ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว กองหน้าวัย 25 ปี ชาวอุรุกวัย ถูกสมาคมฟุตบอลของอังกฤษ สั่งแบน 8 นัด ข้อหาพูดจาเหยียดผิวใส่ เอฟรา ในเกมแดงเดือดนัดแรก เดือนตุลาคม ทว่าเมื่อพ้นโทษกลับมาลงสนามให้กับทีมในเกมแดงเดือด นัดสอง ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซัวเรซ ตกเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งเมื่อเจ้าตัวปฏิเสธที่จะจับมือก่อนเกมกับแบ็คซ้ายเลือดเฟรนช์ จนโดนวิจารณ์อย่างหนัก
ซัวเรซ ที่เดินทางมารับใช้ทีมชาติอรุกวัย ในศึกฟุตบอลโอลิมปิก 2012 ขัดคำสั่งของต้นสังกัดที่สั่งห้ามพูดถึงเรื่องความขัดแย้งที่ผ่านมาอีก เปิดใจกับสื่อบ้านเกิดที่ตามมาทำข่าวถึงอังกฤษอย่างหมดเปลือก ทำนองว่าตัวเองคือเหยื่อของ "ผีแดง" ที่วางแผนใช้เหตุความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพื่อหยุดยั้งตนกับลิเวอร์พูล จากการแข่งขันในพรีเมียร์ชิป
โดย ซัวเรซ ยังยืนยันคำตอบเดิมว่าตนตั้งใจที่จะจับมือกับ เอฟรา เพื่อยุติปัญหา แต่กลายเป็นคู่กรณีที่ไม่ยอมทำตามมากกว่า โดยกล่าวว่า "ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างร้ายแรง สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเอฟรา ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ความเป็นจริง ผมคิดว่านี่คือการจัดฉาก ผมสัญญากับภรรยา ผู้จัดการทีม และผู้บริหารว่าจะออกไปจับมือ ผมไม่มีปัญหากับเขาเลย แม้ผมจะโดนลงโทษเพราะเขาก็ตาม"
กองหน้าชาวอุรุกวัย ที่อ้างว่ารู้สึกเสียใจจนน้ำตาร่วงหลังโดนแบนจากคดีเหยียดผิวเมื่อเดือนธันวาคม เปิดเผยต่อว่า "สื่อที่อังกฤษนั้นแสดงให้เห็นจังหวะที่ผมเดินผ่านหน้าเขาไปแบบหน้าตาเฉย แต่พวกเขากลับไม่เห็นว่า เอฟรา ได้ลดมือลงไปก่อนหน้านี้ มีเพียงแค่สื่อของอุรุกวัย และ สเปน เท่านั้นที่ฉายภาพให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าผมต้องการที่จะจับมือกับเขามากเพียงใด"
"ข้อกล่าวหานั้นมันผูกมัดผมมาตลอด ตอนที่ผมนั่งแท็กซีไปแมนเชสเตอร์เพื่อรับฟังการสอบสวน ผมตื่นนอนตอน 7 โมงเช้า แล้วกลับมาอีกทีตอน 3 ทุ่มของคืนนั้น ผมรู้สึกหมดแรง เหนื่อย อยากจะร้องไห้และอยากเตะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆตัว แต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะลูกสาวอยู่ในบ้าน ถือเป็นวันที่แย่และมันก็หนักขึ้นเรื่อยๆหลังถูกลงโทษ"
"หลายคนที่สโมสรมั่นใจว่านี่คือแผนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จงใจทำให้ผมออกจากทีมไปและหยุดยั้งลิเวอร์พูลในการแข่งขัน ซึ่งที่อังกฤษนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีอิทธิพลในเรื่องการเมืองหลังฉากพอสมควร คุณเองก็ต้องเคารพในสิ่งนั้นและก็ต้องหุบปากของตัวเองห้ามพูดอะไรอีกด้วย" ดาวยิงชาวอุรุกวัย ฉะไม่ไว้หน้า

0 ความคิดเห็น:
Speak up your mind
Tell us what you're thinking... !