์ตัน ขนสตาร์อย่าง มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, แกสตอง รามิเรซ และ ริคกี แลมเบิร์ต ลงสนามพร้อมหน้าขาดเพียง อดัม ลัลลานา ที่มีอาการเจ็บ ส่วนทีมเยือน อาร์แซน เวนเกอร์ จับทั้ง ธีโอ วัลคอตต์ และ อเล็ก ออกเล็ดจ์-แชมเบอร์เลน ลงสนามพบกับทีมเก่า
       
ออกสตาร์ทมาในช่วงแรกปืนใหญ่ครองบอลดีกว่า แต่ยังไม่มีลูกหวาดเสียวกระทั่งนาที 13 ลูคัส โพดอลสกี รับบอลจาก ซานติ การ์ซอลา หลุดมาทางซ้ายก่อนพยายามยิงเร็วที่เสาแรกบอลไปติดบล็อกแนวรับที่เข้ามาขว้างได้ทัน จากนั้นนาที 18 โอกาสครั้งแรกของเจ้าบ้านมาจาก แลมเบิร์ต ที่ซัดไกลจากนอกกรอบ บอลยังไปติดกองหลัง "ปืนใหญ่" ที่ยืนเกะกะอยู่ก่อนจะถูกเลคียออกมา
       
จากนั้นเกมของ เจ้าบ้านเริ่มดีขึ้นและมาได้ประตูออกนำในนาที 35 จากจังหวะโต้กลับมาให้ แลมเบิร์ต ยิงไม่โดน ก่อนจะเป็น กอสเซียลนี เคลียทิ้งมาเข้าทางปืน แกสตอง รามิเรซ ยิงสวนตูมเดียวให้ เซาแธมป์ตัน ออกนำ 1-0 หลังเสียประตู "กันเนอร์ส" โหมบุกหนักและมาได้ประตูตีเสมอนาที 41 จากลูกตั้งเตะ วัลคอตต์ เปิดเข้ามาเสาแรก กุย โด ปราโด เคลียร์ไม่ดีบอลเปลี่ยนเทาตุงตายข่ายชนิดที่ อาร์เธอ โบรุค ได้แต่เซง ก่อนจนครึ่งแรกที่ 1-1 
       
ลงมาเล่นครึ่งหลัง 10 นาที "นักบุญแดนใต้" เริ่มได้คึกคักกว่า กุย โด ปราโด หมุนวนหนี โรลองต์ กอสเซียลนี ก่อนซัดเต็มๆ บอลพุ่งเข้าเข้าเสาแรกยังดีที่ วอยเซียค เชสนีย์ ไม่พลาดบินปัดทิ้งไปได้ จากลูกเตะมุม ฌอณ เดวิส เปิดเข้ากลางกองหลัง ทีมเยือนเคลียกันไม่ดี แลมเบิร์ต พยายามจะยิงซ้ำแต่ เชสนีย์ ยังไว้ตามไปตะครุบไว้ได้
       
นาที 57 "ปืนใหญ่" ต้องเปลี่ยนเอา โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงมาค้ำเป็นหอกเป้าแทน และให้ วัลคอตต์ ถ่างออกไปเล่นริมเส้น แต่นาที 64 กลายเป็น เจ้าบ้านมาได้ลุ้นอีกครั้ง ฌอณ เดวิส ไหลออกขวาให้ เจสัน พันเชียน ตั้งป้อมกดเน้นๆ บอลพุ่งเข้าหน้าต่างเสาแรกแบบได้เสียว เกม "นักบุญ" ดีกว่าชัดเจน นาที 70 บอลจากกลางสนาม มาให้ รามิเรซ สลัดหนี กอสเซียลนี พักอกเอาบอลลงก่อนวอลเลย์บอลตุงตาข่ายแต่กรรมการมองว่าเป็นการผลักจากด้านหลังก่อน
       
ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม อาร์เซนอล กลับมาบุกได้อีกครั้ง แชร์วินโญ อีกหนึ่งสำรองลากตัดจากซ้ายเข้ามายิงด้วยขวาบอลพุ่งน่ากลัวแต่ไปเข้าแค่ข้างตาข่ายเท่านั้น นาที 89 อาร์เตตา หลุดขึ้นทางซ้ายพยายามจะจ่ายเข้ากลางให้เพื่อนเข้าชาร์ตแต่ โยชิดะ พุ่งมาสกัดบอลทิ้งไปได้ทันเวลา สุดท้ายทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้เสมอกันไป 1-1 แบ่งไปทีมล่ะแต้ม
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เซาธ์แฮมป์ตัน : อาร์เธอ โบรุค, มาซาโตะ โยชิดะ, โชเซ ฟอนเต, ลุค ชอว์, ฌอณ เดวิส, แจ็ค คอร์ก, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, เจสัน พันเชียน, แกสตอง รามิเรซ, ริคกี แลมเบิร์ต, กุย โด ปราโด

อาร์เซนอล : วอยเซียค เชสนีย์, บาการี ซานญา, โธมัส แฟร์มาเลน, คีแรน กิบบ์, โรลองต์ กอสเซียลนี, มิเกล อาร์เตตา, ซานติ การ์ซอลา, แจ็ค วิลเชียร์, ธีโอ วัลคอตต์, ลูคัส โพดอลสกี, อเล็ก ออกเล็ดจ์-แชมเบอร์เลน

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ VS เร้ดดิ้ง - ไก่พลิกอัดเร้ดดิ้ง 3-1 ขึ้นรั้งที่ 3 12bet 02/01/2556



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พลิกสถานการณ์เอาคืนรวดเดียวจบถล่ม "เดอะ รอยัลส์" เรดดิ้ง 3-1 พร้อมแซงหน้า เชลซี ขึ้นมารั้งอันดับ 3 ชั่วคราว ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันอังคารที่ 1 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ 
วันอังคารที่ 1 มกราคม 2556 

ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3-1 เร้ดดิ้ง 

ไฮไลท์รวม 


0-1 โปรเกร็บเนี๊ยค นาที 5 

TOT 0 REA 1 Pogrebnyak | Ourmatches.net by Ourmatches


1-1 ดอว์สัน นาที 10

TOT 1 REA 1 | ourmatches.net by Ourmatches


2-1 อเดบายอร์ นาที 51

TOT 2 REA 1  Adebayor | ourmatches.net by Ourmatches


3-1 เดมพ์ซีย์ นาที 79 

TOT 3 REA 1  Golazo Dempsey by Ourmatches


เปิดฉากแค่ 4 นาทีแรกเท่านั้นกองเชียร์เจ้าถิ่นต้องตกตะลึงเสียประตูเร็วแบบไม่คาดฝันจากจังหวะฟรีคิกระยะ 25 หลา ฮาร์ท เจ้าพ่อลูกนิ่งปั่นไซด์ข้ามกำแพงชนคานกระดอนออกมา โปเกรบเนี้ยค โหม่งซ้ำดาบสองจ่อๆไม่เหลือ เรดดิ้ง ขึ้นนำ 1-0

พอเสียประตูขุนพลสเปอร์สพยายามรวบรวมสติกลับคืนเกือบเอาคืนในอีก 4 นาทีถัดมา เลนน่อน กระชากลากเลื้อยมาทางขวาก่อนโยนไปยังเสาไกล อเดบายอร์ โขกเผาขนหลุดกรอบ]

แต่แล้วนาที 10 คนดูในสนามตะโกนด้วยความสะใจตามตีเสมอ 1-1 ซิเกิร์ดสสัน โยนลูกเตะมุมทางซ้ายไปยังจุดนัดพบเสาแรก ดอว์สัน ชิงจังหวะโหม่งเช็ดเสียบตาข่าย

พอตีเสมอ สเปอร์ส คึกใหญ่ลุยต่อนาที 20 เดมเบเล่ มิดฟิลด์ห้องเครื่องสบโอกาสสับไกสังหารระยะ 25 หลาบอลหลุดออกนอกกรอบไม่ห่างมาก

เกมตกเป็นของ "ไก่เดือยทอง" ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หมดแล้วนาที 37 ซิเกิร์ดสสัน จ่ายให้ เดโฟ ลงมาล้วงลูกหน้ากรอบเขตโทษเลี้ยงหาช่องก่อนสับไกระยะ 25 หลาบอลกำลังพุ่งเสียบเสาก่อนบานปลายถากเสาออกไปนิดเดียวชนิดที่ เฟเดริชี่ นายด่านยืนขาตายหมดสิทธิ์ไปแล้ว

เหลือไม่ถึง 3 นาทีก่อนพักเบรก "ไก่เดือยทอง" น่าจะพลิกขึ้นนำ เดมเบเล่ พลิกลากเข้าไปยิงบริเวณหัวกระโหลกบอลแฉลบกองหลังแต่ เฟเดริชี่ นายทวารปัดพ้นอันตราย อเดบายอร์ พยายามตามซ้ำดาบสองก็ช้าเกินไป

นาทีสุดท้ายครึ่งแรก สเปอร์ส ใกล้เคียงพังประตูแซงนำอีกครั้งจากจังหวะ ซานโดร ปั่นไซด์นอกกรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เฟเดริชี่ นายทวารยังพุ่งปัดพ้นอันตรายออกไปได้ จบครึ่งแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 1-1

กลับมาเริ่มต้นกันใหม่แค่ 2 นาทียังเป็น "ไก่เดือยทอง" พยายามฉวยโอกาสขึ้นนำให้ได้ เดโฟ ปั่นไซด์ระยะ 20 หลาบอลทะลุแนวรับยังไปติดเซฟ เฟเดริชี่ ยืนถูกที่ถูกตำแหน่ง

สเปอร์ส ยังเดินหน้าบดอย่างหนักในที่สุดพลิกแซงนำเป็น 2-1 ในนาที 51 เลนน่อน อาศัยความเร็วกระชากถึงเส้นหลังในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนโยนไปยังเสาสองเข้าหัว อเดบายอร์ เทคตัวโหม่งเน้นๆเสียบตาข่าย

กลายเป็นบอลได้ใจไปแล้ว "ไก่เดือยทอง" คึกใหญ่เดินหน้าบุกต่ออีก 4 นาทีถัดมา ซานโดร อาศัยความสามารถเฉพาะตัวลากหนีสองกองหลังเรดดิ้งก่อนกดเรียดเน้นๆบอลผ่านมือ เฟเดริชี่ นายด่านไปแล้วหลุดเสานิดเดียว

จังหวะที่กำลังบุกเพลินๆ เรดดิ้ง มีโอกาสีเสมอเหมือนกันในนาที 72 โปเกรบเนี้ยค หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนกดเรียดเน้นๆ ญอริส นายทวารปัดทิ้งกระดอนออกมาให้ โปเกรบเนี้ยค โหม่งดาบสองไม่ตรงกรอบ

เกมของ เรดดิ้ง ดีขึ้นเรื่อยๆนาที 75 พลาดโอกาสทองตีเสมออย่างน่าเสียดายสุดๆ กูธรี ไหลทะลุช่องให้ เคเบ กระชากแหวกฝ่าสองแนวรับสเปอร์สหลุดเข้าไปเผชิญหน้า ญอริส บอลยิงไปแฉลบหลุดข้างเสาน่าหวาดเสียว

หลังรอดพ้นเสียประตูหวุดหวิด "ไก่เดือยทอง" พังประตูตอกย้ำชัยก่อนหมดเวลา 8 นาที ซานโดร จ่ายให้ เดมพ์ซี่ย์ ตัวสำรองลงมาไม่ทันไรจับบอลพลิกก่อนยิงไปแฉลบ ไลเกิร์ทวู้ด ทำให้บอลลอยโด่งย้อยข้ามตัว เฟเดริชี่ นายทวารออกมานอกเส้นถอยไปเซฟไม่ทันเสียบตาข่าย

