รีบแทงก่อนราคาน้ำจะเปลี่ยน
โปรโมชั่นเดือนนี้ สมัครครั้งแรก 1,000 รับอีก 1,000 เหมือนเดิม
ขยายเวลาให้สำหรับแฟนบอลตัวจริง สมัครด่วน คลิ๊กที่แบนเนอร์
สมัครกับเราผ่านแบนเนอร์นี้ เหมือนสมัครกับเว็บโดยตรง
กิ๊กส์เผยป๋าอยู่คงกระพัน!เพราะรักในเกมลูกหนัง

ไรอัน กิ๊กส์ ปีกซ้ายจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยความทุ่มเทและความรักในงานผู้จัดการทีมเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ปีศาจแดง" ยังคงสนุกสนานกับการทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ทั้งที่เจ้าตัวจะอายุครบ 70 ปีในเดือน ธ.ค. นี้
ไรอัน กิ๊กส์ ปีกพ่อมดวัยดึกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ ให้สัมภาษณ์ว่าการที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมชาวสกอตต์ ยังคงกุมบังเหียนทัพ "ปีศาจแดง" มาจนถึงเวลานี้ เป็นเพราะความทุ่มเทและความรักต่อเกมฟุตบอลของเจ้าตัว โดยเตรียมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีในตำแหน่งกุนซือแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. นี้
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่า เฟอร์กูสัน ไม่มีทีท่าว่าจะอำลาตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเร็วๆ นี้แต่อย่างใด โดย กิ๊กส์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นขุนพลคนสำคัญเคียงข้าง "เฟอร์กี้" มาตลอด 20 ปีหลังนี้ ออกมายกย่องถึงความคงกระพันของยอดกุนซือที่จะอายุครบ 70 ปี ในเดือน ธ.ค. นี้
กิ๊กส์ กล่าวกับ อินไซด์ ยูไนเต็ด นิตยสารของสโมสร "คุณสามารถที่จะมีคุณสมบัติทุกอย่างในโลกนี้ แต่ความทุ่มเทคือปัจจัยสำคัญสำหรับทุกสิ่ง เขาเห็นนักเตะฝีเท้าคุณภาพมาแล้วมากมายเดินเข้าออกกับ ยูไนเต็ด เป็นเวลาหลายต่อหลายปี แต่สิ่งที่แยกนักเตะชั้นยอดออกจากพวกเขาเหล่านั้นคือจริยธรรมในการทำงาน และแน่นอนว่าเขา (เฟอร์กูสัน) ก็เป็นตัวอย่างที่ดี เขาจะมาที่สนามซ้อมเป็นคนแรกและออกเป็นคนสุดท้ายเสมอ และเขาต้องการเห็นสิ่งนั้นจากนักเตะของเขาเช่นกัน"
"เขา รักงานของเขา เขารักที่จะดู ยูไนเต็ด ลงเล่น เขารักที่จะเห็นพัฒนาการของนักเตะ เขารักทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานของเขา คุณคงไม่สามารถทำในสิ่งที่เขาทำในวัยของเขารวมถึงมีจริยธรรมในการทำงานเท่า ที่เขามีถ้าหากว่าคุณไม่รักในงานของคุณ"
"เราอาจจะ เพิ่งกลับมาถึงบ้านตอนตี 4 หลังจากเกมยุโรป แต่คุณก็สามารถการันตีได้เลยว่าเขาจะไปที่แคร์ริงตัน เป็นคนแรกตอน 8 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น และแน่นอนว่าเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากที่นั่น และเมื่อคุณกลับบ้านไปดูโทรทัศน์ในคืนนั้น คุณก็จะเห็นเขาไปออกงานที่ ลอนดอน มันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ" ดาวเตะวัย 37 ปี กล่าวทิ้งท้าย
ไรอัน กิ๊กส์ ปีกพ่อมดวัยดึกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ ให้สัมภาษณ์ว่าการที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมชาวสกอตต์ ยังคงกุมบังเหียนทัพ "ปีศาจแดง" มาจนถึงเวลานี้ เป็นเพราะความทุ่มเทและความรักต่อเกมฟุตบอลของเจ้าตัว โดยเตรียมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีในตำแหน่งกุนซือแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. นี้
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่า เฟอร์กูสัน ไม่มีทีท่าว่าจะอำลาตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเร็วๆ นี้แต่อย่างใด โดย กิ๊กส์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นขุนพลคนสำคัญเคียงข้าง "เฟอร์กี้" มาตลอด 20 ปีหลังนี้ ออกมายกย่องถึงความคงกระพันของยอดกุนซือที่จะอายุครบ 70 ปี ในเดือน ธ.ค. นี้
กิ๊กส์ กล่าวกับ อินไซด์ ยูไนเต็ด นิตยสารของสโมสร "คุณสามารถที่จะมีคุณสมบัติทุกอย่างในโลกนี้ แต่ความทุ่มเทคือปัจจัยสำคัญสำหรับทุกสิ่ง เขาเห็นนักเตะฝีเท้าคุณภาพมาแล้วมากมายเดินเข้าออกกับ ยูไนเต็ด เป็นเวลาหลายต่อหลายปี แต่สิ่งที่แยกนักเตะชั้นยอดออกจากพวกเขาเหล่านั้นคือจริยธรรมในการทำงาน และแน่นอนว่าเขา (เฟอร์กูสัน) ก็เป็นตัวอย่างที่ดี เขาจะมาที่สนามซ้อมเป็นคนแรกและออกเป็นคนสุดท้ายเสมอ และเขาต้องการเห็นสิ่งนั้นจากนักเตะของเขาเช่นกัน"
"เขา รักงานของเขา เขารักที่จะดู ยูไนเต็ด ลงเล่น เขารักที่จะเห็นพัฒนาการของนักเตะ เขารักทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานของเขา คุณคงไม่สามารถทำในสิ่งที่เขาทำในวัยของเขารวมถึงมีจริยธรรมในการทำงานเท่า ที่เขามีถ้าหากว่าคุณไม่รักในงานของคุณ"
"เราอาจจะ เพิ่งกลับมาถึงบ้านตอนตี 4 หลังจากเกมยุโรป แต่คุณก็สามารถการันตีได้เลยว่าเขาจะไปที่แคร์ริงตัน เป็นคนแรกตอน 8 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น และแน่นอนว่าเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากที่นั่น และเมื่อคุณกลับบ้านไปดูโทรทัศน์ในคืนนั้น คุณก็จะเห็นเขาไปออกงานที่ ลอนดอน มันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ" ดาวเตะวัย 37 ปี กล่าวทิ้งท้าย
เวลเบ็คเตรียมต่อสัญญาใหม่ผี5ปี

แดนนี่ เวลเบ็ค หัวหอกฟอร์มแรงของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงเงื่อนไขสัญญาใหม่ "ผีแดง" ได้แล้ว และเตรียมสลัดน้ำหมึกต่อสัญญา 5 ปีกับ "ผีแดง" หลังทำผลงานโดนใจ พร้อมเตรียมรับเงินเนื้อๆ เน้นๆ 45,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ เพื่อเป็นการตอบแทนฟอร์มเด็ดสะระตี่ในซีซั่นนี้
แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมเป็นผู้เล่น "ปีศาจแดง" คนล่าสุด ที่พร้อมทุ่มเทเพื่ออนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังกำลังจะตกลงเซ็นสัญญา 5 ปี พร้อมกับรับค่าเหนื่อย 45,000 ปอนด์ (ราว 2.25 ล้านบาท)
ตอนนี้ตัวแทนของหัวหอกวัย 20 ปี ได้เปิดการเจรจากับผู้บริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว เมื่อช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้รับข้อเสนอที่น่าพอใจ เนื่องจากนักเตะจะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 45,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เพื่อเป็นรางวัลสำหรับฟอร์มการเล่นของนักเตะในซีซั่นนี้
เวล เบ็ค ซึ่งย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ ซันเดอร์แลนด์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยิงประตูให้ "เร้ด เดวิลส์" 5 ลูกในซีซั่นนี้ ส่งผลให้เจ้าตัวกลายเป็นกองหน้าตัวเลือกอันดับ 3 แทนที่ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ กองหน้าเลือดบัลแกเรีย โดย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ผีแดง" เชื่อว่า นักเตะพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นมาเล่นให้ทีมชาติอังกฤษแล้ว
"ผม คิดว่า เขาพร้อมแล้วสำหรับทีมชาติอังกฤษ เขาเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์เหมือนๆ กับนักเตะคนอื่นๆ ในอังกฤษ ผมคิดว่าตอนนี้เป็นโอกาสของเขาแล้ว ผมไม่คิดว่าจะมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ เขามีความเชื่อมั่นในตัวเอง เขาเป็นผู้เล่นที่มั่นใจ และฉลาด ผมคิดว่า เขาพร้อมแล้ว และผมไม่คิดว่า จะมีใครสงสัยในเรื่องนี้ด้วย" เฟอร์กูสัน ระบุ
แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมเป็นผู้เล่น "ปีศาจแดง" คนล่าสุด ที่พร้อมทุ่มเทเพื่ออนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังกำลังจะตกลงเซ็นสัญญา 5 ปี พร้อมกับรับค่าเหนื่อย 45,000 ปอนด์ (ราว 2.25 ล้านบาท)
ตอนนี้ตัวแทนของหัวหอกวัย 20 ปี ได้เปิดการเจรจากับผู้บริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว เมื่อช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้รับข้อเสนอที่น่าพอใจ เนื่องจากนักเตะจะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 45,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เพื่อเป็นรางวัลสำหรับฟอร์มการเล่นของนักเตะในซีซั่นนี้
