สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 18 ก.ย. "ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยผลรายได้และกำไรประจำฤดูกาล 2011-12 ที่ลดลงจากปีก่อน 33 เปอร์เซ็นต์คิดเป็นตัวเลข 320 ล้านปอนด์(ราว 16,040 ล้านบาท) คาดเป็นผลจากที่ทีมตกรอบ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
แต่ถึงกระนั้นผลตัวเลขที่ออกมาล่าสุด นับว่าขัดแย้งกับราคาขายหุ้น 10 เปอร์เซ็นของตระกูลเกลเซอร์เจ้าของสโมสรที่นำออกขายในตลาดหลักทรัพย์ของนิวยอร์ก(เอ็นวายเอสอี)เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา โดยพวกเขาได้ตั้งราคาขายไว้ที่หุ้นละ 16-20 ดอลลาร์ แต่ขายได้ที่ 14 ดอลลาห์ และราคาตอนนี้อยู่ที่ 12 ดอลลาห์
โดยได้มีการคาดการณ์กันว่าเหตุที่รายได้ของทีมลดลงอาจะสืบเนื่องมาจากการตกรอบแชมเปียนส์ลีกตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มทำให้ทีมเสียรายได้ไปถึง 14 ล้านปอนด์ เมื่อเทียบกับปี 2010-11 ที่ได้ทะลุเข้าชิงชนะเลิศและนับเป็นปีที่มีรายได้มากที่สุด
ทั้งนี้รายได้จากการโฆษณาของทีมปิศาจแดงก็เพิ่มขึ้น 13.7 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่ทีมตกลงเซ็นสัญญา 40 ล้านปอนด์ กับ ดีเอชแอล บริษัทขนส่งระดับโลก ที่เข้ามาเป็นสปอนเซอร์เสื้อซ้อมของทีม ที่ได้ช่วยลดความเสียหายในส่วนค่าลิขสิทธิ์ทีวีและเงินรางวัลที่พลาดไปจากแชมเปียนส์ลีก
เอ็ด วูดเวิร์ด รองประธานฝ่ายบริหารของสโมสร กล่าวว่า"เรามีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เราได้จดทะเบียนกับ เอ็นวายเอสอี งบปี 2012 จับว่าเป็นปีที่ดีที่สุดในด้านธุรกิจโฆษณาของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด"
"ยิ่งไปกว่านั้น เราจะยังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆจากการที่ได้เซ็นสัญญากับนักเตะระดับโลกอย่าง โรบิน ฟานเพอร์ซี และ ชิจิ คากาวะ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา"

0 ความคิดเห็น:
Speak up your mind
Tell us what you're thinking... !