เวลาที่เหลือ เรดดิ้ง ไม่มีอะไรจะเสียต้องเดินหน้าแลกทำให้แผงหลังลอยขึ้นสูงเป็นโอกาส เดโฟ มีพื้นที่ว่างหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษทางซ้ายสับไกยิงไม่ผ่าน เฟเดริชี่ นายทวารเซฟเอาไว้ได้ แต่ถึงอย่างไร สเปอร์ส คุมเกมไว้ได้หมดก่อนถล่มขาด 3-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์: ฮูโก้ ญอริส 5,ไคล์ วอล์คเกอร์ 5,ไมเคิล ดอว์สัน 5,แยน แฟร์ต็องเก้น 5,ไคล์ นอห์ตัน 5,แอร่อน เลนน่อน*8,ซานโดร 5,มูซ่า เดมเบเล่ 6(สกอตต์ ปาร์คเกอร์ 5 น.70) ,กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน 4(คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ 5 น.76),เอมานูเอล อเดบายอร์ 5(เจ๊ค ลิเวอร์มอร์ - น.88),เจอร์เมน เดโฟ 4


เรดดิ้ง: อดัม เฟเดริชี่ 7,คริส เกนเตอร์ 5,อเล็กซ์ เพียร์ซ 4,อาเดรียน มาเรียปปา 5,เอียน ฮาร์ท 3,จิมมี่ เคเบ้ 4,เจม คาราแคน 4(ฮัล ร็อบสัน คานู 5 น.56),มิเคเล่ ไลเกิร์ทวู้ด 7,แดนนี่ กูธรี 4,โจบี้ แม็คคานัฟฟ์ 4(อดัม เล ฟอนเดร 4 น.73) ,พาเวล โปเกรบเนี้ยค 5(โนเอล ฮันท์ - น.83)

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ VS สโต๊ค ซิตี้ - ไม่น้อยหน้าผี..เรือเปิดรังทุบหม้อแตก 3-0 12bet 02/01/2556


ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้าน ยำ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ 3-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ ไล่ตามคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง แมนฯยูฯ 7 แต้มเท่าเดิม ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อ วันอังคารที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา

วันอังคารที่ 1 มกราคม 2556

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมนฯ ซิตี้ 3-0 สโต๊ค ซิตี้




"เรือใบสีฟ้า" แชมป์เก่า เปิดรังเอติฮัด สเตเดี้ยม รับมือ "ช่างปั้นหม้อ" ทีมฟอร์มแกร่งที่ไม่แพ้ใครมานาน โดยเกมนี้เจ้าถิ่นขาด ซามีร์ นาสรี่ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสที่โดนไล่ออกในเกมที่แล้ว แนวรุกวาง เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" ประสานงานกับ เอดิน เชโก้ โดยมี ดาบิด ซิลบา ปั้นเกมรุกอยู่ข้างหลัง

ฝั่งทีมเยือน เน้นปลอดภัยไว้ก่อน แพ็กแดนกลางแน่น 5 คน หน้าเป้าเป็น เคนวิน โจนส์ ดาวเตะผิวสีล่าตาข่าย นอกจากนั้นยังได้ สตีเว่น เอ็นซอนซี่ ผ่านอุทธรณ์โทษแบนลงเป็นตัวจริงทันที แดนกลางมี ชาร์ลี อดัม คุมเกมกับ เกล็น วีแลน

เปิดฉากแค่นาทีแรก ซิตี้ทักทายทันที มิลเนอร์จ่ายจากขวาเข้าในให้อเกวโร่แตะหนีเข้าเขตโทษ ก่อนซัดมุมแคบ เบโกวิชปิดมุมดี ป้องกันออกหลังไปได้ จากนั้นนาที 8 แบร์รี่จ่ายสั้นให้ตูเร่ ลากมาหน้าประตู ไม่มีกองหลังขวาง ตูเร่สับไกหน้าเขตโทษเต็มเกือก แต่บอลโด่งออกหลังอย่างน่าผิดหวัง

จากนั้นนาทีเดียว แบร์รี่หยอดจากขวามาหน้าประตูให้อเกวโร่หลุดกับดักล้ำหน้า พักอกก่อนวอลเล่ย์ทันที บอลเหินข้ามคาน นาที 14 กลิชี่ผ่านเข้ากลางตูเร่ ลองยิงไกลอีกครั้ง คราวนี้บอลโด่งข้ามคานไม่มีหางเสือ

ซิตี้รุกคืบ นาที 19 มิลเนอร์เปิดฟรีคิกทางกราบขวามาหน้าประตู ซิลบาโฉบมาขวิดที่เสาแรก บอลหลุดข้างเสาออกไป จากนั้นอีก 3 นาที แบร์รี่ไหลให้อเกวโร่กระชากหนีกองหลัง แล้วอัดด้วยขวาหักไปเสาสอง เบโกวิชยังไว ปัดทิ้งออกหลังได้

มาเป็นชุด นาที 25 ซิลบารับบอลจากอเกวโร่ก่อนสับไกหน้าเขต บอลติดกองหลัง อีก 3 นาที มิลเนอร์จ่ายให้เชโก้ หลุดเข้าไปทางฝั่งขวาเขตโทษ แต่ซัดโด่งออกหลังไปอีก เจ้าบ้านน่าสุดๆ นาที 33 เชโก้ไหลขึ้นหน้าทางซ้ายให้แบร์รี่ เปิดเข้ากลางให้อเกวโร่เทกตัวโขกจ่อๆ ระยะ 6 หลา บอลพุ่งชนเสาแรกกระดอนออกมา ไม่มีตัวเข้าซ้ำ

บดอยู่นาน นาที 43 เรือใบออกนำ 1-0 จนได้ จังหวะต่อเนื่องจากเตะมุม อเกวโร่ผ่านออกขวาให้มิลเนอร์ ปาดเข้ากลางกึ่งยิงกึ่งผ่าน เบโกวิชบล็อกด้วยขากระดอนออกมา เข้าทางซาบาเลต้าแปสวนด้วยซ้าย ผ่านผู้เล่นสโต๊คที่ยืนออแน่นหน้าเส้นประตูเข้าไปซบก้นตาข่าย ครบ 45 นาทีแรก ซิตี้นำสโต๊คด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นครึ่งหลัง ซิตี้ไม่พูดพร่ำ นาที 49 ได้ลุ้นทันที ตูเร่ชิพบอลขึ้นหน้าให้เชโก้ปล่อยบอลตก ก่อนกลับตัววอลเล่ย์ด้วยขวาตามน้ำ บอลเหินข้ามคานแค่คืบ 

ไม่ต้องรอนาน นาที 56 เรือใบแล่นฉิว ตูเร่จ่ายบอลขึ้นหน้าให้อเกวโร่ พลิกตัวหันหน้าเข้าหาประตู ก่อนตัดสินใจซัดลอดขาแนวรับสโต๊ค เบโกวิชไม่หลับ ล้มตัวปัดออกมา แต่บอลตกตรงหน้าเชโก้ ซ้ำด้วยขวานิ่มๆ เผาขนไม่มีเหลือ ซิตี้นำ 2-0

หลังเสียประตู ช่างปั้นหม้อลุยกลับ นาที 59 ชาร์ลี อดัม ปั่นฟรีคิกด้วยซ้าย กึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าประตู ฮาร์ทต้องปัดทิ้งออกมา อีก 2 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นอีก จากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย วีแลนเปิดมาเสาแรกให้เจอโรมขวิดเช็ดต่อมายังวอลเตอร์สเอี้ยวตัวยิงด้วยซ้ายไม่กี่หลา บอลเหินข้ามคานออกหลัง

เรือใบมาได้จุดโทษนาที 74 จากจังหวะที่เอ็นซอนซี่ไปฟาวล์ซิลบาในเขตโทษฝั่งซ้าย อเกวโร่วิ่งมาสับไกไปทางขวามือตัวเอง เบโกวิชพุ่งสุดตัวแต่ไปไม่ถึง บอลเสียบก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ซิตี้หนีเป็น 3-0

สนุกอยู่ข้างเดียว นาที 77 เจ้าถิ่นต่อบอลกันสวย ก่อนจังหวะสุดท้ายซาบาเลต้าไหลจากขวาเข้าในให้ซิลบา ปั่นด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ บอลโค้งไม่พอ หลุดคานออกหลัง จบเกม แมนฯ ซิตี้ถล่มสโต๊ค ซิตี้ ยับเยิน 3-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท - ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โจลีออน เลสค็อตต์, กาแอล กลิชี่ - เจมส์ มิลเนอร์, แกเร็ธ แบร์รี่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา - เอดิน เชโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" 

สโต๊ค : อัสเมียร์ เบโกวิช - เจฟฟ์ คาเมรอน, โรเบิร์ต ฮูธ, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แอนดี้ วิลกินสัน - โจนาธาน วอลเตอร์ส, เกล็นน์ วีแลน, ชาร์ลี อดัม, สตีเว่น เอ็นซอนซี่, คาเมร่อน เจโรม - เคนวิน โจนส์

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก วีแกน VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - ผีถอนแค้นฉลองปีใหม่..บุกยำลาติกส์ 4-0 12bet 02/01/2556



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเก็บชัยชนะประเดิมศักราชใหม่ด้วยการยำใหญ่ใส่ วีแกน แอธเลติก 4-0 รักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป ในศึกพรีเมียร์ลีก ประจำวันอังคารที่ 1 ม.ค. ที่

วันอังคารที่ 1 มกราคม 2556
      
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วีแกน 0-4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

0-1 ชิชาริโต้ นาที 35

WIG 0-1 MAN UNITED by Ourmatches


0-2 ฟาน เพอร์ซี่ นาที 43

WIG 0 MAN 2 VAN PERSIE | ourmatches.net by Ourmatches


0-3 ชิชาริโต้ นาที 64

WIG 0 MAN 3 CHICHARITO | ourmatches.net by Ourmatches


0-4 ฟาน เพอร์ซี่ นาที 90

WIG 0 MAN 4 VAN PERSIE | ourmatches.net by Ourmatches


ไฮไลท์รวม

       
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง ที่เพิ่งฉลองครบรอบวันเกิดอายุ 71 ปี ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา บุกมาเยือน วีแกน โดยเกมนี้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กลับมาเป็นตัวจริงคู่กับ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ อีกครั้ง และใช้ ไรอัน กิกส์ กับ แอชลีย์ ยัง ทำเกมสองฝั่ง ฝั่งเจ้าบ้านมาในระบบ 4-3-3 ส่งทั้ง เจมส์ แม็คคาร์ธี, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ และ ฌอน มาโลนีย์ ลงทำเกมตรงกลาง
       
เริ่มเกมมาไม่ถึง 5 นาที ฟาน เพอร์ซี ไหลบอลต่อให้ "ชิชาริโต" หลุดมาทางขวาก่อนกดยิงกะเล่นงานเสาแรกบอลพุ่งเข้าซอง อาลี อัล ฮับซี เซฟไว้ได้แบบไร้ปัญหา นาที 11 เอร์นานเดซ รับบอล จาก กิกส์ หลุดเข้าไปจิ้มสวนตัว นายประตูชาวโอมานตุงตาข่าย ทว่าไลน์แมนยกธงล้ำหน้าก่อน
       
ช่วง 25 นาทีแรก "ผีแดง" ครองบอลได้มากกว่าชัดเจน และพยายามหาโอกาสเข้าทำทั้งสองฝั่งตามสไตล์ถนัด กระทั่ง นาที 30 จากลูกฟรีคิก ฟาน เพอร์ซี เปิดเข้ามาหน้าประตู อัล ฮับซี ชกบอลไม่ดีตกที่หน้าไรอัน กิกส์ ง้างเท้ากำลังยิงแต่โชคยังดีที่ แกรี คัลด์เวลล์ พุ่งมาเคลียทิ้งออกไปได้รอดพ้นการเสียประตูครั้งที่ 2 "ผีแดง" มาเป็นชุด ราฟาเอล ดา ซิลวา ลากขึ้นมายิงเองจากนอกกรอบแต่ อัล ฮับซี มองเห็นพุ่งปัดออกไปอีก
       