เวล เบ็ค ซึ่งย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ ซันเดอร์แลนด์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยิงประตูให้ "เร้ด เดวิลส์" 5 ลูกในซีซั่นนี้ ส่งผลให้เจ้าตัวกลายเป็นกองหน้าตัวเลือกอันดับ 3 แทนที่ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ กองหน้าเลือดบัลแกเรีย โดย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ผีแดง" เชื่อว่า นักเตะพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นมาเล่นให้ทีมชาติอังกฤษแล้ว
"ผม คิดว่า เขาพร้อมแล้วสำหรับทีมชาติอังกฤษ เขาเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์เหมือนๆ กับนักเตะคนอื่นๆ ในอังกฤษ ผมคิดว่าตอนนี้เป็นโอกาสของเขาแล้ว ผมไม่คิดว่าจะมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ เขามีความเชื่อมั่นในตัวเอง เขาเป็นผู้เล่นที่มั่นใจ และฉลาด ผมคิดว่า เขาพร้อมแล้ว และผมไม่คิดว่า จะมีใครสงสัยในเรื่องนี้ด้วย" เฟอร์กูสัน ระบุ
เซคเซสนี่ยกฟานเพอร์ซี่หอกดีสุดในโลก

วอจเซียค เซคเซสนี่ โกล์ดาวรุ่ง อาร์เซน่อล งงเป็นไก่ตาแตก หลังไม่เห็นชื่อ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ติด 23 แข้งมีลุ้น บังลง ดอร์ ปีนี้ ยกดาวยิงเลือดดัตช์ เป็นหัวหอกที่ดีที่สุดในโลก และการมีนักเตะแบบนี้อยู่ในทีม ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้นเป็นกระบุง
วอจเซียค เซคเซสนี่ ผู้รักษาประตูทีมชาติโปแลนด์ของ อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวสรรเสริญฟอร์มของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้ากัปตันทีม ว่าเป็นหัวหอกที่ดีที่สุดในโลก หลังทำผลงานให้กับ "เดอะ กันเนอร์ส" ได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้
หัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ เพิ่งโชว์ฟอร์มเทพ ซัดแฮตทริก ในเกมลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ทุบ เชลซี 5-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าตัวซัดตาข่ายคู่แข่งให้ "ไอ้ปืนใหญ่" ไปแล้ว 33 ลูก จากการเล่น 37 แมตช์ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ฟาน เพอร์ซี่ ไม่ได้ติดอยู่ใน 23 นักเตะที่มีลุ้นคว้ารางวัล บัลลง ดอร์ แต่ เซคเซสนี่ ยังเชื่อว่า เพื่อนร่วมทีมของตน เป็นผู้เล่นชั้นยอดที่โดนมองข้ามไป
โกล์วัย 21 ปี กล่าวว่า "ผมคิดว่า มันน่าตลกสิ้นดี บางทีเขามีสถิติยิงประตูที่ดีที่สุดในยุโรปเวลานี้ ผมคิดว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกับ (ลิโอเนล) เมสซี่ และ (คริสเตียโน่) โรนัลโด้ เพราะเรารู้ว่า เขาฝีเท้าดีแค่ไหน ในเกมกับ เชลซี ตอนที่พวกเขายิงตีเสมอช่วงท้ายเกม เรายังรู้สึกเหมือนกับว่า เราจะบุกไปข้างหน้า และชนะในเกมนี้"
"เขา (ฟาน เพอร์ซี่) จัดการซัด 2 ประตูในช่วงเวลาที่เหมาะสม การมีนักเตะแบบนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าตอนนี้เขาเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกไปแล้ว ทำให้คุณมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น และทำให้เรามั่นใจว่า เราสามารถคว้าชัยชนะได้ทุกเกม"
ส่วนคำถามที่ว่า สิ่งที่ ฟาน เพอร์ซี่ ชื่นชอบตอนฝึกซ้อมนั้น เซคเซสนี่ ให้ความเห็นว่า "เขาชอบทำให้ผู้รักษาประตูอับอาย ซึ่งมันก็น่ารำคาญนิดหน่อย แต่ก็เป็นการฝึกซ้อมที่ดี ผมฝึกซ้อมร่วมกับเขาบ่อยๆ และผมป้องกันลูกยิงของเขาได้ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีสำหรับผม"
วอจเซียค เซคเซสนี่ ผู้รักษาประตูทีมชาติโปแลนด์ของ อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวสรรเสริญฟอร์มของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้ากัปตันทีม ว่าเป็นหัวหอกที่ดีที่สุดในโลก หลังทำผลงานให้กับ "เดอะ กันเนอร์ส" ได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้
หัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ เพิ่งโชว์ฟอร์มเทพ ซัดแฮตทริก ในเกมลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ทุบ เชลซี 5-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าตัวซัดตาข่ายคู่แข่งให้ "ไอ้ปืนใหญ่" ไปแล้ว 33 ลูก จากการเล่น 37 แมตช์ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ฟาน เพอร์ซี่ ไม่ได้ติดอยู่ใน 23 นักเตะที่มีลุ้นคว้ารางวัล บัลลง ดอร์ แต่ เซคเซสนี่ ยังเชื่อว่า เพื่อนร่วมทีมของตน เป็นผู้เล่นชั้นยอดที่โดนมองข้ามไป
โกล์วัย 21 ปี กล่าวว่า "ผมคิดว่า มันน่าตลกสิ้นดี บางทีเขามีสถิติยิงประตูที่ดีที่สุดในยุโรปเวลานี้ ผมคิดว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกับ (ลิโอเนล) เมสซี่ และ (คริสเตียโน่) โรนัลโด้ เพราะเรารู้ว่า เขาฝีเท้าดีแค่ไหน ในเกมกับ เชลซี ตอนที่พวกเขายิงตีเสมอช่วงท้ายเกม เรายังรู้สึกเหมือนกับว่า เราจะบุกไปข้างหน้า และชนะในเกมนี้"
"เขา (ฟาน เพอร์ซี่) จัดการซัด 2 ประตูในช่วงเวลาที่เหมาะสม การมีนักเตะแบบนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าตอนนี้เขาเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกไปแล้ว ทำให้คุณมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น และทำให้เรามั่นใจว่า เราสามารถคว้าชัยชนะได้ทุกเกม"
ส่วนคำถามที่ว่า สิ่งที่ ฟาน เพอร์ซี่ ชื่นชอบตอนฝึกซ้อมนั้น เซคเซสนี่ ให้ความเห็นว่า "เขาชอบทำให้ผู้รักษาประตูอับอาย ซึ่งมันก็น่ารำคาญนิดหน่อย แต่ก็เป็นการฝึกซ้อมที่ดี ผมฝึกซ้อมร่วมกับเขาบ่อยๆ และผมป้องกันลูกยิงของเขาได้ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีสำหรับผม"
เวนเกอร์จ้องตาเป็นมันฉกกราเนโร่เสริมแดนกลาง

เอสเตบัน กราเนโร่ มิดฟิลด์ "ราชันชุดขาว" โดน อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ "ปืนโต" เล็งเป้าหมาย หวังเอาตัวมาเสริมแกร่งในแดนกลางต้อนรับปีใหม่ต่อไปแล้ว สื่อกระทิงแอบสืบทราบความลับมาได้ ระบุ กุนซือเฟร้นช์แมนมองการณ์ไกล หวั่นเกรงความฟิตของ อาบู ดิยาบี้ จะมีปัญหา เลยต้องมองหาทางแก้เอาไว้ล่วงหน้า
อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าว กำลังพิจารณายื่นข้อเสนอมูลค่า 6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 300 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อตัว เอสเตบัน กราเนโร่ กองกลาง เรอัล มาดริด จ่าฝูง ลา ลีกา สเปน มาเสริมทัพ ในช่วงเปิดตลาดนักเตะเดือนมกราคม 2012 เนื่องจากเป็นกังวลอย่างยิ่งกับอาการบาดเจ็บของ อาบู ดิยาบี้ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส
เวนเกอร์ หวังใจว่า จะได้ตัว ดิยาบี้ กลับมาใช้งานในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ปรากฎว่า ดาวเตะวัย 25 ปี กลับมีปัญหาที่เอ็นหลังหัวเข่าอยู่ในเวลานี้ ส่งผลทำให้กำหนดการหวนคืนทีม "ไอ้ปืนใหญ่" ของเจ้าตัวจำต้องคลาดเคลื่อนเลื่อนออกไปเป็นอีก 3 สัปดาห์ถัดไปเลยทีเดียว
รายงานข่าวจากแดนกระทิงดุ ระบุว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว นายใหญ่เฟร้นช์แมนจึงหันมาเล็งกระชากตัว กราเนโร่ วัย 24 ปี มาจาก "ราชันชุดขาว" เพื่อเติมเต็มศักยภาพในแดนกลางของทีมต่อไป
กุน ซือ "เดอะ กันเนอร์ส" วัย 62 ปี กล่าวว่า "คุณจะไม่ได้เห็นเขา (ดิยาบี้) ไปอีกพักหนึ่ง ราวๆ อีก 3 สัปดาห์ข้างหน้าโน่นเลยทีเดียว ผมเป็นกังวลก็จริงอยู่ แต่ผมเคยกังวลมากกว่านี้เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ข้อเท้าของเขาเคยมีอาการไม่สู้ดีมาก่อน แต่ผลการผ่าตัดก็ออกมาดีมากๆ"
อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าว กำลังพิจารณายื่นข้อเสนอมูลค่า 6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 300 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อตัว เอสเตบัน กราเนโร่ กองกลาง เรอัล มาดริด จ่าฝูง ลา ลีกา สเปน มาเสริมทัพ ในช่วงเปิดตลาดนักเตะเดือนมกราคม 2012 เนื่องจากเป็นกังวลอย่างยิ่งกับอาการบาดเจ็บของ อาบู ดิยาบี้ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส
เวนเกอร์ หวังใจว่า จะได้ตัว ดิยาบี้ กลับมาใช้งานในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ปรากฎว่า ดาวเตะวัย 25 ปี กลับมีปัญหาที่เอ็นหลังหัวเข่าอยู่ในเวลานี้ ส่งผลทำให้กำหนดการหวนคืนทีม "ไอ้ปืนใหญ่" ของเจ้าตัวจำต้องคลาดเคลื่อนเลื่อนออกไปเป็นอีก 3 สัปดาห์ถัดไปเลยทีเดียว
รายงานข่าวจากแดนกระทิงดุ ระบุว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว นายใหญ่เฟร้นช์แมนจึงหันมาเล็งกระชากตัว กราเนโร่ วัย 24 ปี มาจาก "ราชันชุดขาว" เพื่อเติมเต็มศักยภาพในแดนกลางของทีมต่อไป
กุน ซือ "เดอะ กันเนอร์ส" วัย 62 ปี กล่าวว่า "คุณจะไม่ได้เห็นเขา (ดิยาบี้) ไปอีกพักหนึ่ง ราวๆ อีก 3 สัปดาห์ข้างหน้าโน่นเลยทีเดียว ผมเป็นกังวลก็จริงอยู่ แต่ผมเคยกังวลมากกว่านี้เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ข้อเท้าของเขาเคยมีอาการไม่สู้ดีมาก่อน แต่ผลการผ่าตัดก็ออกมาดีมากๆ"
มันโช่หวังบาโลอยู่ล่าตาข่ายเรืออีกหลายปี

โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือ แมนฯ ซิตี้ เปิดใจ อยากให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกเพื่อนร่วมชาติ อยู่ล่าตาข่ายกับทีมต่อไป ยกเป็นนักเตะพรสวรรค์สูง และวันหนึ่งคงจะกลับไปเล่นในอิตาลี แต่ไม่ใช่ช่วง 2-3 ปีนี้อย่างแน่นอน
โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีมมาดเท่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หวัง มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าดาวรุ่ง จะอยู่ค้าแข้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ต่อไปอีกหลายๆ ปี แม้ช่วงที่ผ่านมานักเตะได้รับความสนใจจากทีมในอิตาลีก็ตาม
"ซูเปอร์ มาริโอ" กลายเป็นผู้เล่นสำคัญของ "เรือใบสีฟ้า" ในซีซั่นนี้ หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยซัดไปแล้ว 5 ประตู จาก 6 เกมหลังสุด และด้วยผลงานแบบนี้ทำให้นักเตะได้รับความสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ในลีกมะกะโรนี อย่างไรก็ตาม มันชินี่ ยังหวังว่า กองหน้าทีมชาติอิตาลี จะอยู่ล่าประตูกับ แมนฯ ซิตี้ ไปอีกนาน
"มันโช่" กล่าวว่า "เขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดในซีซั่นนี้ เขาเป็นผู้เล่นสำคัญของเราแล้วในเวลานี้ เขายังหนุ่ม และได้ลงเล่นในแมตช์สำคัญๆ ของเราแล้ว ผมรู้จักเขาตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็กธรรมดาๆ ผมเปิดโอกาสสำหรับอาชีพของเขาที่ อินเตอร์ มิลาน"
"ผมอยาก ให้เขาอยู่ที่ ซิตี้ กับผม เขาเชื่อมั่นในตัวผม เขาเป็นคนที่สุภาพมากๆ ต้องไม่ลืมว่า เขาเพิ่งอายุ 21 ปี และมันไม่ง่ายเลยที่ต้องเป็นคนมีชื่อเสียง เรื่องเทคนิคเขาไม่ต้องไปอิจฉาใครทั้งนั้น แต่เขาจำเป็นต้องพัฒนาเรื่องทัศนคติ วันหนึ่งเขาจะกลับไปที่อิตาลี แต่ไม่ใช่ช่วง 2-3 ปีนี้แน่ๆ"
"การได้เล่นที่ แมนฯ ซิตี้ คงจะทำให้เขาพัฒนาฝีเท้าได้ดียิ่งขึ้น ในช่วงซัมเมอร์ เรามีหลายทีมที่แสดงความสนใจในตัวเขาจากสโมสรในอิตาลี แต่เราปฏิเสธหมด" อดีตนายใหญ่ อินเตอร์ มิลาน กล่าวทิ้งท้าย
โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีมมาดเท่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หวัง มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าดาวรุ่ง จะอยู่ค้าแข้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ต่อไปอีกหลายๆ ปี แม้ช่วงที่ผ่านมานักเตะได้รับความสนใจจากทีมในอิตาลีก็ตาม
"ซูเปอร์ มาริโอ" กลายเป็นผู้เล่นสำคัญของ "เรือใบสีฟ้า" ในซีซั่นนี้ หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยซัดไปแล้ว 5 ประตู จาก 6 เกมหลังสุด และด้วยผลงานแบบนี้ทำให้นักเตะได้รับความสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ในลีกมะกะโรนี อย่างไรก็ตาม มันชินี่ ยังหวังว่า กองหน้าทีมชาติอิตาลี จะอยู่ล่าประตูกับ แมนฯ ซิตี้ ไปอีกนาน
"มันโช่" กล่าวว่า "เขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดในซีซั่นนี้ เขาเป็นผู้เล่นสำคัญของเราแล้วในเวลานี้ เขายังหนุ่ม และได้ลงเล่นในแมตช์สำคัญๆ ของเราแล้ว ผมรู้จักเขาตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็กธรรมดาๆ ผมเปิดโอกาสสำหรับอาชีพของเขาที่ อินเตอร์ มิลาน"
"ผมอยาก ให้เขาอยู่ที่ ซิตี้ กับผม เขาเชื่อมั่นในตัวผม เขาเป็นคนที่สุภาพมากๆ ต้องไม่ลืมว่า เขาเพิ่งอายุ 21 ปี และมันไม่ง่ายเลยที่ต้องเป็นคนมีชื่อเสียง เรื่องเทคนิคเขาไม่ต้องไปอิจฉาใครทั้งนั้น แต่เขาจำเป็นต้องพัฒนาเรื่องทัศนคติ วันหนึ่งเขาจะกลับไปที่อิตาลี แต่ไม่ใช่ช่วง 2-3 ปีนี้แน่ๆ"
"การได้เล่นที่ แมนฯ ซิตี้ คงจะทำให้เขาพัฒนาฝีเท้าได้ดียิ่งขึ้น ในช่วงซัมเมอร์ เรามีหลายทีมที่แสดงความสนใจในตัวเขาจากสโมสรในอิตาลี แต่เราปฏิเสธหมด" อดีตนายใหญ่ อินเตอร์ มิลาน กล่าวทิ้งท้าย
เซอร์แนะโซลชาไม่ต้องรีบย้ายคุมทีมผู้ดี
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด แนะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตำนานซูเปอร์ซับ "ผีแดง" ไม่ต้องรีบร้อยกลับมาคุมทีมในเมืองผู้ดี ชี้ผลงานปัจจุบันที่นำ โมลด์ คว้าแชมป์ลีกบ้านเกิด ถือว่ายอดเยี่ยม และควรซึมซับความสุดยอดแบบนี้ต่อไป เชื่อเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเจ้าตัวจะได้ทำงานในอังกฤษแน่นอน
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โคตรทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อดีตหัวหอกคู่บุญ มีความสามารถที่จะก้าวเข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมในลีกเมืองผู้ดี แต่เตือนไม่ควรรีบร้อนเกินไป
อดีตหัวหอกเจ้าของฉายา "เพชฌฆาตหน้าทารก" สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคุมทีม โมลด์ ผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของนอร์เวย์ ได้เป็นสมัยแรกของสโมสร เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังตัดสินใจอำลาการเป็นโค้ชให้กับทีมสำรอง แมนฯ ยูฯ เพื่อเข้ามารับตำแหน่งสำคัญ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ด้วยผลงานแบบนี้ทำให้สื่ออังกฤษ ตีข่าวว่า โซลชา มีโอกาสที่จะก้าวเข้ามาสืบทอดตำแหน่งนายใหญ่ "ผีแดง" แทน เซอร์เฟอร์กี้ ในอนาคต สำหรับเรื่องนี้ กุนซือเลือดวิสกี้ ให้ความเห็นว่า "หากพิจารณาจากการทำงานปีแรกของเขา นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เขามีช่วงเวลาที่ดีกับเราในการคุมทีมสำรอง"
ส่วนคำถามที่ว่า อดีตกองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ จะทำงานเป็นกุนซือในอังกฤษได้ไหม เฟอร์กูสัน เผยว่า "ก็เป็นไปได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่เท่านั้นแหละ ผมไม่คิดว่า เขาจะต้องรีบร้อนที่จะทำงานที่นี่ เพราะประสบการณ์เป็นเรื่องที่ดี และประสบการณ์ของเขากับ โมลด์ ก็ยอดเยี่ยม"
"เขาย้ายไปคุมทีม โมลด์ ภรรยาของเขา และครอบครัวทุกๆ คนได้กลับบ้าน เขาคว้าแชมป์ลีกนอร์เวย์ ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนกับการคุมทีมในอังกฤษ เวลานั้นจะมาถึงเอง ช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับตัวเขา"
นอกจากนี้ ยอดกุนซือแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังได้กล่าวชม โซลชา ว่าเป็นคนที่เรียนรู้ตลอดเวลา "เห็นได้ชัดว่า ทุกๆ เกมเขาทุ่มเทเพื่อเรา ทุกครั้งที่ฝึกซ้อม เขามักจะคอยจดโน่นจดนี่ตลอด ดังนั้นผมบอกคุณได้เลยว่า เขาทุ่มเทเพื่อการเรียนรู้จริงๆ เขาพิถีพิถันเรื่องรายละเอียด เขาเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมในแง่ของความมุ่งมั่น และการอุทิศตัวเพื่องาน เพราะคุณจำเป็นต้องทำงานให้ดีเพื่อทีมของคุณ"
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โคตรทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อดีตหัวหอกคู่บุญ มีความสามารถที่จะก้าวเข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมในลีกเมืองผู้ดี แต่เตือนไม่ควรรีบร้อนเกินไป
อดีตหัวหอกเจ้าของฉายา "เพชฌฆาตหน้าทารก" สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคุมทีม โมลด์ ผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของนอร์เวย์ ได้เป็นสมัยแรกของสโมสร เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังตัดสินใจอำลาการเป็นโค้ชให้กับทีมสำรอง แมนฯ ยูฯ เพื่อเข้ามารับตำแหน่งสำคัญ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ด้วยผลงานแบบนี้ทำให้สื่ออังกฤษ ตีข่าวว่า โซลชา มีโอกาสที่จะก้าวเข้ามาสืบทอดตำแหน่งนายใหญ่ "ผีแดง" แทน เซอร์เฟอร์กี้ ในอนาคต สำหรับเรื่องนี้ กุนซือเลือดวิสกี้ ให้ความเห็นว่า "หากพิจารณาจากการทำงานปีแรกของเขา นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เขามีช่วงเวลาที่ดีกับเราในการคุมทีมสำรอง"