 "ปิศาจแดง" มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ เอวรา ทะลุขึ้นมายิงก่อนด้วยซ้าย ไปติดเซฟของ อัล ฮับซี บอลเด้งเข้าทางปืนของ เอร์นานเดซ ซ้ำจ่อๆ ไม่มีเหลือให้ทีมนำ 1-0 นาที 42 สกอร์ไหลไปเป็น 2-0 "อาร์วีพี" แต่งบอลหนี อิบัน รามิส ที่หัวทิ่มไปแล้วก่อนปั่นด้วยขวาบอลโค้งเข้าทางเสาสอง อย่างสวยงาม พร้อมจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
       
กลับลงมาเล่นครึ่งหลัง ทีมเยือนหาโอกาสบุกได้ชัดเจนกว่า แต่ผ่านนาที 58 กลายเป็น วีแกน หาช่องเจาะเข้าไปส่งบอลตุงตาข่ายได้บ้าง ฟรังโก้ ดิ ซานโต เปิดเรียดเข้าไปที่ อารูนา โกเน แปง่ายๆ แต่ไลน์แมนคนเดิมยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนอีกครั้ง 2นาที ถัดมา หลังเจ้าถิ่นประกบตัวไม่ดีปล่อยให้ เอร์นานเดซ วิ่งเข้าชาร์ตลูกเปิดของ ยัง แต่คุมทิศทางไม่ได้ลอยออกหลังอย่างน่าเสียดาย
       
นาที 63 ลูกทีมของ "เฟอร์กี" มาพังประตูหนีห่าง 3-0 "อาร์วีพี" ซัดฟรีคิดไปติดกำแพงบอลเป็นใจให้ "ชิชาริโต" เอี่ยวตัววอลเลย์บอลตุงตาข่ายง่ายๆ นาที 70 "ปิศาจแดง" ส่งเอา ชินจิ คากาวะ ลงมาเรียนกฟอร์มในสนามบ้าง พร้อมใช้ คริส สมอลลิง ลงมายืนเกมรับแทน ริโอ เฟอร์ดินานด์ ขณะที่ วีแกน ส่ง ฆอร์ดี โกเมซ ลงทำเกมแทน ดิ ซานโต
       
ท้ายเกม วีแกน ยังไม่มีท่าจะฟื้น ถูก แมนฯ ยู ครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่และมาเสียประตูอีกจนได้ แดนนี เวลเบ็ค ลงมาเป็นตัวสำรองเปิดยัดให้ ฟาน เพอร์ซี แปเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูปิดกล่องให้ ยูไนเต็ด บุกมาย้ำใหญ่ 4-0 นำเป็นจ่าฝูงต่อเนื่อง มี 52 แต้ม ส่วน "เดอะลาติกส์" จมอยู่ที่ 17
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
วีแกน : อาลี อัล ฮับซี, เอ็มเมอร์สัน บอยซ์, อิบัน รามิส, แกรี คัลด์เวลล์, มายนอร์ ฟิเกรัว, เจมส์ แม็คคาร์ธี, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, อารูนา โกเน, ฌอน มาโลนีย์, ฌอง โบเซอฌูร์, ฟรังโก้ ดิ ซานโต

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล ดา ซิลวา, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี อีแวนส์, ปาทริซ เอวรา, แอชลีย์ ยัง, ไมเคิล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, ไรอัน กิกส์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี, ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก - ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส VS ลิเวอร์พูล - หงส์เฮปีใหม่..บุกสอยทหารเสือ 3-0 12bet 31/12/2555

Written By SPORT WORLD on Monday, December 31, 2012 | 1:23 AM



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - ลิเวอร์พูล ฟอร์มดุตั้งแต่ต้นเร่งเครื่องยิงช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของเกม บุกไปเอาชนะ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส์ ทีมโซนท้ายตาราง 3-0 คว้าชัยชนะในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสุดท้ายของปี 2012 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขยับอันดับขึ้นไปอยู่ที่ 9 ของตาราง

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2555
   
ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ควีนส์ปาร์ค 0-3 ลิเวอร์พูล




     
เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายของปี 2012 ที่สนาม ลอฟตัส โรด "คิวพีอาร์" ที่ท้ายตารางเปิดสนามนำโดย ฌิบิล ซิเซ และ อเดล ทารับ ลงพบกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไม่มี เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่มีอาการป่วยหนักต้องขอกลับบ้านแต่ยังขนผู้เล่นลงสนามเต็มสูบ ใช้ หลุยส์ ซัวเรซ เค้าเป็นหักเป้าและวาง สจ๊วร์ต ดาวนิง กับ ราฮีม สเตอร์ลิง ทำเกมสองฝั่ง
     
ออกสตาร์ทมาเพียง 3 นาที ซัวเรซ พาบอลแตะลอดขา ไรอันซ์ เนลเซน ก่อนวางเท้ายิงด้วยขวาบอลแฉลบแต่ไม่ห่างตัวของ ฮูลิโอ เซซาร์ ทุบทิ้งออกมาได้หวุดหวิด จากนั้นนาทีที่ 10 ซัวเรซ คนเดิม พาบอลมาเองล็อกหนี คลินท์ ฮิล ก่อนยิงเข้าเสาแรกเป็นประตูออกนำ 1-0
     
นาที 15 สกอร์ไหลไป 2-0 อย่างรวดเร็ว ซัวเรส ทำชิ่งกับ ดาวนิง หลุดไปถึงเส้นหลังพยายามจะเปิดยัดเข้าไปกลางประตู บอลถูกสกัดมาเข้าทางปืนหัวหอกอุรุกวัยวิ่งตามมาแปด้วยซ้ายส่งบอลตุงตาข่ายชนิดที่ เซซาร์ ไม่ต้องเซฟ เกมบุกของ "หงส์แดง" มาอย่างต่อเนื่องนาที 25 เกล็น จอห์นสัน ทะลุเข้ากรอบโทษก่อนปาดให้ให้ ซัวเรซ ทางเสาสอง แต่ยังดี ไรอัน เนลเซน มาสกัดทิ้งได้ทันเวลา
     
จากนั้นไม่ถึง 3 นาที จากลูกเตะมุมสั้น เจอร์ราร์ด เปิดเข้ามาเป็น แอกเกอร์ สลัดหนีตัวประกบมาโขกบอลเข้าเสาแรกง่ายๆ ให้ทีมหนีห่างเป็น 3-0 นาที 37 "คิวพีอาร์" รอดพ้นการเสียประตูแบบมีโชคความขยันของ ซัสเรซ ไปงัดบอลมาจากแนวรับเจ้าบ้านก่อนเปิดหักให้ "สตีวีจี" ยิงไปติดกองหลัง ควีนปาร์ค ที่ยืนเกะกะอยู่หน้าประตู ก่อนจะหมด 45 นาทีแรกเป็น ลิเวอร์พูล นำห่าง
     
กลับมาครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล บุกเข้าใส่ทันที ซัวเรซ แต่งบอลเข้าเท้าซ้ายก่อนซัดที่หน้ากรอบ 18 หลาบอลพุ่งจะเสียบคานแต่หนนี้ เซซาร์ ไม่พลาดง่ายๆ บิดปัดทิ้งช่วยป้องกันเอาไว้ได้ เกมผ่าน 60 นาที "คิวพีอาร์" เริ่มมีฮึดขึ้นมาบ้าง อเดล ทารับ เลี้ยงเดี่ยวขึ้นมาตรงกลางก่อนตะบันจากรนอกกรอบบอลเข้าไปตรงตัวของ เรนา
     
เกมผ่าน 65 นาที ลิเวอร์พูล เริ่มผ่อนเกมลงไป ทำให้เกมของเจ้าถิ่นดีขึ้นทันที และส่งเอา เอสเตบัน การ์เนโร ห้องเครื่องชาวสเปนลงมาแทน แซมบา ดิยากิเต จากนั้น 3 นาที เจมี แม็คกี จ่ายบอลต่อให้ สเตฟาน เอ็มเบีย ปั่นโค้งกะให้เสียบเสาสองแต่บอลโค้งไม่พอเลี้ยวออกหลังอย่างน่าเสียดาย
     
นาที 82 เจ้าถิ่นได้โอกาสลุ้นตีไข่แตกอีกรอบ เอ็บเบีย คนเดียวซัดฟรีคิกระยะ 20 หลาบอลพุ่งผ่านกำแพงแต่ เรนา เห็นอยู่แล้วขยับไปคว้าไว้ติดมือ ช่วง 5 นาที สุดท้ายของเกม ควีนส์ปาร์ค ครองเกมรุกเข้าใส่ต่อเนื่องขณะที่ "หงส์แดง" ถอยลงมารักษาสกอร์ที่นำเอาไว้และใช้เกมสวนกลับเล่นงาน ทว่าสุดท้ายไม่มีประตูเพิ่มเป็น ลิเวอร์พูล บุกมาถล่ม "คิวพีอาร์" 3-0 คว้าชัยส่งท้ายปี 2012 เก็บแต้มขึ้นไปอยู่อันดับ 9 ของตารางคะแนน
     
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ควีนส์ปาร์ค : ฮูลิโอ เซซาร์, อาร์มอง ตาโอเร, คลินท์ ฮิล, เนดุม โอนูโอฮา, ไรอัน เนลเซน, แซมบา ดิยากิเต, ฌอณ ไรท์ ฟิลลิปป์, เจมี แม็คกี, สเตฟาน เอ็มเบีย, ฌิบิล ซิเซ, อเดล ทารับ

ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, เกล็น จอห์นสัน, โฆเซ เอ็นริเก, ดาเนียล แอ็กเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, สตีเวน เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, หลุยส์ ซัวเรซ, สจ๊วร์ต ดาวนิง, ราฮีม สเตอร์ลิง

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก - เอฟเวอร์ตัน VS เชลซี - แลมพ์เบิ้ล..สิงห์เก็บ 3 แต้ม...พลิกบดทอฟฟี่สุดหนืด 2-1 12bet 31/12/2555



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - แฟรงค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์จอมถล่มประตู เหมาคนเดียว 2 ประตูพา "สิงห์บลูส์" เชลซี พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ได้ถึงถิ่นกูดิสัน ปาร์ค 2-1 แซงกลับขึ้นไปเป็นอันดับ 3 เหมือนเดิม ในศึกพรีเมียร์ลีก ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 ธ.ค. ที่ผ่านมา
   
วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2555

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เอฟเวอร์ตัน 1-2 เชลซี




     
"ท๊อฟฟี" เอฟเวอร์ตัน เปิดรัง กูดิสัน ปาร์ค ส่งทั้ง วิคเตอร์ อนิเชเบ และ นิคิชา เยลาวิช เป็นหอกคู่ล่าตาข่าย โดยมี สตีเวน พีนาร์ เป็นจอมทัพในแดนกลาง รับการมาเยือนของ เชลซี ที่มี ฆวน มาตา, เอเดน ฮาซาร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นตัวชูโรง ขณะที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด กองกลางจอมเก๋าลงคุมเกมกลางสนาม
     
 เริ่มเกมเพียง 2 นาที เอฟเวอร์ตัน มาได้ประตูขั้นนำแต่หัววัน จากการขึ้นเกมริมเส้นเปิดเข้ากลางให้ อนิเชเบ โขกเต็มศรีษะบอลชนโขกเสาออกมาถึง พีนาร์ ที่เติมมาพอดีเอี่ยวตัววอลเลย์ตุงตาข่ายให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 นาทีที่ 8 ลูกทีมของ เดวิด มอยส์ เกือบได้ประตูนำห่างจากฟรีคิก เยลาวิช บรรจงปั่นข้ามกำแพง ปีเตอร์ เช็กได้แต่ยืนมองแล้วแต่ยังถูกปฏิเสธไว้ด้วยเสาประตูอีกครั้ง
     