ส่วนคำถามที่ว่า อดีตกองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ จะทำงานเป็นกุนซือในอังกฤษได้ไหม เฟอร์กูสัน เผยว่า "ก็เป็นไปได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่เท่านั้นแหละ ผมไม่คิดว่า เขาจะต้องรีบร้อนที่จะทำงานที่นี่ เพราะประสบการณ์เป็นเรื่องที่ดี และประสบการณ์ของเขากับ โมลด์ ก็ยอดเยี่ยม"
"เขาย้ายไปคุมทีม โมลด์ ภรรยาของเขา และครอบครัวทุกๆ คนได้กลับบ้าน เขาคว้าแชมป์ลีกนอร์เวย์ ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนกับการคุมทีมในอังกฤษ เวลานั้นจะมาถึงเอง ช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับตัวเขา"
นอกจากนี้ ยอดกุนซือแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังได้กล่าวชม โซลชา ว่าเป็นคนที่เรียนรู้ตลอดเวลา "เห็นได้ชัดว่า ทุกๆ เกมเขาทุ่มเทเพื่อเรา ทุกครั้งที่ฝึกซ้อม เขามักจะคอยจดโน่นจดนี่ตลอด ดังนั้นผมบอกคุณได้เลยว่า เขาทุ่มเทเพื่อการเรียนรู้จริงๆ เขาพิถีพิถันเรื่องรายละเอียด เขาเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมในแง่ของความมุ่งมั่น และการอุทิศตัวเพื่องาน เพราะคุณจำเป็นต้องทำงานให้ดีเพื่อทีมของคุณ"
มันโช่ใจกว้างพร้อมอภัยเตฟหากเจ้าตัวขอโทษ

โรแบร์โต้ มันชินี่ นายใหญ่ชาวอิตาเลียนของ แมนฯ ซิตี้ ประกาศชัดเจน หาก คาร์ลอส เตเวซ เอ่ยวาจาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ตนก็พร้อมให้อภัย และทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม แต่หากหัวรั้นทำตัวปีนเกลียว เดือน ม.ค.คงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีมมาดเท่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใจกว้างยิ่งกว่าแม่น้ำ หลังยื่นข้อเสนอ หาก คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าเจ้าปัญหา ยอมขอโทษกับเหตุการณ์ที่ไม่ยอมลงเล่นในเกมแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตนก็พร้อมที่จะลืมเรื่องทุกอย่าง และพร้อมให้โอกาสนักเตะได้แก้ตัวอีกครั้ง
จากเหตุการณ์ที่ "เตฟ" ปฏิเสธลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมกับ "เสือใต้" ยังคงคาราคาซัง เพราะตอนแรก "เรือใบสีฟ้า" ต้องการกำจัดนักเตะออกไป แต่สุดท้ายเกมพลิก กลายเป็นว่า เตเวซ โดนปรับเงินค่าเหนื่อยเท่านั้น ในขณะที่ มันชินี่ ซึ่งเคยยืนกราน ต้องการให้อดีตสตาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บข้าวของออกจากถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า อารมณ์จะเย็นขึ้นแล้ว ก็เลยพร้อมให้อภัย เพียงแค่เจ้าตัวยอมกล่าวคำขอโทษเท่านั้น
"มันโช่" เผยว่า "ทุกๆ สิ่งขึ้นอยู่กับตัว คาร์ลอส เท่านั้น ถ้าเขาขอโทษทีม และผม หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนแต่ก่อน ถ้าเขาไม่ทำ แน่นอน เตเวซ มีคุณค่าซึ่งทุกๆ คนรู้อยู่แล้ว และบางสิ่งจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ผมไม่อยากให้มันต้องเป็นแบบนี้ และผมพร้อมให้อภัยเขา"
โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีมมาดเท่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใจกว้างยิ่งกว่าแม่น้ำ หลังยื่นข้อเสนอ หาก คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าเจ้าปัญหา ยอมขอโทษกับเหตุการณ์ที่ไม่ยอมลงเล่นในเกมแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตนก็พร้อมที่จะลืมเรื่องทุกอย่าง และพร้อมให้โอกาสนักเตะได้แก้ตัวอีกครั้ง
จากเหตุการณ์ที่ "เตฟ" ปฏิเสธลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมกับ "เสือใต้" ยังคงคาราคาซัง เพราะตอนแรก "เรือใบสีฟ้า" ต้องการกำจัดนักเตะออกไป แต่สุดท้ายเกมพลิก กลายเป็นว่า เตเวซ โดนปรับเงินค่าเหนื่อยเท่านั้น ในขณะที่ มันชินี่ ซึ่งเคยยืนกราน ต้องการให้อดีตสตาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บข้าวของออกจากถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า อารมณ์จะเย็นขึ้นแล้ว ก็เลยพร้อมให้อภัย เพียงแค่เจ้าตัวยอมกล่าวคำขอโทษเท่านั้น
"มันโช่" เผยว่า "ทุกๆ สิ่งขึ้นอยู่กับตัว คาร์ลอส เท่านั้น ถ้าเขาขอโทษทีม และผม หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนแต่ก่อน ถ้าเขาไม่ทำ แน่นอน เตเวซ มีคุณค่าซึ่งทุกๆ คนรู้อยู่แล้ว และบางสิ่งจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ผมไม่อยากให้มันต้องเป็นแบบนี้ และผมพร้อมให้อภัยเขา"
เอวีบียังหวังพาสิงห์ซิวแชมป์ลีกแม้ผลงานห่วย

อันเดร วิลลาช-โบอาช กุนซือ เชลซี ยังคงหวังที่จะนำทีมประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองให้ได้ในฤดูกาลนี้ แม้เพิ่งจะถูก อาร์เซน่อล บุกมาไล่ทุบ 5-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ตาม พร้อมทั้งกระตุ้นให้ลูกทีมเรียนรู้จากความผิดพลาดในครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก
อันเดร วิลลาช-โบอาช ผู้จัดการทีม เชลซี ยังคงหวังที่จะนำทีมประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองให้ได้ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าเพิ่งจะถูก อาร์เซน่อล บุกมาไล่บี้เอาชนะไปได้ 5-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ตาม
กุน ซือวัย 34 ปี กล่าวว่า "มันเกิดบทเรียนขึ้นทั้งจากชัยชนะและความพ่ายแพ้เสมอ ผมคิดว่าเราต้องยอมรับและพูดว่าพัฒนาการของเราในแง่ของผลการแข่งขันได้ถูก หยุดไปในช่วงสัปดาห์แห่งหายนะในครั้งนี้ แต่คุณพูดไม่ได้ว่ามันจะเป็นความล้มเหลวไปทั้งหมด นั่นไม่ใช่ความจริง แน่นอนว่าการพ่ายแพ้ติดต่อกันในศึก พรีเมียร์ลีก ย่อมมีผลต่ออันดับในตารางคะแนน"
"มันไม่ได้หมายความว่า เรากำลังเดินมาผิดทาง หรือปรัชญาการทำทีมของเราไม่ถูกต้องแต่อย่างใด เรายังไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง แต่เรากำลังสร้างทีมมาได้อย่างถูกต้องแล้ว เราได้รับบทลงโทษในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในแง่ของผลการแข่งขัน แต่มันขึ้นอยู่กับเราที่จะรับมือกับความท้าทายครั้งนี้ เราคือสโมสรใหญ่ และเราจะไม่วิ่งหนีจากความผิดพลาด เราจะต้องเดินหน้าต่อไป" นายใหญ่ชาวโปรตุเกส ทิ้งท้าย
อันเดร วิลลาช-โบอาช ผู้จัดการทีม เชลซี ยังคงหวังที่จะนำทีมประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองให้ได้ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าเพิ่งจะถูก อาร์เซน่อล บุกมาไล่บี้เอาชนะไปได้ 5-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ตาม
กุน ซือวัย 34 ปี กล่าวว่า "มันเกิดบทเรียนขึ้นทั้งจากชัยชนะและความพ่ายแพ้เสมอ ผมคิดว่าเราต้องยอมรับและพูดว่าพัฒนาการของเราในแง่ของผลการแข่งขันได้ถูก หยุดไปในช่วงสัปดาห์แห่งหายนะในครั้งนี้ แต่คุณพูดไม่ได้ว่ามันจะเป็นความล้มเหลวไปทั้งหมด นั่นไม่ใช่ความจริง แน่นอนว่าการพ่ายแพ้ติดต่อกันในศึก พรีเมียร์ลีก ย่อมมีผลต่ออันดับในตารางคะแนน"
"มันไม่ได้หมายความว่า เรากำลังเดินมาผิดทาง หรือปรัชญาการทำทีมของเราไม่ถูกต้องแต่อย่างใด เรายังไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง แต่เรากำลังสร้างทีมมาได้อย่างถูกต้องแล้ว เราได้รับบทลงโทษในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในแง่ของผลการแข่งขัน แต่มันขึ้นอยู่กับเราที่จะรับมือกับความท้าทายครั้งนี้ เราคือสโมสรใหญ่ และเราจะไม่วิ่งหนีจากความผิดพลาด เราจะต้องเดินหน้าต่อไป" นายใหญ่ชาวโปรตุเกส ทิ้งท้าย
ปืนเล็งทุ่ม20ล้านป.ดึงโพลดี้เสริมหอก

สื่อผู้ดีตีข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซน่อล พร้อมควักเงิน 20 ล้านปอนด์ ซื้อ ลูคัส โพดอลสกี้ หัวหอก เอฟเซ โคโลญจน์ มาเสริมทัพ หาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงฟอร์มฮอต อำลาถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในอนาคต
"ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เล็งที่จะยื่นข้อเสนอจำนวน 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) ให้ เอฟเซ โคโลญจน์ ในศึก บุนเดสลีกา พิจารณา เพื่อขอซื้อ ลูคัส โพดอลสกี้ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน เพื่อนำเป็นตัวแทนของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หัวหอกกัปตันทีมชาวดัตช์ ที่อนาคตในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ยังไม่แน่นอน ตามรายงานจาก "เดลี่ เมล์" หนังสือพิมพ์รายวันเมืองผู้ดี เมื่อวันอังคารที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา
สำหรับสัญญาฉบับปัจจุบันของ ฟาน เพอร์ซี่ กับ "ไอ้ปืนใหญ่" เหลืออีกเพียงแค่ 18 เดือนเท่านั้น และยังไม่มีวี่แววว่าจะหาข้อสรุปได้ลงตัว ขณะที่หัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ ก็กำลังเล่นได้อย่างเข้าฝัก โดยล่าสุดเพิ่งซัดแฮตทริกในเกมบุกไปชนะ เชลซี 5-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนได้รับการคาดหมายว่าอาจจะย้ายไปเล่นกับสโมสรอื่นในช่วงซัมเมอร์หน้า
"เด ลี่ เมล์" เผยว่า อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสของ อาร์เซน่อล ได้ส่งแมวมองไปตามเช็กฟอร์มการเล่นของ โพดอลสกี้ กับ โคโลญจน์ อย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ เพื่อเก็บข้อมูลในกรณีที่ต้องเซ็นสัญญากับผู้เล่นใหม่ไว้ทดแทนการจากไปของ ฟาน เพอร์ซี่ ในอนาคต
"ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เล็งที่จะยื่นข้อเสนอจำนวน 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) ให้ เอฟเซ โคโลญจน์ ในศึก บุนเดสลีกา พิจารณา เพื่อขอซื้อ ลูคัส โพดอลสกี้ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน เพื่อนำเป็นตัวแทนของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หัวหอกกัปตันทีมชาวดัตช์ ที่อนาคตในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ยังไม่แน่นอน ตามรายงานจาก "เดลี่ เมล์" หนังสือพิมพ์รายวันเมืองผู้ดี เมื่อวันอังคารที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา
สำหรับสัญญาฉบับปัจจุบันของ ฟาน เพอร์ซี่ กับ "ไอ้ปืนใหญ่" เหลืออีกเพียงแค่ 18 เดือนเท่านั้น และยังไม่มีวี่แววว่าจะหาข้อสรุปได้ลงตัว ขณะที่หัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ ก็กำลังเล่นได้อย่างเข้าฝัก โดยล่าสุดเพิ่งซัดแฮตทริกในเกมบุกไปชนะ เชลซี 5-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนได้รับการคาดหมายว่าอาจจะย้ายไปเล่นกับสโมสรอื่นในช่วงซัมเมอร์หน้า
"เด ลี่ เมล์" เผยว่า อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสของ อาร์เซน่อล ได้ส่งแมวมองไปตามเช็กฟอร์มการเล่นของ โพดอลสกี้ กับ โคโลญจน์ อย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ เพื่อเก็บข้อมูลในกรณีที่ต้องเซ็นสัญญากับผู้เล่นใหม่ไว้ทดแทนการจากไปของ ฟาน เพอร์ซี่ ในอนาคต
ฉาว!แฟนบอลเหยียดผิวแอนทอนผ่านทวิตเตอร์

ตกอยู่ในวังวนของการถูกเหยียดผิวอย่างต่อเนื่องสำหรับ แอนทอน เฟอร์ดินานด์ กองหลัง ควีนส์ปาร์ค เพราะล่าสุด ถูกแฟนบอลจิตป่วน ทวีตเหยียดผิวแบบหยาบคายถึง "ทวิตเตอร์" ส่วนตัวเลยทีเดียว
แอนทอน เฟอร์ดินานด์ ปราการหลัง ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมน้องใหม่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกมือดีส่งข้อความในเชิงเหยียดผิวอย่างหยาบคาย ผ่าน "ทวิตเตอร์" สังคมออนไลน์ชื่อดัง หลังจากที่เจ้าตัวยังตกเป็นข่าวในกรณีที่ลือกันว่า ถูก จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม เชลซี เหยียดผิว ในเกมที่ "ทหารเสือราชินี" ชนะ 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา
เหตุอื้อฉาวในครั้งนี้ ทำให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ลงสืบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ และแข้งวัย 26 ปี เพิ่งเข้าให้การตามกระบวนการไต่สวนของ เอฟเอ ก่อนที่ เฟอร์ดินานด์คนน้อง จะแถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าเขารู้สึกอ่อนไหวอย่างรุนแรงกับเรื่องที่ถูกกล่าวอ้าง และบอกว่า แถลงการณ์ดังกล่าว จะเป็นการแสดงความคิดเห็นครั้งสุดท้ายของเขากับเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากแถลงเรื่องในข้างต้น อดีตนักเตะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กับ ซันเดอร์แลนด์ ก็ได้ทวีตตอบกลับไปยังข้อความจากแฟนๆ ที่สนับสนุน และให้กำลังใจในเรื่องนี้ของเขาตามลำดับ ซึ่งการส่งข้อความแบบนี้ คือการแบ่งปันทวีตกับคนที่คอยติดตามเจ้าของ "ทวิตเตอร์" นั้นๆ
การทำเช่นนี้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการทวีตกลับเพื่อแสดงว่า เห็นด้วยกับข้อความดังกล่าว และจะปรากฎข้อความ "RT" บนหน้าประวัติของคนๆ นั้น ทว่ามีผู้ใช้ "ทวิตเตอร์" คนหนึ่ง ที่ส่งข้อความเชิงเหยียดผิวแบบหยาบคาย และท้าทายให้ เฟอร์ดินานด์ ทวีต กลับไป พร้อมยังสนับสนุน เทอร์รี่ อีกด้วย ซึ่งกองหลัง คิวพีอาร์ ก็ตอบกลับไปในที่สุด
ทั้งนี้ เทอร์รี่ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยบอกว่า ภาพที่นำเสนอช่วงดังกล่าวนั้นถูกนำเสนอ และถูกตีความแบบผิดๆ นอกจากนี้ล่าสุดยังมีเหตุการณ์เชิงเหยียดผิวอีกครั้ง โดย แซมมี่ อเมโอบี้ กองหน้าของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ถูกดูหมิ่นสีผิวผ่าน "ทวิตเตอร์" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) และ "สาลิกาดง" ได้แจ้งเรื่องนี้กับตำรวจแล้ว
แอนทอน เฟอร์ดินานด์ ปราการหลัง ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมน้องใหม่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกมือดีส่งข้อความในเชิงเหยียดผิวอย่างหยาบคาย ผ่าน "ทวิตเตอร์" สังคมออนไลน์ชื่อดัง หลังจากที่เจ้าตัวยังตกเป็นข่าวในกรณีที่ลือกันว่า ถูก จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม เชลซี เหยียดผิว ในเกมที่ "ทหารเสือราชินี" ชนะ 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา
เหตุอื้อฉาวในครั้งนี้ ทำให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ลงสืบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ และแข้งวัย 26 ปี เพิ่งเข้าให้การตามกระบวนการไต่สวนของ เอฟเอ ก่อนที่ เฟอร์ดินานด์คนน้อง จะแถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าเขารู้สึกอ่อนไหวอย่างรุนแรงกับเรื่องที่ถูกกล่าวอ้าง และบอกว่า แถลงการณ์ดังกล่าว จะเป็นการแสดงความคิดเห็นครั้งสุดท้ายของเขากับเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากแถลงเรื่องในข้างต้น อดีตนักเตะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กับ ซันเดอร์แลนด์ ก็ได้ทวีตตอบกลับไปยังข้อความจากแฟนๆ ที่สนับสนุน และให้กำลังใจในเรื่องนี้ของเขาตามลำดับ ซึ่งการส่งข้อความแบบนี้ คือการแบ่งปันทวีตกับคนที่คอยติดตามเจ้าของ "ทวิตเตอร์" นั้นๆ
การทำเช่นนี้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการทวีตกลับเพื่อแสดงว่า เห็นด้วยกับข้อความดังกล่าว และจะปรากฎข้อความ "RT" บนหน้าประวัติของคนๆ นั้น ทว่ามีผู้ใช้ "ทวิตเตอร์" คนหนึ่ง ที่ส่งข้อความเชิงเหยียดผิวแบบหยาบคาย และท้าทายให้ เฟอร์ดินานด์ ทวีต กลับไป พร้อมยังสนับสนุน เทอร์รี่ อีกด้วย ซึ่งกองหลัง คิวพีอาร์ ก็ตอบกลับไปในที่สุด
ทั้งนี้ เทอร์รี่ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยบอกว่า ภาพที่นำเสนอช่วงดังกล่าวนั้นถูกนำเสนอ และถูกตีความแบบผิดๆ นอกจากนี้ล่าสุดยังมีเหตุการณ์เชิงเหยียดผิวอีกครั้ง โดย แซมมี่ อเมโอบี้ กองหน้าของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ถูกดูหมิ่นสีผิวผ่าน "ทวิตเตอร์" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) และ "สาลิกาดง" ได้แจ้งเรื่องนี้กับตำรวจแล้ว
แฉ!ป๋าเล็งซิวกาบายจากสาลิกาคุมแดนกลาง
สื่อ ผู้ดีเผย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ แมนฯ ยู จ้องเสริมแดนกลางด้วยการคว้า โยฮัน กาบาย ห้องเครื่องคนสำคัญของ นิวคาสเซิ่ล มาร่วมเล่นใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังแข้งทัพ "เลส์ เบลอส์" โชว์ฟอร์มให้กับต้นสังกัดได้เจ๋งเกินห้ามใจไหว