นาที 25 ยังเป็นเจ้าบ้านดุดันกว่า โคล สกัดลูกเปิดไม่ดีมาเข้าทาง ลีออน ออสแมน ยิงเข้ายิ่งเต็มเท้าจากระยะ 25 หลา เดือดร้อน ปีเตอร์ เช็ก ต้องพุ่งปัดทิ้งออกไปได้อีก จากนั้น เชลซี แก้เกมดีขึ้นและพลาดโอกาสตีเสมอไป มาตา ไหลต่อให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยตา เปิดผ่านหน้าประตูไปที่เสาสอง แอชลีย์ โคล พุ่งเข้าชาร์ตจ่อๆ ไม่โดนเอง
     
ช่วงท้ายครึ่งแรก นาที 42 "สิงห์บลูส์" มาได้ประตูที่ต้องการ ตอร์เรส จ่ายต่อให้ รามิเรส ตักบอลเข้ามากลางประตู มี แลมพ์พาร์ด ที่เติมมาโฉบโขกบอลเสียบเสาแรกเป็นประตูตีเสอมไล่มา 1-1 ก่อนจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์นี้ ต้องไปแก้เกมมาใหม่ในช่วงครึ่งหลัง
     
กลับมาเล่นครึ่งหลัง ราฟาเอล เบนิเตซ ต้องส่ง รอส เทิร์นบลูล์ ลงมาแทน เช็ก ที่คาดว่าน่าจะเล่นต่อไม่ไหว จากนั้นเกมเป็นไปอย่างสูสี นาที 67 แนวรับ เอฟเวอร์ตัน เคลียกันไม่ดี ตอร์เรส วิ่งไปฉกบอลมาก่อนง้าวยิงเต็มข้อบอลพุ่งจะเสยคาน แต่หนนี้ ทิม ฮาวเวิร์ด ลอยตัวทุบทิ้งไปได้
     
นาที 71 เชลซี มาได้ประตูพลิกแซงนำ 2-1 มาตา เปิดข้ามมาเสาสอง ฮาซาร์ด โขกชงเข้ามาตรงกลาง ฟิล จากีลกา สกัดไปเข้าทางปืน มาตา ที่เติมมาพอดีเอียงตัววอลเลย์ไปติดเซฟของ ฮาวเวิร์ด กระดอนมาเป็น แลมพาร์ด ที่ยืนรออยู่แล้ว ยิงซ้ำเข้าไปไม่มีเหลือ
     
ช่วงท้ายเกม เอฟเวอร์ตัน ต้องพยายามบุกมากขึ้นเพื่อลุ้นตีเสมอ ทำให้ทีมเยือนมีโอกาสสวนกลับมา ออสการ์ ไหลต่อให้ ตอร์เรส หลุดมาพยายามยิงด้วยขวาแต่ ซิลแว็ง ดิสแต็ง ยังตามมาบล็อกออกหลังได้ทันเวลาพอดี ช่วงที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ เชลซี พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 กลับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 3 ตามเดิม
     
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด, จอห์น ไฮติงกา, ฟิล จากีลกา, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, เลห์ตัน เบนส์, ลีออน ออสแมน, สตีเวน เนสมิธ, โธมัส ฮิตเซิลส์แพร์เกอร์, สตีเวน พีนาร์, วิคเตอร์ อนิเชเบ, นิคิชา เยลาวิช

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, เซซาร์ อัซปิลิกวยตา, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี เคฮิลล์, แอชลีย์ โคล, ดาวิด ลุยซ์, รามิเรส, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฆวน มาตา, เอเดน ฮาซาร์ด, เฟร์นานโด ตอร์เรส

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นอริช ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - เซโก้เบิ้ล..เรือ 10 ตัวบุกสอยขมิ้น 4-3 12bet 30/12/2555

Written By SPORT WORLD on Sunday, December 30, 2012 | 7:16 AM


ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - เอดิน เชโก้ หอกทีมชาติบอสเนีย ซัดคนเดียวสองตุงช่วย "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ ที่เหลือผู้เล่น 10คน บุกเอาชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช แบบสุดมัน 4-3 เก็บสามคะแนน ตามหลังจ่าฝูง แมนฯยูฯ 7 คะแนนเท่าเดิม ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อ วันเสาร์ที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2555

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
นอริช ซิตี้ 3 - 4 แมนเชสเตอร์ ซิตี้





แค่นาทีเศษ ซิตี้ขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ซาบาเลต้า วางยาวจากทางขวาให้ อเกวโร่ พาบอลลุยขึ้นหน้า ก่อนโยนข้ามทางซ้าย ดาบิด ซิลบา เคาะคืนกลับมาตรงกลางให้ เชโก้ ตวัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย 1-0

ยังไม่ทันตั้งตัว นาที 4 ซิตี้หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ แว็งซองต์ กองปานี ปั๊มบอลแย่งผู้เล่นเจ้าถิ่นตรงกลาง ก่อนพาบอลเลี้ยงขึ้นมาเอง แล้วแทงให้ กุน หลุดเข้าไปดวลบันน์เดี่ยวๆ แต่มุมแคบ ต้องม้วนกลับมา ก่อนแตะคืนหลัง เอดิน เชโก้ แปง่ายๆ เข้าไป

อย่างไรก็ดี นาที 15 นอริชไล่เป็น 1-2 จนได้ โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ โดนฟาวล์ระยะ 20 หลา แอนโธนี่ พิลคิงตัน ตะบันเรียดแฉลบขา กาแอล กลิชี่ เปลี่ยนทางเสียบตาข่าย

สู้กันสนุก นาที 23 ฆาเบียร์ การ์ริโด้ ของเจ้าถิ่น ตวัดบอลโด่งคืนหลังไม่ดี แต่บันน์ไม่หลับ ขยับตัวตัวปัดได้ทัน นาที 41 ซิตี้ชิ่งกันสวย ซามีร์ นาสรี่ จ่ายน้ำหนักพอดีให้ ยาย่า ตูเร่ วิ่งมากดด้วยขวาบอลถากเสาหวุดหวิด

กระนั้น ท้ายครึ่งแรก นาที 43 เกิดจังหวะปัญหา หลัง เซบาสเตียง บาสซง พุ่งเสียบ นาสรี่ อย่างรุนแรง ทั้งคู่กรูเข้าหาเรื่องกัน ก่อนใช้หัวดันกันไปมา แต่ผู้ตัดสินมาแจกใบแดงให้นาสรี่หน้าตาเฉย ทำให้เรือใบเหลือแค่ 10 คน ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

นาทีที่50 แต่คนน้อยกว่าของ ซิตี้ ในครึ่งหลังกลับมาหนี 3-1 จากบอลยาวของ ยาย่า แล้ว บาสซง เก็บบอลพลาดเด้งเข้าเขตโทษโดน กุน ฉกไปตักข้ามตัวมาร์ค บันน์ เข้าไปนิ่มๆ

เกมเข้าสู่นาทีที่ 62 อย่างไรก็ตามทีมนกขมิ้นก็ขยับเข้าใกล้ได้อีกเช่นกัน เตะมุมทางขวาของ สน็อดกราสส์ ยาวไปเสาสอง บาสซง โหม่งชงมาหน้าปากประตูให้ รัสเซลล์ มาร์ติน ขวิดซ้ำเสียบใต้คาน 2-3

อีกห้านาทีต่อมากลายเป็น ซิตี้ หนีออกไปอีกเฮือก จากบอลยาวแดนหลังอีกแล้วให้ เอดิน เชโก้ หลุดกับดักล้ำหน้าไปทางขวาแล้วยิงยัดเสาแรกทันที บันน์ ปัดไม่ออกทะลักเข้าประตูไป 4-2 แฮททริกของ เชโก้

นาทีที่75 นอริช ไม่ท้อจริงๆ กลายเป็น 3-4 ได้อีก จากลูกนิ่งแล้วมีตัวตวัดยิงจากแถวเส้น 18 หลามาหน้าปากประตู รัสเซลล์ มาร์ติน แปเปลี่ยนทางเสยตาข่าย
        
 ช่วงที่เหลือ นอริช พยายามอาศัยคนเยอะกว่าลุยต่อเนื่องแต่ก็ตีเสมอไม่สำเร็จ จบเกม แมนฯ ซิตี้ บุกมาเบียดชนะสุดมัน 4-3


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
นอริช : มาร์ค บันน์ 6, รัสเซลล์ มาร์ติน 8, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์ 6, เซบาสเตียง บาสซง 7, ฆาเบียร์ การ์รีโด้ 7, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ 7, อเล็กซานเดอร์ เทตเตย์ 6 (จอนนี่ ฮาวสัน 7 น.57), แบร๊ดลี่ย์ จอห์นสัน 6, เวส ฮูลาแฮน 8 (ซิเมียน แจ็คสัน 6 น.74), แอนโธนี่ พิลคิงตัน 7, สตีฟ โมริสัน 5 (แฮร์รี่ เคน 6 น.46)

แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท 6, ปาโบล ซาบาเลต้า 6, แว็งซ็องต์ ก็องปานี 7, มาติย่า นาสตาซิช 6, กาแอล กลิชี่ 6, ยาย่า ตูเร่ 7, แกเร็ธ แบร์รี่ 6, ซามีร์ นาสรี่ 6, ดาบิด ซิลบา 8 (เจมส์ มิลเนอร์ 6 น.56), เซร์คิโอ อเกวโร่ 9 (ฆาบี การ์เซีย 6 น.90), เอดิน เชโก้ 9 (โจลีออน เลสค็อตต์ 6 น.81)

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS นิวคาสเซิล - ธีโอแฮตทริก..ปืนดุไม่เลิกขย่มสาลิกา 7-3 12bet 30/12/2555



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - ธีโอ วัลคอตต์ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษสวมบทเพชรฆาตรลงเป็นหัวหอกและช่วยซัดแฮตทริกพา อาร์เซนอล ต้อนเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไป 7-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เปิดเกมรุกแลกกันสุดมันส์ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา
  
วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2555
     
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อาร์เซนอล 7-3 นิวคาสเซิล


       
"ปืนใหญ่" ที่กำลังสดหลังไม่ได้ลงสนามนักบ็อกซิงเดย์ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด โดยเกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ ส่ง ธีโอ วัลคอตต์ ลงเป็นหอกตัวเป้า และมี ซานติ กาซอร์ลา และ ลูคัส โพดอลสกี คอยทำเกมด้านหลัง ขณะที่ "สาลิกาดง" ของ อลัน พาร์ดิว วางคู่หัวหอก เดมบา บา และ ปาปิสส์ ซิสเซล่าตาข่าย
       
ออกสตาร์ทมา 20 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูออกนำก่อน วัลคอตต์ หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นทางซ้ายก่อนสวมบทเพชรฆาตลากมาสังหารเข้ามุมเสาสองผ่าน ทิม ครูล เข้าประตูไปอย่างสวยงามให้ "ปืนใหญ่" ออกนำ 1-0 จากนั้นทั้งสองทีมผลัดกันครองเกมแต่ยังเพิ่มสกอร์กันไม่ได้
       
เกมมาสนุกเอาในช่วงท้ายครึ่งแรก นาที 39 ชีค ติโอเต ลากบอลขึ้นมาก่อนได้โอกาสยิงไกลกว่า 25 หลา บอลพุ่งแรง แต่ วอยเซียค เชสนีย์ ไม่หลับบินปัดทิ้งไปได้ แต่แล้ว นาที 43 แฟน "สาลิกา" มาได้เฮกันลั่นสนามบ้าง หลัง เดมบา บา ซัดฟรีคิก บอลแฉลบ แจ็ค วิลเชียร์ เปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายชนิดที่ เชสนีย์ ไม่ต้องเซฟ จบ 45 นาทีแรกเสมอกันที่ 1-1
       
ลงมาในครึ่งหลัง นาที 51 อาร์เซนอล ขยับ สกอร์หนีเป็น 2-1 การ์ซอลา ไหลเข้ากลางให้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน วางเท้าสับไกด้วยขวาบอลพุ่งเสียบมุมอย่างสวยงาม หลังจากนั้นนาที 59 นิวคาสเซิล มาตามตีเสมอได้อีกครั้ง เป็น 2-2 กาเบรียล โอแบร์กตอง ลากหนี บาการี ซานญา ก่อนเปิดผ่านมาเสาสองถึง ซิลแว็ง มาร์กโวซ์ ยืนตั้งเท้าแปโล่งๆ 
       
ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันสนุก นาที 64 "กันเนอร์ส" ขยับออกนำ 3-2 อีกครั้ง วิลเชียร์ พาบอลไปสุดเส้นหลังตักข้ามมาหน้าประตู ฟาบริซิโอ โกลอชชินี พยายามจะเคลียทิ้ง แต่บอลเช็ดคานตกมาเป็น ลูคัส โพดอลสกี วิ่งมาโขกเผาขนส่งบอลซุกก้นตาข่ายไม่มีเหลือ ทีมเยือนไม่ยอมง่ายๆ นาที 69 มาร์กโวซ์ เปิดบอลไซร์มาที่เสาสองให้ เดมบา บา เติมขึ้นมายิงเข้าเสาแรกแบบไม่จับ ไล่ตามตีเสมอ 3-3 แบบสุดมันส์
       
เกมยังสู้กันสูสี นาที 73 คีแรน กิบบ์ เปิดเข้ามาลุ้นหน้าประตู แนวรับ "สาลิกา" เคลียกันไม่ขาดบอลมาถึง วัลคอตต์ จับบอลก่อนหมุนตัวยิงบอลเสยตาข่ายให้ "ปืนใหญ่" ขยับออกนำอีกครั้งเป็น 4-3 เข้าสู่งช่วง 10 นาทีท้าย วัลคอตต์ ถอยตัวเองลงมาเป็นตัวข่ายบ้างก่อนเปิดโค้งเข้าหัว โอลิวิเยร์ ชิรูด์ หัวหอกสำรองขวิดเข้าไปไม่มีเหลือให้ทีมขยับหนี 5-3 
       
ช่วงที่เหลือ ชิรูด์ คนเดิมพาบอลลากเดี่ยวเข้าไปซัดประตูที่เสาแรกให้ทีมหนีห่าง 6-3 ก่อนช่วงทดเจ็บ วัลคอตต์ จะมาบวกประตูแฮตทริกของตัวเองในเกมนี้ให้ "กันเนอร์ส" เอาชนะ 7-3 ขยับเพิ่มเป็น 33 แต้ม จากการลงสนาม 19 เกม
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม :
อาร์เซนอล : วอยเซียค เชสนีย์, บาการี ซานญา, โลร็องต์ กอสซิแอลนี, โธมัส แฟร์มาเลน, คีแรน กิบบ์, มิเกล อาร์เตตา, แจ็ค วิลเชียร์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ซานติ กาซอร์ลา, ลูคัส โพดอลสกี, ธีโอ วัลคอตต์

นิวคาสเซิล : ทิม ครูล, แดนนี ซิมพ์สัน, เจมส์ เพิร์ช, ฟาบริซิโอ โกลอชชินี, ดาวิเด ซานตอน, กาเบรียล โอแบร์กตอง, ชีค ติโอเต, กาเอล บิกิริมานา, ซิลแว็ง มาร์กโวซ์, เดมบา บา, ปาปิสส์ ซิสเซ

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ซันเดอร์แลนด์ VS ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ - เลนน่อนยิงแซง..ไก่บุกจิกแมวดำ 2-1 12bet 30/12/2555



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - "ไก่เดือยทอง" ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เร่งเครื่องยิง 2 ประตูในช่วงต้นครึ่งหลัง พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ถึงถิ่นสเตเดียม ออฟ ไลท์ 2-1 แซง เชลซี ขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ของตารางชั่วคราวในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2555   
    
ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ซันเดอร์แลนด์ 1-2 สเปอร์ส


       
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ทีมอับดัน 4 ลุ้นชนะเพื่อแซง เชลซี ขึ้นไปเป็นที่ 3 ชั่วคราว เกมนี้บุกไปเยือน "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 13 ที่สนามสเตเดียม ออฟไลท์ โดย อังเดร บียาส-โบอาส ขนผู้เล่นลงสนามพร้อมหน้านำมาโดย อาร์รอน เลนนอน, แกเร็ธ เบล และ มุสซา เดมเบเล ส่วนเจ้าถิ่นวาง สตีเฟน เฟล็ทเชอร์ และ สเตฟาน เซสเซอร์ญง เป็นความหวังในแนวรุก
       
เริ่มเกมช่วงแรกเกมยังสูสีผลัดกันครองบอลที่แดนกลาง โดยโอกาสลุ้นของ "ไก่เดือนทอง" แบบจะแจ้งนาที 25 เลนนอน เปิดมาให้ เอมานูเอล อเดบายอ ทางกรอบโทษฝั่งซ้ายก่อนพยายามยิงอัดที่เสาแรกยังดีที่ ซิมง มินโญเลท์ ไม่หลับปัดทิ้งออกไปได้หวุดหวิด จากนั้น 5 นาที อาเดบายอ คนเดิมมามีลุ้นอีกครั้งจากจังหวะพุ้งชาร์ตจ่อๆ ไม่ถึง 6 หลาบอลพุ่งไปจูบคานอย่างน่าเสียดาย
       
แต่แล้วนาที 40 แฟนเจ้าถิ่นมาได้เฮลั่นสนามจากลูกฟรีคิดที่เป็นทีเด็ดของ เซบาสเตียน ลาร์สสัน ปั่นโค้งเข้ามา ฮูโก ยอร์ลิส ป้องกันไว้ได้ก่อนจังหวะแรกแต่บอลไปไหนไม่ไกลมาตกที่ จอห์น โอเชีย จิงซ้ำจ่อๆ ที่ระยะประมาณ 6 หลาไม่พลาดส่งให้ "แมวดำ" ขยับสกอร์นำก่อน 1-0 ก่อนปิด 45 นาทีแรกไปก่อนด้วยสกอร์นี้
       
กลับมาลงเล่นครึ่งหลังไม่ถึง 5 นาที "ไก่เดือยทอง" มาได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็วจากลูกเตะมุม เกร็ก การ์ดเนอร์ เบียดโหม่งกับ การ์ลอส คูเอร์ยา โดนเหลี่ยมไม่ดีกลายเป็นกข้าประตูตัวเอง ไล่มาเป็น 1-1 จากนั้นนาที 51 อาร์รอน เลนนอน พาบอลขึ้นมาตรงกลางแตะอ้อมตัว จอห์น โอเชีย ก่อนตามมาแปเน้นๆ ด้วยขวาบอลเสียบมุมเสาแรกอย่างสวยงามให้ สเปอร์ส แซงนำ 2-1 
       
นาที 59 สเปอร์ส น่าจะได้ประตูหนีห่างออกไป ความเร็วของ เบล ลากหนีแนวรับ "แมวดำ" ขึ้นทางซ้ายก่อนหักกลับมาให้ เดโฟ หน้าปากประตูโล่งๆ แต่งบอลหนึ่งจังหวะพยายามดีดด้วยขวา บอลไปติดเซฟของ มินโญเลต์ เซฟไว้อย่างเหลือเชื่อ
       
เข้าสู่นาที 70 เกมของเจ้าถิ่นยังไม่ดีขึ้น ขณะที่ สเปอร์ส พยายามครองบอลและหาโอกาสทำประตูเพิ่มแตะยังไม่มีจังหวะได้ลุ้นแบบชัดเจน ก่อนจะเปลี่ยนเอา เดโฟ ออกไปพักและส่ง คลินท์ เดมพ์ซีย์ ลงสนามมาแทน นาที 81 อาเดบายอ หลุดเดี่ยวขึ้นมาโล่งๆ ก่อนยิงไปติดเซฟของนายประตูเจ้าถิ่นแบบหน้าเขกกรโหลกตัวเอง
       
ท้ายเกมนาที 85 เบล น่าจะบวกประตูปิดกล่องให้ทีมได้จากโอกาสส่องไกลด้วยซ้ายอีกครั้งแต่บอลไปเข้าซอง มินโญเลท์ ตามสูตร จบเกม "ไก่เดือยทอง" บุกเฉือนชนะ 2-1 มี 36 แต้มแซง เชลซี ที่จะลงเตะวันอาทิตย์ขึ้นเป็นที่ 3 ชั่วคราว ขณะที่ "แมวดำ" มี 22 แต้ม เท้าเก่ามีโอกาสถูก ฟูแลม แซงขึ้นไปยึดอันดับที่ 13 แทน
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม :
ซันเดอร์แลนด์ : ซิมง มินโญเลท์, เกร็ก การ์ดเนอร์, แมทธิว คิงกัลลอน, จอห์น โอเชีย, การ์ลอส คูเอร์ยา, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, แจ็ค โคลเบ็ค, อดัม จอห์นสัน, เจมส์ แม็คลีน, สตีเฟน เฟล็ทเชอร์, สเตฟาน เซสเซอร์ญง
สเปอร์ส : ฮูโก ยอร์ลิส, ไคล นอร์ตัน, ไมเคิล ดอร์สัน, ไคล์ วอลเกอร์, สตีเวน เคลาเกอร์, อาร์รอน เลนนอน, แกเร็ธ เบล, มุสซา เดมเบเล, ซานโดร, เอมานูเอล อเดบายอ, เจอร์เมน เดโฟ

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด VS เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน - ผีโขก 2-0 เก็บ 3 แต้มนำฝูงสบาย 12bet 30/12/2555



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านบดเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบียนส์ 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 49 แต้มนำเป็นจ่าฝุงต่อ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี คู่แข่้งร่วมเมือง ที่เหลือ 10 คน เอาตัวรอดบุกเฉือน นอริช ซิตี 4-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ธ.ค.ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2555    
   
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 เวสต์บรอมวิช




       
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีก เปิดรังโอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "เดอะ แบ๊กกี" เกมนี้เจ้าถิ่นได้รับข่าวดีเมื่อ ชินจิ คากาวะ ผ่านความฟิตลงสนามเป็นตัวจริงประสานงานกับ แอชลีย์ ยัง และ แดนนี เวลเบ็ค ในแดนหน้า โดยพัก โรบิน ฟาน เพอร์ซี ไว้เป็นตัวสำรอง ขณะที่ สตีฟ คลากส์ นายใหญ่ทีมเยือนจับ ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี เป็นคู่กองหน้ากับ เชน ลอง
       
เริ่มมาเพียง 9 นาที แนวรับทีมเยือนสกัดบอลชิ่งของ คากาวะ และ ยัง ไม่ขาด มาเข้าทาง ยังอีกรอบ เปิดยัดจากฝั่งซ้ายบอลแฉลบ แกเร็ธ แม็คออลีย์ ผิดเหลี่ยมปลิ้นผ่าน เบน ฟอสเตอร์ เป็นประตูให้ "ปิศาจแดง" ออกนำเร็ว 1-0 จากนั้นนาที 18 เวลเบ็ค ได้ซัดด้วยขวาที่หน้าปากประตูบอลเข้าไปตรงกลางหนนี้ ฟอสเตอร์ เซฟเอาไว้ได้ไม่มีปัญหา
       