"เดอะ พีเพิ่ล" หนังสือพิมพ์ในประเทศอังกฤษ รายงานว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สนใจที่จะคว้า โยฮัน กาบาย กองกลางตัวเก่งจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มาร่วมทีมด้วย เนื่องจากนายใหญ่แห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังไม่พอใจกับตัวเลือกในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางที่มีอยู่ในตอนนี้ และกำลังเล็งเสริมทัพให้แดนกลางของทีมอย่างเต็มที่
กุนซือวัย 69 ปี ได้สั่งให้ทีมแมวมอง "ปีศาจแดง" รวบรวมรายงานและข้อมูลที่เกี่ยวกับแข้งดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสแล้ว โดยนับตั้งแต่ย้ายมาจาก ลีลล์ แชมป์ลีกเมืองน้ำหอมซีซั่นก่อน เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา นักเตะวัย 25 ปี ก็โชว์ผลงานให้กับ "สาลิกาดง" ได้อย่างสุดยอดตั้งแต่ฤดูกาลแรก จนยักษ์ใหญ่หลายต่อหลายทีมในยุโรปต่างให้ความสนใจในตัวห้องเครื่องรายนี้ เป็นอย่างมาก
ปัจจุบัน กาบาย เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีส่วนช่วยให้ยอดทีมแห่งถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค เริ่มต้นฤดูกาล 2011-12 ได้อย่างน่าประทับใจ และทำให้มีลุ้นได้ไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้าต่อไปแล้ว
"เดอะ พีเพิ่ล" หนังสือพิมพ์ในประเทศอังกฤษ รายงานว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สนใจที่จะคว้า โยฮัน กาบาย กองกลางตัวเก่งจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มาร่วมทีมด้วย เนื่องจากนายใหญ่แห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังไม่พอใจกับตัวเลือกในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางที่มีอยู่ในตอนนี้ และกำลังเล็งเสริมทัพให้แดนกลางของทีมอย่างเต็มที่
กุนซือวัย 69 ปี ได้สั่งให้ทีมแมวมอง "ปีศาจแดง" รวบรวมรายงานและข้อมูลที่เกี่ยวกับแข้งดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสแล้ว โดยนับตั้งแต่ย้ายมาจาก ลีลล์ แชมป์ลีกเมืองน้ำหอมซีซั่นก่อน เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา นักเตะวัย 25 ปี ก็โชว์ผลงานให้กับ "สาลิกาดง" ได้อย่างสุดยอดตั้งแต่ฤดูกาลแรก จนยักษ์ใหญ่หลายต่อหลายทีมในยุโรปต่างให้ความสนใจในตัวห้องเครื่องรายนี้ เป็นอย่างมาก
ปัจจุบัน กาบาย เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีส่วนช่วยให้ยอดทีมแห่งถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค เริ่มต้นฤดูกาล 2011-12 ได้อย่างน่าประทับใจ และทำให้มีลุ้นได้ไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้าต่อไปแล้ว
ชิชาไม่แคร์เก่งแต่ยิงเผาขนขอยิงได้เป็นพอ
ฮา เวียร์ เอร์นานเดซ ดาวยิงจอมพลิ้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ยืนกรานไม่ใส่ใจอยู่แล้ว เรื่องการทำประตูสวยๆ ย้ำทุกประตูมีความสาคัญเท่ากันหมด ไม่ว่าจากระยะเผาขนหรือระยะไกล
ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ กองหน้าตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า ตนไม่สนใจเรื่องการทำประตูสวยๆ หรือจากระยะไกลเลยแม้แต่น้อย ตราบใดที่ยังพังสกอร์ให้กับต้นสังกัดได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ที่ผ่านมาไม่เคยส่งบอลสู่ก้นตาข่ายจากนอกกรอบโทษเลยสักลูกก็ตาม
ทุกประตูที่ทำได้ภายใต้ยูนิฟอร์ม "ปีศาจแดง" ของ เอร์นานเดซ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก กัวดาลาฮาร่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อนนั้น มาจากภายในกรอบ 18 หลาทั้งหมด ซึ่งเป็นสไตล์การเข้าทำที่เหมือนกับ รุด ฟาน นิสเตลรอย อดีตยอดดาวยิงของสโมสร ที่มีสถิติกระซวกตาข่ายน่าเกรงขามถึง 150 ลูก จากการลงสนาม 219 นัด
"คุณไม่รู้อะไรหรอก! ผมคิดว่า เหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมยังไม่ได้ทำประตูจากระยะไกลก็เพราะมาจากคำแนะนำ ของ เซอร์ อเล็กซ์ (เฟอร์กูสัน) งานของผมก็คือการยืนในตำแหน่งที่สูงมากๆ และพยายามเป็นคนสุดท้ายที่เข้าถึงบอล"
"พูดตรงๆ เลยนะ ผมไม่สนเลยแม้แต่น้อยว่า ผมจะทำประตูได้มากน้อยเพียงใด ทำประตูจากระยะเมตรเดียวหรือจากครึ่งสนาม เพราะยังไงๆ มันก็มีค่าเหมือนกัน ประตูก็คือประตู" ดาวยิงทีมชาติเม็กซิโกวัย 23 ปี ที่มีชื่อเล่นว่า "ชิชาริโต้" ร่ายยาว
ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ กองหน้าตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า ตนไม่สนใจเรื่องการทำประตูสวยๆ หรือจากระยะไกลเลยแม้แต่น้อย ตราบใดที่ยังพังสกอร์ให้กับต้นสังกัดได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ที่ผ่านมาไม่เคยส่งบอลสู่ก้นตาข่ายจากนอกกรอบโทษเลยสักลูกก็ตาม
ทุกประตูที่ทำได้ภายใต้ยูนิฟอร์ม "ปีศาจแดง" ของ เอร์นานเดซ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก กัวดาลาฮาร่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อนนั้น มาจากภายในกรอบ 18 หลาทั้งหมด ซึ่งเป็นสไตล์การเข้าทำที่เหมือนกับ รุด ฟาน นิสเตลรอย อดีตยอดดาวยิงของสโมสร ที่มีสถิติกระซวกตาข่ายน่าเกรงขามถึง 150 ลูก จากการลงสนาม 219 นัด
"คุณไม่รู้อะไรหรอก! ผมคิดว่า เหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมยังไม่ได้ทำประตูจากระยะไกลก็เพราะมาจากคำแนะนำ ของ เซอร์ อเล็กซ์ (เฟอร์กูสัน) งานของผมก็คือการยืนในตำแหน่งที่สูงมากๆ และพยายามเป็นคนสุดท้ายที่เข้าถึงบอล"
"พูดตรงๆ เลยนะ ผมไม่สนเลยแม้แต่น้อยว่า ผมจะทำประตูได้มากน้อยเพียงใด ทำประตูจากระยะเมตรเดียวหรือจากครึ่งสนาม เพราะยังไงๆ มันก็มีค่าเหมือนกัน ประตูก็คือประตู" ดาวยิงทีมชาติเม็กซิโกวัย 23 ปี ที่มีชื่อเล่นว่า "ชิชาริโต้" ร่ายยาว
ฟาร์ทชี้ซิตี้แกร่งที่สุดในลีกผู้ดีปีนี้

ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ดาวเตะคนสำคัญ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ รับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือทีมที่ดีที่สุดในลีกผู้ดีเวลานี้ หลังนำเป็นจ่าฝูง แถมยังไม่เคยแพ้ทีมใดเลยอีกด้วย แต่ก็เชื่อพลพรรค "ไก่เดือยทอง" ก็มีดีอยู่พอตัวเหมือนกัน ไม่ได้เป็นรองมากสักเท่าไหร่ มั่นใจหากยังรักษาฟอร์มเก่งได้ดีอย่างต่อเนื่อง เจอทีมไหนก็ไม่กลัวใครทั้งนั้น
ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติฮอลแลนด์ของ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับทีม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงในตารางลีกเวลานี้ คือทีมที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในแดนผู้ดี หลังทำผลงานยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครเลยในลีก แต่ก็ยังเชื่อว่าทีมของตนก็มีดีพอไม่แพ้กัน แม้รู้ดีว่าอาจจะเป็นรองอยู่บ้างเล็กน้อยก็ตามที
ฟาน เดอร์ ฟาร์ท กล่าวหลังมีส่วนยิง 1 ประตูช่วย สเปอร์ส เอาชนะ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ไปได้ 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า "พวกเรากำลังมีความรู้สึกดี และผมก็คิดว่าคงเป็นอีกครั้งที่สโมสรแห่งนี้จะขึ้นมาอยู่ใน 4 อันดับแรกได้เสียที พวกเราทำงานกันอย่างหนัก และพวกเราก็มีนักเตะฝีเท้าดี, นักเตะคนสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผมที่ยิงประตูได้มาก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี"
"มันยังคงเร็วเกินไป และหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ผมคิดว่า พวกเราเป็นทีมที่ดีกว่าเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ช่วงเวลานี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่ดีที่สุดในลีก และนอกเหนือจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ยังมีทีมที่ดีอีกมาก ซึ่งพวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้น ทั้งหมดที่ผมสามารถพูดได้ในตอนนี้ก็มีเพียงเท่านี้ และพวกเราก็เอาชนะได้ติดต่อกันหลายเกม อีกทั้งกับแนวทางการเล่นของพวกเขากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์จริงๆ"