ผ่านช่วง 25 นาทีแรก เจ้าบ้านยังคงเป็นฝ่ายครองบอลได้ชัดเจนกว่า แต่ยังไม่มีโอกาสเจาะเข้าไปลุ้นประตูเพิ่ม ส่วนลูกทีมของ คลากส์ ยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้นตกเป็นชนิดตั้งเกมตัวเองไม่ติด นาที 32 เกมโต้กลับเร็ว วาเลนเซีย หลุดขึ้นทางขวาเปิดกลับมาให้ ยัง วิ่งเข้าวอลเลย์ เต็มๆ ข้อบอลจะเสยคานแต่ ฟอสเตอร์ บินปัดทิ้งบอลแฉลบคานออกไป จากลูกเตะมุมบอลมาขลุกขลิกหน้าประตู ไมเคิล คาร์ริก วิ่งมาแปลเป็น กาเบรียล ทามาส ยินเคลียออกจากเส้นได้หวุดหวิด
       
ช่วง 5 นาทีท้ายของครึ่งแรก ฟอสเตอร์ เกือบให้ของขวัญ "ปิศาจแดง" หลังเปิดบอลจากหน้าประตูไปติด เวลเบ็ค ที่ชาร์ตเข้ามาเร็ว ยังดีบอลกระดอนออกหลังถากเสาแรกออกไปไม่ไกล ช่วงที่เหลือ ยูไนเต็ด ประคองตัวรักษาสกอร์จบครึ่งแรกด้วยการนำอยู่ 1-0 
       
กลับลงมาครึ่งหลังนาที 51 "แบ๊กกี" โจมตีด้วยลูกกลางอากาศ และเกือบได้ประตูตีเสมอ จอร์จ โธร์น ได้โขกทางเสาสองบอลตกมาหน้าปากประตู แกเร็ธ แม็คออลีย์ หมุนตัวยิงซ้ำบอลไปติดแนวรับ "ผีแดง" ที่ยืนเกะกะกันอยู่หน้าประตู
       
ดำเนินถึงนาที 65 วาเลนเซีย ขึ้นเกมทางขวาเปิดเข้ากลางให้ ยัง ได้กดเต็มๆ แต่ ฟอสเตอร์ ไม่หลงปิดเสาแรกไว้ได้ดีปัดทิ้งไปได้ จากนั้น เฟอร์กูสัน จัดการส่ง ฟาน เพอร์ซี ลงมาแทนที่ คากาวะ ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา ส่วนทีมเยือนใช้ โรเมลู ลูคากู มาสเริมแนวรุกแทน มาร์คุส โรเซนเบิร์ก ที่เงียบๆ ไปในช่วงหลัง นาที 70 เวสต์บรม เกือบตามตีเสมอสำเร็จ แม็คออลีย์ เต้มขึ้นมาโขกเตะมุมเต็มหัวบอลพุ่งชนเต็มคานแบบไร้โชค
       
15 นาที ท้าย ทีมเยือนขึงเกมบุกได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ แมนฯยูไนเต็ด อาศัยเกมโต้กลับเล่นงานบอลมาที่ "อาร์วีพี" หลุดมายิงแต่ ฟอสเตอร์ ออกมาปิดมุมเร็วเซฟไว้ได้เยี่ยม นาทีสุดท้ายของเกม วาเลนเซีย ประสานงานกับ เวลเบ็ค อีกครั้งก่อนยิงบอลเกือบจะเสียบมุม แต่ ฟอสเตอร์ ยังปัดทิ้งไปได้อีก แต่ก็ไม่รอดเมื่อ ฟาน เพอร์ซี มายิงประตูปิดกล่องด้วยซ้ายโค้งตุงตาข่ายอย่างสวยงามให้ "ปิศาจแดง" เอาชนะ 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 49 แต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไป
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม :
แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, คริส สมอลลิง, เนมานยา วิดิช, จอนนี อีแวนส์, ปาทริซ เอวรา,อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ไมเคิล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, แอชลีย์ ยัง, ชินจิ คากาวะ, แดนนี เวลเบ็ค

เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์, บิลลี โจนส์, แกเร็ธ แม็คออลีย์, กาเบรียล ทามาส, เลียม ริดจ์เวลล์, จอร์จ โธร์น, คริส บรันท์, เกรแฮม ดอร์แรนส์, มาร์คุส โรเซนเบิร์ก, ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี, เชน ลอง

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เชลซี VS แอสตัน วิลล่า - สิงห์บลูส์ขย้ำสิงห์ผยองเละ 8-0 รั้งที่ 3 12bet 24/12/2555

Written By SPORT WORLD on Monday, December 24, 2012 | 5:50 AM


ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - "สิงห์บลูส์" เชลซี โชว์ฟอร์มสุดหรูเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่ถล่ม แอสตัน วิลลา แบบไม่ไว้หน้า 8-0 กลับขึ้นมาครองพื้นที่อันดับที่ 3 ได้อีกครั้ง ในศึกพรีเมียร์ อังกฤษ คู่ดึกประจำวันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา
  
วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2555
     
ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เชลซี 8-0 แอสตัน วิลลา


C8-0A www.fasthighlights.com by fasthighlights-2012

       
"สิงโตนำเงินคราม" เชลซี ที่เดินทางกลับจาก ญี่ปุ่นหลังชวดแชมป์สโมสรโลกกลับมาลงเล่นเกมลีกอีกครั้ง ส่งแนวรุกอย่าง เอเดน ฮาซาร์ด,เฟร์นานโด ตอร์เรส และ ฆวน มาตา ลงสนามพร้อมหน้า เปิดรังพบ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลลา ที่มี คริสเตียน เบนเตเก หัวหอกฟอร์มแรงชาวเบลเยี่ยมลงค้ำเป็นตัวความหวัง
       
เริ่มต้นเกมไม่ถึง 3 นาที แฟน "สิงห์บลูส์" ได้เฮฮาตั้งแต่หัววัน เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา ดันขึ้นสูงมาเปิดโค้งเข้ากรอบโทษ เป็น เฟร์นันโด ตอร์เรส โฉบตัดหน้า คีแรน คลาร์ก โขกบอลเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ให้ เชลซี ออกนำ อย่างรวดเร็ว 1-0 หลังขึ้นนำเร็ว เจ้าถิ่นครองบอลบุกได้ต่อเนื่องแต่ยังไม่มีจังหวะลุ้นประตูเพิ่ม
       
เกมผ่านช่วง 20 นาที เจ้าบ้านยังครองเกมได้ดีกว่า แต่เจาะแนวรับเข้าไปส่องประตูเพิ่มไม่ได้ กระทั่งนาที 28 มาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก ระยะประมาณ 25 หลา ดาวิด ลุยซ์ รับหน้าที่สังหารบอลผ่านช่องกำแพงที่แตกพอดีบอลลอยกระทบก้นตาข่ายชนิดที่ แบรด กูซาน พยายามพุ่งสุดตัวแต่ก็ไม่ทัน เป็นประตูหนีห่างเป็น 2-0 
       
นาที 33 สกอร์ไหลไปเป็น 3-0 จากลูกเตะมุมฝั่งขวา มาตา โยนมาให้ เคฮิลล์ เกี่ยวบอลลงก่อนตวัดวอลเลย์ด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับจะปลิ้นเข้าประตูแต่ กูซาน ยังบินปัดออกมาเข้าทางปืน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โขกซ้ำจ่อๆ บอลตุงตาข่ายไปอีกรอบ ช่วงที่เหลือเจ้าถิ่นเล่นสบายๆ ก่อนประคองตัวจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์นี้ ส่วน "สิงห์ผงาด" ยังแทบไม่มีโอกาสลุ้นประตู
       
ออกสตาร์ทครึ่งหลังเพียง 4 นาที การขึ้นเกมฝั่งขวาของ โมเซส เปิดยัยมาที่ มาตา เอียงตัววอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มๆ บอลเกือบเสียบคาน ยังดีที่ กูซาน ลอยตัวปัดทิ้งอย่างเหลือเชื่อ นาที 57 "สิงห์บลูส์" เดินเกมต่อเนื่อง ตอร์เรส เปิดออกขวาให้ โมเซส หลุดเดี่ยวทางขวา แต่ยิงไปติดเซฟของ กูซาน อีกครั้ง
       
จากนั้นไม่ถึงนาที แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้บอลโล่งๆ ไม่มีตัวประกบก่อนพักอกแต่งบอลหนึ่งทีและยิงด้วยขวาเต็มข้อ บอลกระดอนพื้นเสียบเสาอย่างสวยงาม เป็นประตูหนีห่าง 4-0 และเป็นลูกที่ 100 ในสีเสื้อ เชลซี นาที 62 วิลลา น่าจะได้ประตูไล่มาบ้าง อันเดรียส ไวมันน์ ได้บอลทางขวาแปเน้นๆ แต่ติด ปีเตอร์ เช็ก บอลกระดอนเช็ดคานออกหลังไปอย่างไร้โชค
       
นาที 76 เจ้าถิ่นมาได้ประตูเพิ่มจากการประสานงานของสองตำสำรอง ลูคัส เปียซอน พาบอลขึ้นมาเองก่อนจ่ายทะลุ รามิเรซ หลุดขึ้นมาซัดลอดขาของ กูซาน ซุกก้นตาข่าย เป็นประตูนำ 5-0 นาที 78 ออสการ์ ถูก คริส เฮิร์ด เกี่ยวล้มในกรอบ 18 หลา และลุกขึ้นมาสังหารเองให้นำห่าง 6-0 ช่วง 10 นาทีท้าย ฮาซาร์ด ตะบันด้วยซ้ายให้ขยับนำ 7-0 
       
ช่วงท้ายเกมเจ้าถิ่นมาได้จุดโทษอีกลูก แต่ เปียซอน ยิงไปติดเซฟ กูซาน อย่างไรก็ตาม รามิเรซ มายิงประตูปิดกล่องให้ทีมเอาชนะอย่างยิ่งใหญ่ 8-0 เป็นสถิติชนะ "สิงห์ผงาด" สูงสุด จบเกม เชลซี ขึ้นมารั้งอันกับ 3 เหมือนเดิม ส่วน วิลลา ยังจบอยู่ที่ 16 ของตาราง
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม :
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, อัซปิลิกูเอตา, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ,แกรี เคฮิลล์, แอชลีย์ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ดาวิด ลุยซ์, ฆวน มาตา, วิคเตอร์ โมเซส, เอเดน ฮาซาร์ด,เฟร์นานโด ตอร์เรส

 แอสตัน วิลลา : แบรด กูซาน, แม็ทธิว โลว์ตัน, เนธาน เบเกอร์, คีแรน คลาร์ก, เอริค ลิคฮาย, คริส เฮิร์ด, แอชลีย์ เวสต์วูด, เบรตต์ โฮลมัน, แบร์รี แบนแนน, อันเดรียส ไวมันน์, คริสเตียน เบนเตเก

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สวอนซี ซิตี VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - มิซูยิงเจ๊า 1-1 ผีนำเรือเหลือแค่ 4 แต้ม 12bet 24/12/2555



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงเมืองผู้ดี พลาดท่าถูกทีเด็ดของ มิชู หัวหอกชาวสเปน ของ สวอนซี ซิตี ยิงประตูตีเสมอ 1-1 ทำได้แค่บุกมาเก็บเพิ่มอีกเพียง 1 แต้ม จากถิ่นลิเบอร์ตี สเตเดียม ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา
  
วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2555
     
ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สวอนซี ซิตี 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 




S1-1M www.fasthighlights.com by fasthighlights-2012

       
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำวันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. ณ สนาม ลิเบอร์ตี สเตเดียม "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงนำมาโดย เวย์น รูนีย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี บุกมาเยือน "หงส์ขาว" ของ ไบรอัน เลาว์ดรูป ทีมอันดับ 10 ของตารางคะแนน
       
ออกสตาร์ทช่วง 15 นาที แรก "ปิศาจแดง" มีโอกาสลุ้น 2 ครั้งติด จากการขึ้นเกมกลางสนามของ เวย์น รูนีย์ ได้ตั้งป้อมยิงไกลจากระยะ 25 หลา บอลพุ่งไม่ห่างตัว มิเชล ฟอร์ม ปัดทิ้งไปได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นไม่ถึงนาที แอชลี่ย์ ยัง ได้บอลทางซ้ายลากตัดเข้าในกดด้วยขวา นายประตูจากแดนกังหันลมยังโชว์ซูเปอร์เซฟได้อีกครั้ง
       
นาที 16 "ผีแดง" มาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลูกเตะมุม ปาทริซ เอวรา ได้เทกตัวโหม่งที่เสาแรกสะบัดบอลลอยเสียบเสาสองอย่างสวยงามชนิดที่ ฟอร์ม หมดสิทธิ์เซฟให้ทีมออกนำ 1-0 แต่แล้ว นาที 29 แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮกันลั่นเมื่อบอลทำชิ่งเร็วตามช่องที่เป็นลูกถนัด เวย์น เราท์เล็ดจ์ แตะต่อให้  โจนาธาน เด กุซมัน ยิงไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา บอลมาเข้าทาง มิชู ซ้ำจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ ไล่มาเป็น 1-1
       
ช่วงทดเจ็บท้ายครึ่งแรก เอฟรา เติมขึ้นสูงมาสุดเส้นหลังก่อนหักบอล 45 องศา กลับมาที่ รูนีย์ ตั้งเท้าแปเน้นๆ กะให้เข้ากรอบแต่บอลเบาเกินไปและตรงตัว ฟอร์ม รับไว้ไม่มีปัญหา จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่
       
กลับมาลงเล่นครึ่งหลัง สวอนซี ทำเกมสู้ดีขึ้น และการขึ้นเกมฝั่งขวาสร้างปัญหาให้แนวรับของ "ผีแดง" อีกครั้ง นาที 51 เคมี อกุสเตียน ไหลมาให้ เราท์เล็ดจ์ ลากหนี ฟิล โจนส์ ก่อนกดยิงที่เสาแรกยังดีที่ เด เคอา ยืนปิดเสาไว้อยู่แล้วทิ้งตัวปัดทิ้งเอาไว้ได้
       
นาที 59 ลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิดบริเวณหัวกะโหลกจากการทำฟาล์วของ ชิโก ฟลอเรซ รูนีย์ รับหน้าที่สังหารบอลทิศทางเข้ากรอบ แต่ไม่ผ่านมือ ฟอร์ม ที่เห็นบอลตั้งแต่ไกล นาที 66 รูนีย์ เปิดมาในกรอบโทษ ให้ ฟาน เพอร์ซี กระโดด วอลเลย์ บอลลอยไปชนคานชนิดที่น่าจะเป็นประตูสุดๆ 
       
จากนั้นนาที 70 ยูไนเต็ด บุกหนัก คาร์ริก ได้โขกเตะมุมชนคานกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดายเข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย เกมของ แมนฯ ยู ดีกว่าอย่างชัดเจนและครองบอลบุกเข้าใส่ได้ต่อเนื่อง ทำเอา เจ้าถิ่นต้องลงไปกางตำรารับแทบไม่ทัน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังยิงไม่ผ่านมือของ ฟอร์มที่ต้องช่วยเซฟแบบงานเข้า จบเกม สวอนซี ทำได้ตามเป้ายันเสมอไว้ 1-1 แบ่งกันคนละแต้ม ส่วน ยูไนเต็ด เสมอเป็นครั้งแรกในรอบ 21 เกม มี 43 แต้มนำ แมนฯ ซิติ 4 แต้ม
       
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สวอนซี : มิเชล ฟอร์ม, ดไวท์ เทียนดัลลี, แอชลีย์ วิลเลียมส์, ชิโก ฟลอเรส, เบน เดวิส, ลีออน บริตตัน, เคมี อกุสเตียน,โจนาธาน เด กุซมัน, นาธาน ดายเออร์, เวย์น เราท์เล็ดจ์, มิชู

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ฟิล โจนส์, จอนนี อีแวนส์, เนมันยา วิดิช, ปาทริซ เอวรา,ไมเคิล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เวย์น รูนีย์, แอชลี่ย์ ยัง,โรบิน ฟาน เพอร์ซี

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เร้ดดิ้ง VS อาร์เซน่อล - ปืนคืนฟอร์มบุกยิงสลุต 5-2 รั้งที่ 5 12bet 18/12/2555

Written By SPORT WORLD on Tuesday, December 18, 2012 | 8:41 AM



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - อาร์เซน่อล ฟอร์มดุติดเครื่องบุกไล่ถล่ม "เดอะ รอยัลส์" เร้ดดิ้ง เจ้าบ้านแบบยับเยิน 5-2 คว้าสามแต้มพร้อมขยับอันดับขึ้นไปอยู่ที่ 5 ของตารางแล้ว ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2555

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 
เร้ดดิ้ง 2  - 5 อาร์เซน่อล


szólj hozzá: Reading vs Arsenal 2:5 MATCH HIGHLIGHTS



ออิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิ... by footyroom


ไบรอัน แม็คเดอร์ม็อตต์ ผู้จัดการทีม "เดอะ รอยัลส์" เร้ดดิ้ง มีข่าวดีคือการได้ จิมมี่ เคเบ้ กับ พาเวล โพเกร็บเนี้ยค ฟิตกลับคืนตัวจริง และการจัดทัพมาในระบบเก่ง 4-4-2 ใช้  จิมมี่ เคเบ้, เจย์ แท็บบ์, มิเคเล่ ไลเกิร์ตวู้ด และ โจบี้ แม็คอนัฟฟ์ คอยทำเกมแดนกลาง คู่กองหน้าวาง โนเอล ฮันท์ จับคู่ล่าตาข่ายกับ พาเวล โพเกร็บเนี้ยค

ฝั่ง "ปืนใหญ่"อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่กำลังอยู่ในช่วงระส่ำ เกมนี้ได้ ธีโอ วัลค็อตต์ ปีกความเร็วสูงฟิตกลับมาขึ้นเกมริมเส้นฝั่งขวา อีกฟากใช้ อเล็กซ์ ออกเลด-แชมเบอร์เลน ลงลาดเลื้อย จอมทัพยึด ซานติ กาซอร์ล่า คอยปั้นเกม และดัน ลูคัส โพดอลสกี้ ขึ้นมายืนหน้าเป้า

เขี่ยบอลมาไม่กี่นาที ปืนใหญ่ หวิดได้ก่อนเลย กาซอร์ล่า ผ่านบอลให้  อเล็กซ์ ออกเลด-แชมเบอร์เลน ติดเครื่องลากลอลมาซัดตรงหัวกะโหลกถูก  อดัม เฟเดริซี่ ผวาปัดบอลทิ้งออกไปได้ทัน

กระทั่งต่อมานาทีที่ 14 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ต้องเงียบกริบทั้งสนาม จากจังหวะที่ คีแรน กิ๊บส์ เลี้ยงบอลขึ้นมาสุดเส้นหลังก่อนเปิดบอลโค้งมาเสาแรกให้ ลูคัส โพดอลสกี้ จับหนึ่งจังหวะก่อนอัดด้วยซ้ายสวนตัว อดัม เฟเดริซี่ เข้าไป ช่วยให้ อาร์เซน่อล บุกขึ้นนำ 1-0

อาคันตุกะไม่ผ่อนเกมเดินหน้าลุยต่อ นาที 21 กาซอร์ล่า ดีดบอลหลุดกับดักล้ำหน้าให้ ธีโอ วัลค็อตต์ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ เฟเดริซี่ แต่ วัลค็อตต์ กลับแปบอลเรียดไปติดเซฟอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ดีนาทีที่ 31 อาร์เซน่อล ก็บุกมาหนีห่าง 2-0 ครั้งนี้เป็น โพดอลสกี้ ฉีกไปรับบอลริมเส้นทางซ้ายก่อนเปิดมาที่เสาแรกให้ ซานติ กาซอร์ล่า สอดทิ้งตัวโหม่งจมก้นตาข่ายไม่เหลือ

เท่านั้นไม่พออีก 3 นาทีต่อมาสกอร์บอร์ดก็มาขยับให้ อาร์เซน่อล หนีไกล 3-0 วัลค็อตต์ สปีดลากบอลมาสุดเส้นหลังไปตักข้ามฟากให้ คีแรน กิ๊บส์ โขกชงกลับเข้ากลางให้ กาซอร์ล่า เจ้าเก่าพลิกบอลมาเอี้ยวตัวยิงด้วยซ้ายเข้าประตูไป

เจ้าบ้านต่อเกมกันไม่ติดเลย และท้ายครึ่งแรกหวิดโดนอีกตุง บาการี่ ซาญ่า เติมเกมมาโยนบอลเข้ากลางให้  อเล็กซ์ ออกเลด-
แชมเบอร์เลน สอดเข้ามาสะบัดหัวโขกไปติดเซฟ อดัม เฟเดริซี่ พุ่งปัดบอลออกไปได้ทัน จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล บุกมานำสบาย 3-0

มาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง อาร์เซน่อล ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ซัดจากริมกรอบเขตโทษบอลหลุดกรอบออกไป

เกมเป็นทีมเยือนบุกพับสนาม มีลุ้นอีกในนาทีที่ 50 เมื่อ วิลเชียร์ ไหลให้กับ วัลค็อตต์ ยิงไปติด อดัม เฟเดริชี่ นายทวารเร้ดดิ้ง ก่อนที่ มาริอั๊ปป้า จะมาสกัดทิ้งได้ก่อน กาซอร์ล่า จะเข้าถึงบอล

สี่นาทีต่อมา เร้ดดิ้ง โต้ขึ้นมาบ้าง ชอรี่ย์ ไหลให้กับ โพเกร็บเนี้ยค ซัดติดเซฟของ วอยเซียค เชสนี่ นายทวารอาร์เซน่อล แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ทีมเยือนมาได้ประตูที่สี่ในนาทีที่ 60 จากจังหวะที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ไหลบอลออกซ้ายให้กับ วิลเชียร์ ต่อให้กับ โพดอลสกี้ เปิดหักกลับมาให้ ซานติ กาซอร์ล่า สอดขึ้นมาแตะบอลเข้าไปง่ายๆ เป็นแฮตทริคของเจ้าตัวในเกมนี้ช่วยให้ อาร์เซน่อล นำสบาย 4-0

เจ้าถิ่นยังไม่ยอมแพ้ไล่ตีตื้นขึ้นมาเป็น 1-4 เมื่อ คีแรน กิ๊บบ์ส แบ็คซ้ายของอาร์เซน่อล จ่ายบอลเข้ากลางไม่ดีโดน เจย์ แท็บบ์ ตัดได้ก่อนเปิดเร็วขึ้นหน้าให้กับ อดัม เลอ ฟอนเดร กองหน้าตัวสำรองเกี่ยวบอลหนี วอยเซียค เชสนี่ นายทวารไอ้ปืนใหญ่ ก่อนจะยิงง่ายๆเข้าประตูไปในนาทีที่ 66

ถัดมา 5 นาที "เดอะ รอยัลส์" ไล่ขึ้นมาอีก เมื่อ ฮัล ร็อบสัน-คานู ตัวสำรองอีกรายลากบอลขึ้นมาหน้าเขตโทษของไอ้ปืนใหญ่ ก่อนจะล็อคหนี โธมัส แฟร์มาเล่น แล้วจิ้มขึ้นหน้าให้กับ จิมมี่ เกเบ้ เกี่ยวบอลเข้าไปยิงอย่างใจเย็นให้ เร้ดดิ้ง ไล่มาเป็น 2-4