"แต่ พวกเขาก็ยังเป็นทีมที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก จากการถือตัวเองเป็นสำคัญของนักเตะที่มากเหลือเกิน ซึ่งมันคือปัญหาเมื่อคุณมีบรรดาสตาร์ดังอยู่ในทีมหลายราย เมื่อฤดูกาลก่อนพวกเราทำเสียไปหลายแต้มกับบรรดาทีมดาดๆ หลายทีม ส่วนในเกมนี้ (ชนะ คิวพีอาร์) พวกเราเล่นได้ดีจริงๆ แต่มันก็ทำให้เป็นงานที่ค่อนข้างยากขึ้นในช่วงท้าย พวกเรามีโอกาสมากมาย และบางทีก็น่าจะได้ 4 หรือ 5 ประตูด้วยซ้ำไป"
"การเล่นของ เราในครึ่งแรกสามารถทำได้ดีมากจริงๆ ทว่าในครึ่งหลังพวกเราก็มีการปรับเปลี่ยน ซึ่งบางครั้งมันก่อให้เกิดปัญหา แต่วันนี้พวกเราโชคดี ท้ายที่สุดพวกเราได้ 3 แต้ม และพวกเราก็เกือบเข้ามาเป็น 4 อันดับแรกแล้วในเวลานี้ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่เยี่ยมมากสำหรับเรา" สตาร์ชาวดัตช์ ทิ้งท้าย
ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติฮอลแลนด์ของ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับทีม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงในตารางลีกเวลานี้ คือทีมที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในแดนผู้ดี หลังทำผลงานยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครเลยในลีก แต่ก็ยังเชื่อว่าทีมของตนก็มีดีพอไม่แพ้กัน แม้รู้ดีว่าอาจจะเป็นรองอยู่บ้างเล็กน้อยก็ตามที
ฟาน เดอร์ ฟาร์ท กล่าวหลังมีส่วนยิง 1 ประตูช่วย สเปอร์ส เอาชนะ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ไปได้ 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า "พวกเรากำลังมีความรู้สึกดี และผมก็คิดว่าคงเป็นอีกครั้งที่สโมสรแห่งนี้จะขึ้นมาอยู่ใน 4 อันดับแรกได้เสียที พวกเราทำงานกันอย่างหนัก และพวกเราก็มีนักเตะฝีเท้าดี, นักเตะคนสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผมที่ยิงประตูได้มาก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี"
"มันยังคงเร็วเกินไป และหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ผมคิดว่า พวกเราเป็นทีมที่ดีกว่าเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ช่วงเวลานี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่ดีที่สุดในลีก และนอกเหนือจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ยังมีทีมที่ดีอีกมาก ซึ่งพวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้น ทั้งหมดที่ผมสามารถพูดได้ในตอนนี้ก็มีเพียงเท่านี้ และพวกเราก็เอาชนะได้ติดต่อกันหลายเกม อีกทั้งกับแนวทางการเล่นของพวกเขากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์จริงๆ"
"แต่ พวกเขาก็ยังเป็นทีมที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก จากการถือตัวเองเป็นสำคัญของนักเตะที่มากเหลือเกิน ซึ่งมันคือปัญหาเมื่อคุณมีบรรดาสตาร์ดังอยู่ในทีมหลายราย เมื่อฤดูกาลก่อนพวกเราทำเสียไปหลายแต้มกับบรรดาทีมดาดๆ หลายทีม ส่วนในเกมนี้ (ชนะ คิวพีอาร์) พวกเราเล่นได้ดีจริงๆ แต่มันก็ทำให้เป็นงานที่ค่อนข้างยากขึ้นในช่วงท้าย พวกเรามีโอกาสมากมาย และบางทีก็น่าจะได้ 4 หรือ 5 ประตูด้วยซ้ำไป"
"การเล่นของ เราในครึ่งแรกสามารถทำได้ดีมากจริงๆ ทว่าในครึ่งหลังพวกเราก็มีการปรับเปลี่ยน ซึ่งบางครั้งมันก่อให้เกิดปัญหา แต่วันนี้พวกเราโชคดี ท้ายที่สุดพวกเราได้ 3 แต้ม และพวกเราก็เกือบเข้ามาเป็น 4 อันดับแรกแล้วในเวลานี้ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่เยี่ยมมากสำหรับเรา" สตาร์ชาวดัตช์ ทิ้งท้าย
สาลิกาเซ็ง!ดาวรุ่งมุ่งมวยโลกเมาอาลาะวาดอีกแล้ว
พลพรรค "สาลิกาดง" มีเซ็ง หัวหอกดาวรุ่งมุ่งมวยโลกซะงั้น...ไนล์ เรนเจอร์ อีกแล้วจ้า! งามหน้าซ้ำซ้อนก่อคดีเมาเหล้าอาละวาดกลางเมืองนิวคาสเซิ่ล ก่อนโดนตำรวจรวบตัวเอาไว้ได้โดยละม่อม คาดโดนต้นสังกัด ฟันไม่เลี้ยงแน่ๆ เหตุเพิ่งมี 2 คดีอุกฉกรรจ์เมาแล้วขับกับต่อยคนจนเดี้ยงคาราคาซังอยู่ก่อนแล้วแท้ๆ
ไนล์ เรนเจอร์ กองหน้า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทีมดัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินหน้าสร้างชื่ออื้อฉาวอย่างไม่ยอมหยุดยั้ง เมื่อล่าสุดตกเป็นข่าวโดนตำรวจจับกุมตัวเอาไว้ได้โดยละม่อม หลังจากที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทบนท้องถนนช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่เมืองนิวคาสเซิ่ล ในระหว่างที่ออกมาท่องราตรีกับเพื่อนๆ
เดอะ ซัน หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ดังเมืองผู้ดี รายงานข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า หัวหอก "สาลิ
กา ดง" วัย 20 ปี ถูกตำรวจสอบปากคำยาวนานเกินกว่า 4 ชั่วโมง หลังรวบตัวมาได้ใกล้ๆ กับ ทัป ทัป พาเลซ ไนท์คลับยอดนิยมในท้องถิ่น ด้วยข้อหาเมาแล้วก่อความวุ่นวาย ก่อนที่จะโดนแจ้งข้อหา และได้รับการปล่อยตัวไปในเวลาต่อมา
ด้านสโมสร "เดอะ แม็กพายส์" ทำตัวเข้าตำรา "พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง" ด้วยการปฎิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ ในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ตำรวจยืนยันหนักแน่นว่า ได้ควบคุมตัว เรนเจอร์ เอาไว้จนกระทั่งถึงเวลา 05.35 น.เช้าวันใหม่เลยทีเดียว
โฆษกตำรวจกล่าวว่า "เมื่อเวลา 01.40 น. วานนี้ ตำรวจได้จับกุมชายคนหนึ่งซึ่งก่อเหตุเมาสุราอาละวาด ในย่านคาธีดรัล สแควร์ ใจกลางเมืองนิวคาสเซิ่ล ไนล์ เรนเจอร์ อายุ 20 ปี โดนแจ้งข้อหาเมาสุราอาละวาด และจะต้องไปขึ้นศาลในเดือนหน้า (พฤศจิกายน)"
การถูกจับกุมในครั้งนี้น่าจะทำให้ เรนเจอร์ เจอปัญหาหนักจากบรรดาผู้บริหาร นิวคาสเซิ่ล ค่อนข้างแน่ หลังจากที่เพิ่งจะห้ามนักเตะในสังกัดดื่มสุรา 48 ชั่วโมงก่อนที่จะยกทีมไปเยือน สโต๊ค ซิตี้ ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา รวมทั้งยังเพิ่งจะต้องเตรียมตัวไปขึ้นโรงขึ้นศาลด้วยข้อหาเมาแล้วขับ หลังจากที่เพิ่งก่อเหตุชกชายคนหนึ่งจนเกือบๆ จะขากรรไกรหัก เดชะบุญที่มีแค่แผลฟกช้ำบวมเป่งเท่านั้น มาก่อนแล้วอีกต่างหาก
ไนล์ เรนเจอร์ กองหน้า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทีมดัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินหน้าสร้างชื่ออื้อฉาวอย่างไม่ยอมหยุดยั้ง เมื่อล่าสุดตกเป็นข่าวโดนตำรวจจับกุมตัวเอาไว้ได้โดยละม่อม หลังจากที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทบนท้องถนนช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่เมืองนิวคาสเซิ่ล ในระหว่างที่ออกมาท่องราตรีกับเพื่อนๆ
เดอะ ซัน หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ดังเมืองผู้ดี รายงานข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า หัวหอก "สาลิ
กา ดง" วัย 20 ปี ถูกตำรวจสอบปากคำยาวนานเกินกว่า 4 ชั่วโมง หลังรวบตัวมาได้ใกล้ๆ กับ ทัป ทัป พาเลซ ไนท์คลับยอดนิยมในท้องถิ่น ด้วยข้อหาเมาแล้วก่อความวุ่นวาย ก่อนที่จะโดนแจ้งข้อหา และได้รับการปล่อยตัวไปในเวลาต่อมา
ด้านสโมสร "เดอะ แม็กพายส์" ทำตัวเข้าตำรา "พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง" ด้วยการปฎิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ ในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ตำรวจยืนยันหนักแน่นว่า ได้ควบคุมตัว เรนเจอร์ เอาไว้จนกระทั่งถึงเวลา 05.35 น.เช้าวันใหม่เลยทีเดียว
โฆษกตำรวจกล่าวว่า "เมื่อเวลา 01.40 น. วานนี้ ตำรวจได้จับกุมชายคนหนึ่งซึ่งก่อเหตุเมาสุราอาละวาด ในย่านคาธีดรัล สแควร์ ใจกลางเมืองนิวคาสเซิ่ล ไนล์ เรนเจอร์ อายุ 20 ปี โดนแจ้งข้อหาเมาสุราอาละวาด และจะต้องไปขึ้นศาลในเดือนหน้า (พฤศจิกายน)"
การถูกจับกุมในครั้งนี้น่าจะทำให้ เรนเจอร์ เจอปัญหาหนักจากบรรดาผู้บริหาร นิวคาสเซิ่ล ค่อนข้างแน่ หลังจากที่เพิ่งจะห้ามนักเตะในสังกัดดื่มสุรา 48 ชั่วโมงก่อนที่จะยกทีมไปเยือน สโต๊ค ซิตี้ ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา รวมทั้งยังเพิ่งจะต้องเตรียมตัวไปขึ้นโรงขึ้นศาลด้วยข้อหาเมาแล้วขับ หลังจากที่เพิ่งก่อเหตุชกชายคนหนึ่งจนเกือบๆ จะขากรรไกรหัก เดชะบุญที่มีแค่แผลฟกช้ำบวมเป่งเท่านั้น มาก่อนแล้วอีกต่างหาก
เดยองก์ยันเรือทำให้การชิงชัยท็อปโฟร์สนุกขึ้น

ไนเจล เด ยองก์ กองกลาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้พัฒนาการของต้นสังกัดทำให้การชิงชัยตำแหน่งท็อปโฟร์ในศึก พรีเมียร์ลีก มีความสนุกมากยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อว่า การที่กลุ่มทุนจาก อาบู ดาบี เข้ามาลงทุนกับทีม "เรือใบสีฟ้า" ถือว่าเป็นการสร้างประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างมาก
ไนเจล เด ยองก์ มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่า ทีมต้นสังกัดเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การชิงชัยตำแหน่งท็อปโฟร์ในศึก พรีเมียร์ลีก เพื่อแย่งคว้าตั๋วไปร่วมฟาดแข้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น หลังจาก "เรือใบสีฟ้า" สามารถพัฒนาขึ้นมาจนเป็นผู้ท้าชิงในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างเต็มตัว ส่งผลให้ทีมอื่นๆ ต้องกระตือรือร้นในการเสริมความแข็งแกร่งของทีมเพิ่มขึ้นด้วย
ดาว เตะวัย 26 ปี กล่าวว่า "คุณต้องมองดูที่ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล พวกเขาได้สูญเสียสิ่งที่ผมเรียกว่าแรงกระตุ้นในการแย่งตำแหน่งท็อปโฟร์ ขณะนี้พวกเขาถูกท้าชิงตำแหน่งดังกล่าวโดยสโมสรอื่นๆ ทีมแรกคือ เชลซี และตอนนี้เราก็เป็นผู้ท้าชิงด้วยเช่นกัน และ อาร์เซน่อล รวมถึง ลิเวอร์พูล ถูกกดดันให้ต้องทำการเสริมทัพ พวกเขาไม่สามารถที่จะรักษาตำแหน่งท็อปโฟร์ภายใต้นโยบายทางการเงินแบบเดิม ด้วยการเซ็นสัญญานักเตะธรรมดาๆ เพียง 2 คนได้ ขณะนี้มีถึง 6 หรือ 7 ทีม ที่สามารถต่อสู้เพื่อตำแหน่งท็อปโฟร์ในศึก พรีเมียร์ลีก"
ขณะ เดียวกัน กองกลางชาวดัตช์ ยืนยัน การเข้ามาลงทุนในทีม แมนฯ ซิตี้ ของกลุ่มทุนจาก อาบู ดาบี ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลของอังกฤษเป็นอย่างมาก โดยให้เหตุผลว่า "หาก ซิตี้ ไม่เริ่มโครงการพัฒนาในถิ่น อีสต์แลนด์ ตลาดซื้อขายนักเตะในทวีปยุโรปคงจะเงียบเหงา เรากำลังเพิ่มช่องว่างระหว่างสโมสรเล็กและสโมสรใหญ่ให้มากขึ้นในลีก แต่ประโยชน์ที่สาธารณชนได้รับคือการได้ดูฟุตบอลที่มีคุณภาพมากขึ้นในแต่ละ สัปดาห์"
นอกจากนี้ อดีตแข้ง ฮัมบูร์ก ยังเผยว่า ไม่รู้สึกถึงความกดดันใดๆ หลังจาก แมนฯ ซิตี้ ทำผลงานได้ไม่ค่อยน่าประทับใจในรอบแบ่งกลุ่มของศึกชิงแชมป์สโมสรถ้วยใบใหญ่ ของทวีปยุโรป ก่อนที่จะมีคิวลงเตะแมตช์สำคัญที่ต้องบุกไปเยือน บียาร์เรอัล ในวันพุธที่ 2 พ.ย.นี้
เดอ ยองก์ กล่าวว่า "เราถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็ง ผู้คนสามารถทำเช่นนั้นได้ แต่เรารู้ว่าการถูกยกให้เป็นตัวเต็งนั้นเป็นเรื่องตลกสุดๆ เป้าหมายเดียวของเราคือการผ่านเข้ารอบให้ได้เนื่องจากเราอยู่ในกลุ่มที่แข็ง ที่สุดในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก คงไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเราได้มากกว่านี้อีกแล้ว เป้าหมายหลักของเราคือการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จทั้ง 2 รายการ คุณจำเป็นต้องมีประสบการณ์มากกว่าที่เรามีอยู่ในตอนนี้"
"ใน ฐานะทีม เราไม่มีประสบการณ์ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก มาก่อนเลย คุณมองเห็นได้ถึงความแตกต่างเมื่อเราเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค พวกเขาไม่ได้มีนักเตะที่ดีกว่า ซิตี้ เลย แต่พวกเขามีทีมที่ดีกว่า ด้วยนักเตะ 7 หรือ 8 คน ซึ่งเคยลงเล่นในรอบชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2010 ไม่ใช่เพียงพวกคุณเท่านั้นที่เห็นถึงความแตกต่าง แต่นักเตะทุกคนในทีมของเราก็รู้สึกเช่นเดียวกันระหว่างลงแข่งขัน"
"ทุก คนคิดว่าผมเป็นพวกบ้าๆ บอๆ แล้วเหตุผลที่ผมอยากเลือกย้ายมา ซิตี้ มากกว่าทีมอื่นเหรอ? ก็เพราะทีมงานของท่าน ชีค มานซูร์ และความทะเยอทะยานของพวกเขาทำให้ผมรู้สึกประทับใจ พวกเขาบอกผมว่ากำลังจะคว้าตัวนักเตะชื่อดัง และเรากำลังจะก้าวหน้าขึ้นไปในอีกไม่กี่ฤดูกาลข้างหน้า สิ่งที่พวกเขาพูดออกมาช่างยอดเยี่ยมจริงๆ"
"พวกเขาพูด กับผมว่า ภายใน 4 ปี เราจะมีทีมที่สามารถขับเคี่ยวเพื่อแชมป์ลีกได้ และฤดูกาลนี้ก็เป็นปีแรกที่มันเกิดขึ้น ผมคิดว่าเราจะสามารถเป็นทีมหน้าใหม่ที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ ได้อย่างแน่นอน" ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ กล่าวในที่สุด
ไนเจล เด ยองก์ มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่า ทีมต้นสังกัดเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การชิงชัยตำแหน่งท็อปโฟร์ในศึก พรีเมียร์ลีก เพื่อแย่งคว้าตั๋วไปร่วมฟาดแข้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น หลังจาก "เรือใบสีฟ้า" สามารถพัฒนาขึ้นมาจนเป็นผู้ท้าชิงในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างเต็มตัว ส่งผลให้ทีมอื่นๆ ต้องกระตือรือร้นในการเสริมความแข็งแกร่งของทีมเพิ่มขึ้นด้วย
ดาว เตะวัย 26 ปี กล่าวว่า "คุณต้องมองดูที่ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล พวกเขาได้สูญเสียสิ่งที่ผมเรียกว่าแรงกระตุ้นในการแย่งตำแหน่งท็อปโฟร์ ขณะนี้พวกเขาถูกท้าชิงตำแหน่งดังกล่าวโดยสโมสรอื่นๆ ทีมแรกคือ เชลซี และตอนนี้เราก็เป็นผู้ท้าชิงด้วยเช่นกัน และ อาร์เซน่อล รวมถึง ลิเวอร์พูล ถูกกดดันให้ต้องทำการเสริมทัพ พวกเขาไม่สามารถที่จะรักษาตำแหน่งท็อปโฟร์ภายใต้นโยบายทางการเงินแบบเดิม ด้วยการเซ็นสัญญานักเตะธรรมดาๆ เพียง 2 คนได้ ขณะนี้มีถึง 6 หรือ 7 ทีม ที่สามารถต่อสู้เพื่อตำแหน่งท็อปโฟร์ในศึก พรีเมียร์ลีก"
ขณะ เดียวกัน กองกลางชาวดัตช์ ยืนยัน การเข้ามาลงทุนในทีม แมนฯ ซิตี้ ของกลุ่มทุนจาก อาบู ดาบี ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลของอังกฤษเป็นอย่างมาก โดยให้เหตุผลว่า "หาก ซิตี้ ไม่เริ่มโครงการพัฒนาในถิ่น อีสต์แลนด์ ตลาดซื้อขายนักเตะในทวีปยุโรปคงจะเงียบเหงา เรากำลังเพิ่มช่องว่างระหว่างสโมสรเล็กและสโมสรใหญ่ให้มากขึ้นในลีก แต่ประโยชน์ที่สาธารณชนได้รับคือการได้ดูฟุตบอลที่มีคุณภาพมากขึ้นในแต่ละ สัปดาห์"
นอกจากนี้ อดีตแข้ง ฮัมบูร์ก ยังเผยว่า ไม่รู้สึกถึงความกดดันใดๆ หลังจาก แมนฯ ซิตี้ ทำผลงานได้ไม่ค่อยน่าประทับใจในรอบแบ่งกลุ่มของศึกชิงแชมป์สโมสรถ้วยใบใหญ่ ของทวีปยุโรป ก่อนที่จะมีคิวลงเตะแมตช์สำคัญที่ต้องบุกไปเยือน บียาร์เรอัล ในวันพุธที่ 2 พ.ย.นี้
เดอ ยองก์ กล่าวว่า "เราถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็ง ผู้คนสามารถทำเช่นนั้นได้ แต่เรารู้ว่าการถูกยกให้เป็นตัวเต็งนั้นเป็นเรื่องตลกสุดๆ เป้าหมายเดียวของเราคือการผ่านเข้ารอบให้ได้เนื่องจากเราอยู่ในกลุ่มที่แข็ง ที่สุดในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก คงไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเราได้มากกว่านี้อีกแล้ว เป้าหมายหลักของเราคือการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จทั้ง 2 รายการ คุณจำเป็นต้องมีประสบการณ์มากกว่าที่เรามีอยู่ในตอนนี้"
"ใน ฐานะทีม เราไม่มีประสบการณ์ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก มาก่อนเลย คุณมองเห็นได้ถึงความแตกต่างเมื่อเราเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค พวกเขาไม่ได้มีนักเตะที่ดีกว่า ซิตี้ เลย แต่พวกเขามีทีมที่ดีกว่า ด้วยนักเตะ 7 หรือ 8 คน ซึ่งเคยลงเล่นในรอบชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2010 ไม่ใช่เพียงพวกคุณเท่านั้นที่เห็นถึงความแตกต่าง แต่นักเตะทุกคนในทีมของเราก็รู้สึกเช่นเดียวกันระหว่างลงแข่งขัน"
"ทุก คนคิดว่าผมเป็นพวกบ้าๆ บอๆ แล้วเหตุผลที่ผมอยากเลือกย้ายมา ซิตี้ มากกว่าทีมอื่นเหรอ? ก็เพราะทีมงานของท่าน ชีค มานซูร์ และความทะเยอทะยานของพวกเขาทำให้ผมรู้สึกประทับใจ พวกเขาบอกผมว่ากำลังจะคว้าตัวนักเตะชื่อดัง และเรากำลังจะก้าวหน้าขึ้นไปในอีกไม่กี่ฤดูกาลข้างหน้า สิ่งที่พวกเขาพูดออกมาช่างยอดเยี่ยมจริงๆ"
"พวกเขาพูด กับผมว่า ภายใน 4 ปี เราจะมีทีมที่สามารถขับเคี่ยวเพื่อแชมป์ลีกได้ และฤดูกาลนี้ก็เป็นปีแรกที่มันเกิดขึ้น ผมคิดว่าเราจะสามารถเป็นทีมหน้าใหม่ที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ ได้อย่างแน่นอน" ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ กล่าวในที่สุด
0 ความคิดเห็น:
Speak up your mind
Tell us what you're thinking... !