ท้ายเกมนาทีที่ 80 ทีมเยือนมาได้ประตูที่ห้าจากจังหวะที่ กาซอร์ล่า จ่ายออกซ้ายให้กับ ธีโอ วัลค็อตต์ ล็อคตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยซ้ายเข้าไปให้ อาร์เซน่อล นำกระจาย 5-2

เวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้อีก จบเกม อาร์เซน่อล บุกมาถล่มเอาชนะ เร้ดดิ้ง ไปได้อย่างสนุก 5-2 เก็บสามแต้มเต็มแซงขึ้นมาอยู่อันดับ 5 แล้ว ส่วน เร้ดดิ้ง กลายเป็นทีมบ๊วยไปเรียบร้อยแล้ว

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เร้ดดิ้ง: อดัม เฟเดริชี่ - ฌอน คัมมิ่งส์, คาสปาร์ส กอร์คส์, อาเดรียน มาริอั๊ปป้า, นิคกี้ ชอรี่ย์ - โจบี้ แม็คอนั๊ฟฟ์, มิเคเล่ ไลเกิร์ตวู้ด, เจย์ แท็บบ์, จิมมี่ เกเบ้ (แกเร็ธ แม็คเคลียรี่ น.71) - โนเอล ฮันท์ (ฮัล ร็อบสัน-คานู น.60), พาเวล โพเกรบเนี้ยค (อดัม เลอ ฟอนเดร น.61)

อาร์เซน่อล: วอยเซียค เชสนี่ - บาการี่ ซาญ่า, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โธมัส แฟร์มาเล่น, คีแรน กิ๊บบ์ส - มิเคล อาร์เตต้า, แจ็ค วิลเชียร์ - อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน (อารอน แรมซี่ย์ น.73), ซานติ กาซอร์ล่า (ฟร็องซิส โกเกอแล็ง น.81), ธีโอ วัลค็อตต์ (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.84) - ลูคัส โพดอลสกี้

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ VS สวอนซี - แฟร์ทองเก้นซัดโทน..ไก่เปิดรังจิกหงส์ขาว 1-0 12bet 17/12/2555

Written By SPORT WORLD on Monday, December 17, 2012 | 12:51 AM



ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก/12bet - แยน แฟร์ทองเก้น กองหลังสตาร์ชาวดัตช์ กลายเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยช่วยให้ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ เปิดไวท์ ฮาร์ท เลน เบียดเอาชนะสวอนซีในเกมที่แสนจะอึดอัดไป 1-0 ในเกมพรีเมียร์ชิพคืนวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา


วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2555 

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ
ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ 1 - 0 สวอนซี 



ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์สต้องขอกู้ศรัทธาคืนมาจากแฟนบอลหน่อย เพราะเกมที่แล้วสะดุดพ่ายให้กับเอฟเวอร์ตันไป นัดนี้ได้กลับมาเล่นในบ้านก็ต้อง 3 คะแนนเท่าได้เท่านั้น

อเดบายอร์ลงจับคู่กับเดโฟที่กำลังร้อนแรงในแดนหน้า แน่นอนว่าความเฉียบขาดคงต้องใากไว้ที่ดาวเตะซาไกรายนี้

ปาร์คเกอร์กลับมาให้แฟนบอลได้หายคิดถึงเสียที แม้ว่าเกมนี้เขาจะเป็นเพียงแค่ตัวสำรองก็ตาม

มิชูยังคงอันตรายเสมอสำหรับสวอนซี ตำแหน่งดาวซัลดวร่วมกับฟาน เพอร์ซี่ที่ 12 ประตูนั้นเป็นสิ่งการันตีได้อย่างดีว่าเจ้าบ้านเผลอเมื่อไหร่ เล้าไก่ระเบิดแน่

นาทีที่ 11 แม้ว่าลูกนี้จะไม่ค่อยได้ลุ้นเท่าไหร่ แต่ก็เป็นการบุกแล้วจบสกอร์ได้ของสเปอร์สเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มเกม จากจังหวะที่เดโฟได้บอลในเขตโทษ ก่อนแตะโยกแล้วซัดมุมแคบ บอลโดนไม่เต็ม เลยเบาไปนิด เทร็มเมลล้มตัวเซฟสบาย

นาทีที่ 15 ตอนนี้สเปอร์สเหม่อนเครื่องติด ไล่บุกใส่สวอนซีแบบไม่ให้หายใจหายคอ มีโอกาสทั้งจากอเดบายอร์และเดโฟอีกรอบ แต่ยิงติดบล็อกของหลังสวอนซีที่ยืนกันดีอยู่ แต่นวดเข้าแบบนี้คงได้มีสักตุงแน่

ผ่านครึ่งชั่วโมง จังหวะเฮฮาที่กระหน่ำจากสเปอร์สหายไป ตอนนี้เกมแบบไม่มีอะไรให้ได้ลุ้นนอกจากฟังเสียงร้องเพลงของแฟนบอลที่พยายามกระตุ้นให้ทั้งสองทีมลุยกัน โดยเฉพาะเจ้าบ้านที่เหมือนกับพอทำไม่ได้ก็เลยตื้อไปซะอย่างนั้น

นาทีที่ 38 นึกว่าจะให้นั่งง่วงอย่างเดียว ในที่สุดก็มีจังหวะยิงแบบเน้นๆให้ได้เสียวบ้าง เมื่อวอล์คเกอร์เก็บตกบอลที่สวอนซีสกัดออกมานอกกรอบเขตโทษ วิ่งเข้ากดแบบเต็มตีน บอลพุ่งติดไซด์แหวกอาการอย่างกับจรวด แม้ว่าเทร็มเมลจะตั้งท่ารับเต็มที่ แต่ขนาดจะยกมือขึ้นมายังไม่ทันเพราะมาแรงเกิน เลยต้องใช้หัวไหล่ดีดบอลข้ามคานออกไปแทน ถ้าโดนหน้านี่คงน็อคไปเลย

นาทีที่ 41 แม้ว่าจะเป้นจังหวะยิงที่ลุ้นยากโคตรๆ แต่มิชูก็ขอลองหน่อย เพราะได้บอลก็เกือบจะกลางสนามให้ลากคนเดียวคงไม่ไหว จัดการยิงไกลหวังลักไก่ญอริสที่หว่าเหว้อยู่คนเดียวตั้งนาน แต่ถึงอย่างนั้นบอลก็เลยข้ามคานออกไป เสียวนิดๆแต่ไม่เท่าไหร่

จบ 45 นาทีแรกที่ไม่ค่อยได้ลุ้นอะไรมากนัก ซึ่งจริงๆแล้วต้องบอกเลยว่าการบ้านของทั้งทีมมีเยอะพอสมควร สเปอร์สบุกแล้วต้องหาโอกาสจบให้ได้ดีกว่านี้ ส่วนสวอนซีถ้าจะเล่นให้แน่น จังหวะสวนก็ต้องกดดันสเปอร์สมากกว่านี้หน่อย ไม่ใช่หายต๋อมไปเลย

นาทีที่ 50 จริงๆลูกนี้ก็ไม่ได้อันตรายอะไรมากนัก กับจังหวะที่อเดบายอร์ฝืนล้มตัวยิงนอกกรอบเขตโทษ บอลเบาหวิว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเล่นทางพอควร เทร็มเมลไม่แน่ใจเลยพุ่งปัดทิ้งออกหลังไปก่อน เซฟๆไม่ต้องคิดมาก

ลงมาเล่นครึ่งหลังนี่ถือว่าอาการดีขึ้นมาหน่อยสำหรับสวอนซีที่ไม่ต้องรับหน้าตั้งอย่างเดียวแล้ว มีจังหวะได้ลุยขึ้นไปเล่นหน้าเขตโทษของสเปอรืสแบบต่อเนื่องเหมือนกัน แต่รวมๆก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ มิชูได้บอลน้อยไปด้วย

นาทีที่ 67 ยังหาจุดลงตัวของลูกยิงไม่ได้สักทีสำหรับเดโฟที่ลองพยายามอีกครั้ง ยิงขวาไม่ได้เลยส่องด้วยซ้ายนอกกรอบดู แต่บอลมันเบี่ยงหลุดเสาไปไกล เจ้าตัวเองก็ผิดหวังเหมือนกัน

นาทีที่ 70 นี่เป็นครั้งแรกของซิเกิร์ดสสันเลยที่เขาได้เจอกับอดีตต้นสังกัดอย่างสวอนซี หลังย้ายมาเล่นในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลนในฤดูกาลนี้ โดยเขาถูกเปลี่ยนลงไปเล่นแทนเด็มป์ซี่ย์ ต้องดูว่าจะทำกฏยิงประตูทีมเก่าได้ไหม

นาทีที่ 75 จู่ๆก็ทำประตูได้ แถมเป็นประตูที่สวยแจ่มซะด้วยสำหรับแฟร์ทองเก้นที่จัดการเปิดซิงในลีกของตัวเองให้กับต้นสังกัด เมื่อเขาเติมขึ้นไปเล่นลูกตั้งเตะ ก่อนจะวาดเท้าตวัดยิงฮาล์ฟ-วอลเล่ย์จังหวะเดียวส่งบอลที่เพื่อนเปิดมาพุ่งเข้าเสียบเสาไกลอย่างแหล่ม สเปอร์สขึ้นนำแล้ว 1-0

ถ้าปล่อยไว้ยังไงก็ไม่มีแต้มอยู่แล้ว สวอนซีก็เลยพยายามลุยหนักเพื่อเอาประตูตีเสมอกลับมาให้ได้ แต่เวลานี่สิเหลือน้อยซะเหลือเกิน ดูแล้วลุ้นยากแต่ก็ต้องลุ้นกันเท่านั้น

ช่วงท้ายเกมสเปอร์สส่งปาร์คเกอร์กลับมาคืนสนามอีกครั้งหนึงให้แฟนบอลได้ชื่นใจและมีปัญหานิดหน่อยระหว่างผู้เล่นของทั้งสองทีม จากจังหวะที่มิชูปะทะกับญอริสจนล้มลงไปนอนนิ่ง แต่พอปฐมพยาบาลกันเรียบร้อยก็ลุกขึ้นมาได้ จบ 90 นาที สเปอร์สเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 1-0 แซงเอฟเวอร์ตันขึ้นไปเป็นที่ 4 มีคะแนนเท่าเชลซีจริงแต่ลูกได้เสียน้อยกว่า

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม 
ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ : ฮูโก้ ญอริส 6, แยน แฟร์ทองเก้น 8*, วิลเลี่ยม กัลลาส 7, ไคล์ นอจ์ตัน 6, ไคล์ วอล์คเกอร์ 7, คลิ้นท์ เด็มป์ซี่ย์ 6(ซิเกิร์ดสสัน 6 น.70), แอร่อน เลนน่อน 7, มุสซ่า เด็มเบเล่ 7(ปาร์คเกอร์ - น.90), ซานโดร 7, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ 6(ทาวเซนด์ 6 น.72), เจอร์เมน เดโฟ 7


สวอนซี : เกร์ฮาร์ด เทร็มเมล 7, ชิโก้ 7.5, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ 8, ดไวท์ เทียนดาลลี่ 4, เบน เดวี่ส์ 4, ลีออน บริตตัน 5, เนธาน ไดเออร์ 4(แกรม - น.86), เวย์น เร้าท์เลดจ์ 6, คี ซุง ยอง 4(มัวร์ - น.75), มิชู 5, โจนาธาน เด กูซแมน 4(ออกัสทีน 5 น.60)

Total Pageviews

ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่บล็อกอัพเดท ข่าวพรีเมียร์ลีกอังกฤษ พบกับไฮไลท์แมตช์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ โปรโมชั่น12BET ข่าวซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ข่าวสมาคมฟุตบอลอังกฤษ(เอฟเอ) สโมสรต่างๆ ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผลและโปรแกรมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ร่วมเดิมพันกับเรา คลิ๊กสมัครสมาชิกที่แบนเนอร์ด้านบนนี้ได้เลย!
 
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger